‘ปิยบุตร’ขอ 20 ล้านเสียง ร่วมตั้ง ‘รัฐบาลประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน’
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่สามย่านมิตรทาวน์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ช่วงเวลานี้พี่น้องประชาชนเกิดจิตสำนึกและความรู้สึกว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถปล่อยให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราเป็นอย่างนี้ได้อีกต่อไป เราเคยฝันว่าบ้านเมืองของเราจะมีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น พูดกันมาตั้งแต่ปี 40 จนวันนี้ยังไปไม่ถึงไหน เราเคยฝันว่าการศึกษาของลูกหลานเราต้องดีกว่านี้ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไปไม่ถึงไหน เราเคยฝันกันว่าเด็กไทยของเราเติบโตมาต้องอยู่ในสภาพสังคมที่ปลอดภัยไม่ข้องแวะกับยาเสพติด จนเดี๋ยวนี้ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วยังมีพวกพนันออนไลน์มาอีก เราเคยบอกว่าประเทศไทย จะค่อยๆ พัฒนาต่อไปจะไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นนักการเมืองโกงต้องหมดไป แต่จนแล้วจนรอดการทุจริตคอร์รัปชั่นยังกัดกินประเทศไทยอยู่จนทุกวันนี้ เราบอกว่าเราอยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเสียที มีความฝันจากการปฏิรูปการเมืองตอนปี 40 แต่เมื่อผ่านไปสักพักทหารก็ออกมายึดอำนาจก่อการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ กลับไปเลือกตั้ง แล้วฉีกรัฐธรรมนูญใหม่วนเวียนอย่างนี้ซ้ำซากมาแล้วหลายสิบปี
นายปิยบุตร กล่าวว่า เวลานี้พวกเราจึงเกิดจิตสำนึกและความรู้สึกร่วมกันว่าเราไม่อาจจะทนอยู่กับประเทศที่เป็นอยู่แบบนี้ สังคมที่เป็นอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไป แต่การไม่ทนอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะถ้าหากเราไม่ทนแล้วเรามีโอกาสในชีวิตมากกว่าคนอื่น เราก็เลือกที่จะหนีไป ถ้าหากเราไม่ทน แต่สุดท้ายเขากดหัวเราทุกวันบอกให้ทนต่อไปๆ เราก็อาจจะยอมทนต่อไปก็ได้ ดังนั้นการไม่ทนแต่เพียงอย่างเดียวต้องมีความหวังตามไปด้วย เพราะเมื่อเราไม่ทนกับสิ่งที่เป็นอยู่ พร้อมกับมีความหวัง เราจะติดสินใจรวมพลังกันลุกขึ้นมา แล้วบอกว่าต้องเปลี่ยนแปลง
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงใกล้มาถึงแล้ว ห้วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาประวัติศาสตร์ พี่น้องประชาชนคนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศ กำลังจะได้ตัดสินใจเลือกว่าเราจะอยู่กันแบบไหน เราจะอยู่กันแบบเดิมๆ แบบในอดีต หรือเราจะอยู่กันแบบอนาคตใหม่ แบบเดิมๆ ในอดีตก็ประเภทที่เรียกได้ว่าทำงานการเมืองโดยใช้เงินใช้ทองมากมายมหาศาล ซื้อสิทธิ์ ซื้อเสียงเข้าไป พอเข้าไปมีอำนาจแล้วก็ถอนทุนคืน แล้วก็เอาไปเลือกตั้ง และซื้อสิทธิซื้อเสียงใหม่ วนเวียนแบบนี้ซ้ำซาก การซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงคือการทำลายชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา เพราะเขาเข้าไปมีอำนาจ จะเบียดบังงบประมาณ แผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษีร่วมกันของพี่น้องประชาชน เราจะอยู่กับการเมืองแบบเดิมๆ ระบบประเภทเครือข่าย บ้านใหญ่ ระบบตระกูลการเมือง ชนิดที่เรียกว่าพ่อเป็นแล้วให้ลูกเป็นต่อ ส่งต่อให้ลูกหลาน สามี ภรรยา หรือไม่ ทำราวกับว่าบ้านเมืองนี้เป็นสมบัติประจำตระกูลของตัวเอง ทำราวกับว่ารัฐบาล สภาฯ เป็นสมบัติประจำตระกูลตัวเอง
นายปิยบุตร กล่าวว่า เราจะอยู่แบบเดิมระบบการเมืองแบบเดิมๆ ที่เป็นแบบนี้ หรือเราจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน วันที่ 8 ก.พ.นี้เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่พวกเราจะได้เลือก พวกเราจะได้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงด้วยกัน คำว่าเปลี่ยนแปลงคืออะไร หมายความว่ามีสิ่งๆ หนึ่งดำรงอยู่ และเรากำลังเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นแบบใหม่ เปลี่ยนแปลงหมายความว่ามีสิ่งๆ หนึ่ง อำนาจหนึ่งดำรงอยู่ แล้วสิ่งๆ นั้นล้าสมัย อำนาจแบบนั้นไปต่อไม่ได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงคือการเอาอำนาจเอาทรัพยากรที่เคยกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม