โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รุก สปก. 2 พันไร่ "วัดป่าชนะใจ" ผิดกฎหมาย "ลอบใช้ที่ดินรัฐ"

Thai PBS

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 06.30 น. • Thai PBS

ยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงการบุกรุกถือครองที่ดิน ส.ป.ก 4-01 จำนวน 2,000 ไร่ ของวัดป่าชนะใจ จ.สระบุรี หลัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก. นายภูมิศาล เกษมสุข เลขาฯ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ป่าไม้, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.) เข้าค้น 4 จุด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้ปี 2566 จะมีการยื่นขอเปิดเป็นสำนักสงฆ์ แต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไร้เอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน

ตามประวัติ วัดป่าชนะใจ มีครูบาชัยวัฒน์ อัคคชโย เป็นเจ้าสำนัก เพจ https://wat.chaiwat.org ระบุ ให้ข้อมูลว่าครูบาชัยวัฒน์ จบการศึกษาทางด้านพยาบาลศาสตร์บัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา สมทบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2550 ทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพอยู่ 5 ปี ต่อมาลาออกจากพยาบาลมาเป็นเซลล์ขายเครื่องมือแพทย์ให้บริษัทชั้นนำของโลกแห่งหนึ่ง ทำยอดขายได้เป็นอันดับหนึ่ง จนได้เป็นผู้บริหาร กระทั่งจัดตั้งบริษัทของตัวเอง เคยบวชพระในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะแต่งงานเมื่อปี 2554

ปี 2561ได้ลาออกจากงาน เปลี่ยนเส้นทางเป็นหมอดูพยากรณ์ ใช้ศาสตร์ของกฎแห่งกรรม แพทย์ทางเลือก รักษาโรคทางกาย และใจ โรคที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยศาสตร์ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ให้กับชาวบ้านและผู้สนใจ

ปี 2566 บวชเป็นพระสงฆ์ และเปิดสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จ.สระบุรี และได้ยื่นขอเปิดสำนักสงฆ์ ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พ.ศ) แต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน แต่วัดได้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งเจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน (สปก.) จ.สระบุรี ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ว่า มีกลุ่มพระสงฆ์ บุกรุกพื้นที่ สปก.โดยไม่ได้รับอนุญาต และกว้านซื้อที่ดิน สปก.จากชาวบ้าน เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ พร้อมเชิญชวนประชาชนผ่านช่องทาง Social Media ร่วมบริจาคเงินสร้างถนนเข้าวัด ร่วมซื้อกุฏิถวายพระ และยังไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดีย ชักชวน พุทธศาสนิกชน ซื้อบ้านพัก สไตล์ญี่ปุ่น เพื่อปฏิบัติธรรมที่วัด ราคาหลังละ 5 แสนบาท

นายภูมิศาล เกษมสุข เลขาฯ ป.ป.ท. กล่าวว่า หลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และได้สอบถามผู้เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ อบต.ในฐานะเจ้าหน้ารัฐ ซึ่งดูแลพื้นที่ต่างปฎิเสธว่า ไม่ได้มีการอนุญาตให้มีการสร้างสำนักสงฆ์หรือวัด และทางวัดก็ไม่เคยเข้ามาขอ จากพฤติการณ์มีการบุกรุกพื้นที่สปก.โดยไม่ได้รับอนุญาตจริง

แม้เดิมพื้นที่ที่ดังกล่าว จะมีผู้ครอบครองสิทธิ์ทำกิน แต่ตามกฎหมายจะจำหน่ายจ่ายโอนไม่ได้ ยกเว้นให้เป็นกรรมสิทธิ์ทำกินตกทอดถึงลูกหลาน

“ หลายจุด ๆ ที่ตรวจสอบพบว่า มีการแผ้วถางป่า ปรับแต่งพื้นที่ เพื่อบ้านน็อกดาวน์ มีการใช้เครื่องจักรหนัก อย่างรถแบกโฮ และรถสิบล้อ ขุดหลุม ก่อสร้างอาคารสถานปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม ประเด็นที่ต้องตั้งคำถาม คือ การบุกรุกที่ดินรัฐ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และพระนำเงินจากไหนมาซื้อที่ดินและทำสิ่งก่อสร้าง เพราะที่ดิน 2,000 ไร่ ต้องใช้เงินมหาศาล และอาจมีผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะนี้หน่วยงานเกี่ยวข้องได้ประสานให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว ”

ล่าสุด นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า หลังได้รับมอบหมายจาก นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้ตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าวัดป่ารักษาใจ หรือพุทธสถานรักษาใจนานาชาติ ตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พื้นที่ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ว่าเข้าข่ายใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังม่วง จ.สระบุรี เพื่อดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 72 ตรี และพิจารณาสันนิษฐานตามมาตรา 55 แล้ว

จากตรวจวัดพิกัดและบินสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ คำนวณพื้นที่ป่าเสียหายได้ประมาณ 136 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ได้ปิดประกาศเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ห้ามบุกรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการอนุญาตให้บุคคลใดเข้าใช้ประโยชน์ เจ้าหน้าที่จึงเห็นว่าพื้นที่ยังมีสถานะเป็น “ป่า” ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

ขณะที่หน้าเพจ ครูบาชัยวัฒน์ สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จังหวัดสระบุรี ชี้แจงวันนี้ (19 ก.พ.2569) ว่ากรณีสร้างวัด อยู่ระหว่างการดำเนินการ สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ (เดิมชื่อ ป่ารักรักษาใจ) ได้ดำเนินการยื่นเอกสารขอใช้ที่ดินของทางราชการเพื่อดำเนินการจัดสร้างวัดอย่างถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ

โดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของที่ดิน ซึ่งมีเจตนาสละที่ดินเพื่อประโยชน์ทางพระพุทธศาสนา มอบพื้นที่บริเวณด้านในเขา จำนวน 9 ไร่ สำหรับการจัดตั้งและก่อสร้างวัดอย่างเป็นทางการต่อไป อยู่ระหว่างดำเนินการ และเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบ และมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ชุมชน และสาธารณชนโดยรวมต่อไป

เช่นเดียวกับ “มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข” ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง 3 ประเด็น คือ

1.ไม่ใช่การบุกรุกป่า แต่เป็นพื้นที่สปก.(ป่าเสื่อมโทรม) พื้ที่ตั้งของมูลนิธิ มิใช่พื้นที่ป่าสมบูรณ์ แต่เป็นพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก.)ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรม โดยได้รับความเมตตาจากชาวบ้านผู้ถือสิทธิ์ครอบครองแสดงเจตนา “สละที่ทำกิน”เพื่อถวายเป็นที่ตั้งของสถานปฏิบัติธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ

2. อยู่ระหว่าง “การขอใช้พื้นที่” ให้ถูกต้องตามระเบียบ มูลนิธิฯตระหนักถึงความถูกต้องตามกฎหมาย จึงมิได้นิ่งนอน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นเรื่องขอใช้ที่ดิน ต่อสำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)เพื่อเปลี่ยนสถานะให้เป็นสถานที่เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างถูกต้องตามขั้นตอนราชการ

3.ไม่มีการ “สร้างบ้านขาย” มีแต่ “สร้างกุฎิถวายวัด” ขอยืนยันว่า ไม่มีการดำเนินธุรกิจค้ากำไร หรือขายที่พักอาศัยใด ๆ สิ่งปลูกสร้างที่ปรากฎ คือ “กุฎิปฏิบัติธรรม” ที่เกิดจากการร่วมบุญของพุทธศาสนิกชน สร้างถวายไว้เป็นสมบัติของพระพุทธ ศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์และประชาชนใช้ปฏิบัติธรรม เท่านั้น มิใช่กรรมสิทธิ์ส่วนตัวผู้ใด

โดยวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 13.00 น. พระชัยวัฒน์และมูลนิธิฯ จะเปิดการแถลงข่าว ขอเชิญสื่อมวลชนมาร่วมฟังการแถลงข่าวในวันดังกล่าว ซึ่งพระชัยวัฒน์ จะตอบทุกคำถาม

“การตรวจสอบการถือครองที่ดิน โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ป่า ไม่ใช่เรื่องพระ แต่เป็นปัญหาเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วของผู้เกี่ยวข้องแล้ว” เป็นข้อมูลล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบ

"พริษฐ์" มั่นใจปม Laser ID ไม่เสี่ยงทำ ปชน.ถูกยุบ ย้ำทำถูกกฎหมาย

กองทัพสหรัฐฯ พร้อมโจมตี "อิหร่าน" เร็วสุดในสุดสัปดาห์นี้

พรรค ปชน.จ่อยื่นสัปดาห์หน้า ฟ้อง ม.157 กกต.ปม "บาร์โค้ด" บัตรเลือกตั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"อนุทิน" ยันไม่มี "ไอ้โม่ง" แค่ประชาชนกังวลแห่เติมน้ำมันมาก

11 นาทีที่แล้ว

"บอลหญิงอิหร่าน" ใกล้ถึงบ้าน หลังออกจากออสเตรเลียตั้งแต่ 15 มี.ค.

58 นาทีที่แล้ว

ไทยพบ Hotspot 430 จุด ศกพ.เตือนภาคอีสานค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ซาอุฯ” จัดประชุม “รมต.ตปท.ชาติอาหรับ” หารือวิกฤตความมั่นคงในภูมิภาค

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...