โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อ.ไชยันต์’ ถอดรหัสความชอบธรรม ‘กษัตริย์นอร์เวย์’ รากฐานจากประชามติสู่ความมั่นคงในรัฐสภา หลังมีมติตีตกข้อเสนอเป็นสาธารณรัฐ 25 ครั้งซ้อน

THE STATES TIMES

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 06.30 น. • Hard News Team

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นอร์เวย์ 2026: เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในสภายืนยันระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ

1. ผลการลงมติล่าสุด: เอกฉันท์ที่ยังคงเดิม

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 รัฐสภานอร์เวย์ (Stortinget) ได้ลงมติครั้งสำคัญเกี่ยวกับร่างกฎหมายขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง

ผลปรากฏว่าเสียงข้างมาก 141 เสียง ลงมติไม่รับร่าง ขณะที่มีเพียง 26 เสียง ที่เห็นชอบให้เปลี่ยนแปลง

รัฐธรรมนูญนอร์เวย์จึงยังคงไว้ซึ่งมาตรา 1 เหมือนเดิม นั่นคือ “ราชอาณาจักรนอร์เวย์เป็นดินแดนที่เป็นอิสระ แบ่งแยกไม่ได้ และโอนให้กันไม่ได้ รูปแบบการปกครองคือ ระบอบราชาธิปไตยภายใต้อำนาจจำกัดและสืบราชสันตติวงศ์” (The Kingdom of Norway is a free, indivisible and inalienable dominion. Its form of government is a limited and hereditary monarchy.)

ซึ่งตรงกับมาตรา 2 ในหมวดหนึ่งของรัฐธรรมนูญ 2560 ของไทยเรา นั่นคือ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(แต่หลังจากผลประชามติเห็นชอบให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ส่งผลให้การแก้รัฐธรรมนูญสามารถแก้มาตรา 2 ได้ แต่ก็ต้องผ่านการทำประชามติอีก)

2. ทำไมถึงมีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง?

การเสนอร่างกฎหมายเพื่อเปลี่ยนระบอบในนอร์เวย์ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่อาจถือได้ว่าเป็น "ธรรมเนียมปฏิบัติ"

เพราะนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 มีการเสนอร่างในลักษณะนี้มาแล้ว อย่างน้อย 25 ครั้ง แม้ผู้เสนอจะรู้ดีว่ายากที่จะได้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ตามที่มาตรา 121 กำหนด แต่ก็ยังคงเสนออยู่เรื่อย ๆ เพื่อเหตุผลทางยุทธศาสตร์ 3 ข้อ นั่นคือ

• เพื่อแสดงจุดยืน: ยืนยันกับผู้เลือกตั้งว่าพรรคยังยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยที่ประมุขต้องมาจากการเลือกตั้ง

• เพื่อเปิดพื้นที่อภิปราย: เป็นโอกาสเดียวที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของราชวงศ์อย่างเป็นทางการในสภา

• เพื่อรอจังหวะวิกฤต: เตรียมความพร้อมไว้หากวันหนึ่งความนิยมของราชวงศ์ลดลงจนถึงจุดวิกฤต เช่น ในช่วงเปลี่ยนรัชสมัย

3. การเสนอแก้รัฐธรรมนูญครั้งล่าสุด ภายใต้มรสุมข่าวอื้อฉาว: บททดสอบความศรัทธา

การลงมติครั้งล่าสุดนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากราชวงศ์นอร์เวย์กำลังเผชิญกับข่าวอื้อฉาว 2 กรณีใหญ่:

• คดีความของ มาริอุส บอร์ก ฮอยบี้: บุตรชายคนโตของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต (มกุฎราชกุมารี) ถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนสาวและอดีตแฟนสาวคนอื่น ๆ รวมถึงมีพฤติกรรมรุนแรงในความสัมพันธ์ใกล้ชิด แม้เขาจะไม่มีตำแหน่งทางการ แต่พฤติกรรมนี้กระทบถึงสถาบันฯ โดยตรง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหญิงเมตเต-มาริตถูกวิจารณ์ว่าทราบเรื่องแต่ไม่ได้จัดการอย่างเด็ดขาด

• กรณีเจ้าหญิงมาร์ธา ลุยเซ กับ Shaman Durek: ความสัมพันธ์กับหมอผีชาวอเมริกันที่อ้างว่ามีพลังจิตรักษาโรคได้ ทำให้เกิดการวิจารณ์เรื่องการนำฐานันดรศักดิ์ไปใช้โปรโมทธุรกิจส่วนตัว จนกษัตริย์ฮารัลด์ต้องสั่งให้เจ้าหญิงยุติการปฏิบัติพระราชกรณียกิจและห้ามใช้ตำแหน่ง "เจ้าหญิง" ในเชิงพาณิชย์เพื่อแยกเรื่องส่วนตัวออกจากสถาบัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวอื้อฉาวเหล่านี้ แต่คะแนนเสียงในสภาปี 2569 กลับยืนยันฝ่ายไม่เห็นชอบเพิ่มขึ้นเป็น 141 เสียง (จาก 134 เสียงในปี 2565) แสดงให้เห็นว่าเสียงฝั่งสาธารณรัฐกลับลดลงเล็กน้อยท่ามกลางวิกฤต

4. สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์มีรากฐานจาก "ประชามติ": ความชอบธรรมจากประชาชน

ความแข็งแกร่งของสถาบันกษัตริย์นอร์เวย์มีที่มาจากการได้รับ "ฉันทามติ" มาตั้งแต่ต้น

• เมื่อนอร์เวย์แยกตัวจากสวีเดนในปี ค.ศ. 1905 ได้มีการทำประชามติซึ่งเสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 99.95 ต้องการเป็นอิสระ

• ในส่วนของระบอบการปกครอง เจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์ก ผู้ได้รับเลือกให้เป็นกษัตริย์ ทรงมีเงื่อนไขสำคัญว่าพระองค์จะรับตำแหน่งต่อเมื่อ "ประชาชนต้องแสดงประชามติว่าต้องการสถาบันกษัตริย์" เท่านั้น

• ผลประชามติในเดือนพฤศจิกายน 1905 ปรากฏว่า ร้อยละ 79 ต้องการให้คงสถาบันกษัตริย์ไว้

สรุป

สถาบันพระมหากษัตริย์นอร์เวย์ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงเพราะกฎหมาย แต่ดำรงอยู่ด้วยความชอบธรรมที่ผ่านการทดสอบทั้งจากการทำประชามติโดยประชาชน และการลงมติในรัฐสภามาตลอดกว่าร้อยปี

แม้ในยามที่มีข่าวอื้อฉาวสั่นคลอน แต่กลไกของรัฐธรรมนูญและสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับประชาชนมาตั้งแต่ต้นยังคงเป็นเกราะกำบังสำคัญให้ระบอบนี้ดำเนินต่อไปได้

(รายงานความก้าวหน้างานวิจัย โครงการวิจัยเรื่องเอกลักษณ์ของ “ระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ของประเทศไทย: กรณีศึกษาราชอาณาจักรนอร์เวย์ - การเข้าสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรครั้งแรก (ค.ศ.1814/1905) ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2568)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...