เปลี่ยนเอาถ่ายโอนเอามาให้กับคนส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาว่าเมื่อไรมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มคณะบุคคลที่ครอบครองอำนาจมาอย่างยาวนาน เขาต้องไม่ชอบไม่พอใจ เขาต้องหาทุกวิถีทางในการสกัดขัดขวาง รวมทั้งสร้างความกลัวว่าหากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว สังคมไทยจะรับไม่ไหว อยู่ไม่ได้และอันตรายมากขึ้น ในเมื่อต้านไม่ไหวก็จะเริ่มทำลายล้าง ชีวิตอาจจะเคยขัดแย้งกันมา แต่จำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อสกัดกั้นความเปลี่ยนแปลงเหมือนที่เกิดขึ้นหลังเลือกตั้งปี 66 ร้อยวันพันปีไม่เคยรักกัน พอพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งรักกันทันตาเห็น เขาอาจจะรวมหัวกันรุมสกรัมและทำลายล้างทั้งยุบพรรคและตัดสิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อพวกเราเกิดความรู้สึกอ่อนล้าก็คือชัยชนะของพวกเขา
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า พี่น้องประชาชนทุกท่าน เราจะต่อสู้กับความกลัวการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างไร เราต้องเอาความหวังไปสู้ เราหวังว่าประเทศไทยไปได้ดีกว่านี้ คนไทยมีศักยภาพไปได้ดีกว่านี้ ลูกหลานของเราต้องมีอนาคตที่ดีกว่านี้ พลังแห่งความหวังคือพลังแห่งการสร้างสรรค์ พลังแห่งความกลัวคือการทำลายล้าง เราต้องสร้างความหวังขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ด้วยกัน แล้ววันหนึ่งความกลัวจะพ่ายแพ้ไป แล้วจะยอมรับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ 8 ก.พ.นี้จะเป็นวันสำคัญที่พี่น้องจะได้กำหนดว่าเราจะได้รัฐบาลแบบไหน ระหว่างรัฐบาลแบบเดิมๆ รัฐบาลแห่งอดีตกาล รัฐบาลแห่งวิญญาณที่ใกล้จะล้มหายตายจากกันไปแต่ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ได้ รัฐบาลแบบเดิมๆ แบบนี้ หรือรัฐบาลแบบใหม่ๆ ครั้งนี้คือการตัดสินใจ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้คือการกำหนดรัฐบาลที่จะเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินส่งมอบนโยบายบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินที่มาจากพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องบอกว่าพอกันทีกับรัฐบาลแบบเดิม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกพรรคประชาชนไปตั้งรัฐบาลประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน
นายปิยบุตร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามประสบการณ์ 8 ปี บอกเราไว้แล้วว่าต่อให้เลือกตั้งชนะอันดับหนึ่งก็อาจไม่ได้เป็นรัฐบาล แคนดิเดตก็อาจจะไม่ได้เป็นนายกฯ ต่อให้ได้พรรคอันดับหนึ่งคุณก็จะถูกรุมสกรัมและเตะคุณไปเป็นฝ่ายค้าน ต่อให้ได้พรรคอันดับหนึ่งเสียงมากมายมหาศาลเพียงไหน เขาก็จะตามไปยุบพรรค ตัดสิทธิ์ และดำเนินคดีความกันอีก ไอ้มุก เดิมๆ แบบหนังม้วนเก่าใช้กันมา 8 ปี รอบนี้ดูท่ามันจะทำกันอีกแล้ว แล้วเราจะสู้กับเขาอย่างไร เรามีอยู่หนทางเดียวคือพี่น้องประชาชนที่เป็นดังผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ต้องสนับสนุนพวกเรา ต้องทำออกมาให้เห็น แสดงพลังออกมาให้เห็นพร้อมกัน รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนด้วยคำว่าประชาชนด้วยจำนวนมหาศาลในวันที่ 8 ก.พ. อะไรก็ต้านไม่อยู่
“ถ้ารอบนี้ไปให้ถึง สส. 200-250 คน 20 ล้านเสียง คราวนี้ไม่มีใครขวางการตั้งรัฐบาลประชาชนได้ เราเป็นพรรคอันดับหนึ่งอาจจะไม่เพียงพอ เพราะพรรคการเมืองเก่าๆ เดิมๆ ทั้งหลายเขาไม่ค่อยมียางอาย เดี๋ยวพรรคอันดับสองชิงตั้งรัฐบาลอีกแล้ว เราจึงเป็นอันดับหนึ่งไม่พอ ต้องไปให้ไกลที่สุดไป ทิ้งห่างพรรคอันดับสอง 50-60 ที่นั่งไปเลย ถ้าพี่น้องแสดงพลังกันออกมาแบบนี้ พรรคอันดับที่สอง สาม สี่ ห้า จะเกิดยางอายขึ้นมาทันที นั่งเฉยๆ ไม่ต้องขยับเดี๋ยวพรรคประชาชนไปชวนเองว่าจะให้ใครมาร่วมรัฐบาล เก็บความไม่พอใจที่เก็บสะสมมาหลายปี แปรเปลี่ยนให้เป็นความหวัง แล้วรวมให้เป็นพลัง ระเบิดออกมาพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.เพื่อที่จะบอกกับเขาว่าคนไทยเจ้าของประเทศมากกว่า 20 ล้านคนออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาล และไม่มีใครหน้าไหนจะขวางใบอนุญาตนี้ได้ คนถือใบอนุญาตที่สองก็ขวางไม่ได้ ไม่มีใครขวางรัฐบาลประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนได้ ปรากฏการณ์ในการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ” นายปิยบุตร กล่าว.