โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 จำเลยคดี “พล.อ.ร่มเกล้า” เหตุฟ้องซ้อน-หลักฐานไม่พอ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) กับผู้ใต้บังคับบัญชา ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 กับนางนิชา ธุวธรรม ภรรยา ร้วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง นายสุขเสก พลตื้อ น.ส.กนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชน ช่องเอเชียอัพเดต และนายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมีและใช้เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองกระทำให้ระเบิดเป็นเหตุบุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย
อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 – 20 พฤษภาคม 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ร่วมกันชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อขับไล่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ลาออกจากตำแหน่ง จนวันที่ 7 เมษายน 2553 อภิสิทธิ์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัวมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
กระทั่งวันที่ 10 เมษายน 2553 จำเลยที่ 1 และ 3 กับพวก ร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M.67 คนละ 3 ลูก ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและจัดหาระเบิดให้ โดยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นด้วยการขว้างระเบิดสังหาร 2 ลูก ใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ เป็นเหตุให้ พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รอ. (ยศขณะนั้น) กับนายทหารรวม 5 นายเสียชีวิต และมีนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส
พวกจำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องอัยการโจทก์ยื่นฎีกาคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าคดีเป็นการฟ้องซ้อนกับคดีอาญา อ.2542/2553 ของศาลอาญาหรือไม่โดยคดีนี้ เป็นคดีที่จำเลยที่ 1 และ 3 ร่วมกับแกนนำนปช.ถูกฟ้องในความผิดฐานก่อการร้าย ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำที่อ้างว่าจำเลยที่ 1 และ 3 ได้กระทำความผิด เป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องทั้งสองคดี เป็นการกระทำครั้งเดียวกันคือการขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้ พ.อ.ร่มเกล้า และทหารอีก 3 นายถึงแก่ความตายและมีทหารได้รับบาดเจ็บ การกระทำในครั้งเดียวกันดังกล่าวเป็นความผิดต่อชีวิตเกี่ยวกับการก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษคดีนี้เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย และความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
การกระทำที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 แและ 3 ได้ทำความผิดทั้ง 2 คดี เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ไม่ใช้ความผิดต่างกรรมต่างวาระตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 แต่อย่างใด เมื่อการกระทำความผิดทั้งสองคดีเป็นความผิดกรรมเดียวกัน โดยฟ้องโจทก์ในคดีนี้ส่วนของจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นการฟ้องในคดีเดียวกันของคดีหมายเลข อ2542/2553 เป็นการฟ้องซ้อน ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นฟ้องซ้อน และพิพากษายืนยกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 และ 3กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่เห็นว่าคำฟ้องโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ 2 ให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยไม่มีรายละเอียดว่าจำเลยที่ 2 ให้การช่วยเหลือด้านการเงินอย่างไร ที่ไหน เมื่อใด แก่บุคคลใด เป็นคำฟ้องที่ไม่มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ
คดีจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยพยานโจทก์ในส่วนนี้ และข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานยังรับฟังไม่ได้ว่า ระเบิดที่อ้างว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขว้างในสถานที่เกิดเหตุ เป็นลูกระเบิดที่อ้างว่าใส่กระเป๋าของจำเลยที่ 3 นำออกมาจากบ้านจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดหาให้และเป็นผู้สนับสนุนกรระทำความผิด และจากคำเบิกความของพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ที่เข้าตรวจค้นบ้านจำเลยที่ 2 พบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อการ์ดของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดงซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 ปรากฏอยู่ด้วย ข้อเท็จจริงดังกล่าวรับฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 2 และสามีเป็นผู้มีความคิดเห็นทางการเมืองเดียวกับกลุ่มนปช.ในขณะนั้นเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนให้รับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดหาลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารที่คนร้ายใช้กระทำความผิดเป็นคดีนี้ พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายสุขเสก จำเลยที่1 ที่ยิงเครื่องยิงระเบิด M79 ใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพล และอาวุธสงครามร้ายแรงฯในการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ( ขณะนั้น) ส่วนนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ศาลฎีกาสั่งจำคุก 5ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนฯการกระทำผิดในคดีเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...