ย้ายเมืองหลวงขึ้นคลาวด์! ผู้ว่าฯ เทสระบบ ‘ศูนย์บัญชาการฯใหม่’ แก้ท่วม รถติด ภัยพิบัติได้เรียลไทม์
ชัชชาติเทสระบบ ‘ศูนย์บัญชาการฯ ใหม่’ ย้ายเมืองหลวงขึ้นคลาวด์! เช็กปัญหาได้เรียลไทม์ ท่วม ฝุ่น รถติด ภัยพิบัติ – จ่อทำ ‘แดชบอร์ด’ เปิดให้เจ้าของภาษีเข้าเยี่ยมชม – เชื่อมเขต ทำเอกสารราชการออนไลน์
เมื่อเวลา 16.55 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานครแห่งใหม่ New BMA Command Center นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยแพร่ภาพสดขณะตรวจดูคความคืบหน้าของศูนย์ดังกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า ในปัจจุบันมีศูนย์ BMA Command Center กระจายอยู่หลายแห่งทั่วกทม. เช่น ด้านการจราจร ศูนย์อยู่ที่ดินแดง, ฝุ่น – ศูนย์อยู่ที่สำนักสิ่งแวดล้อม ส่วนน้ำท่วม-ศูนย์อยู่ที่สำนักการระบายน้ำ ทำให้เกิดการกระจัดกระจาย ซึ่งเราอยากให้เป็น Single Command เพื่อให้ติดตามสถานการณ์ได้ในที่เดียว โดยกล้อง CCTV จากจุดต่างๆ จะมารวมที่นี่ ทั้งปัญหา ฝุ่น น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
“จะมีมันสมองคอยวิเคราะห์สถานการ์ณ ซึ่งเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกเขามี ตอนนี้เราก็ไม่น้อยหน้าที่ไหนในโลกแล้ว เราสามารถดู CCTV ได้ทั่วกรุงเทพฯ 30,000 กล้อง
ด้านบนจะมีห้องบัญชาการณ์ เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรก็จะมานั่งที่นี่” นายชัชชาติกล่าว
ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ ร่วมอธิบายรายละเอียด เช่น สามารถดูเหตุการณ์รถติดได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่ารถติด น้ำท่วม ไฟไหม้
รวมถึงเชื่อมกับสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ โดยกล้องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของกทม. ในที่สาธาธารณะในหลายจุด ทางเอกชนก็อนุญาตให้ กทม.เชื่อมสัญญาณได้ โดยปัจจุบันมี 74 แยก และกำลังจะเพิ่มอีก 50 แยก โดยจุกที่มีปัญหาสามารถดูได้ทันที ว่ามีการแก้ไขปัญหาหรือยัง
โดย นายชัชชาติ ขอชมภาพรถติดที่ 5 แยกลาดพร้าว รวมถึงสุขุมวิท 71 เพื่อทดสอบระบบ โดยเมื่อคลิกเข้าไปที่ถนนพหลยิน จะเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดได้ทุกตัว (เป็นภาพเคลื่อนไหว) ซึ่งมีความละเอียดโดยสามารถระบุได้ว่า ถนนเส้นนั้นๆ มีรถหนาแน่นกี่คิว ควรจะปล่อยรถฝั่งไหนก่อน เพื่อให้คนใช้เวลารอน้อยที่สุด นอกจากนี้ เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เราสามารถไล่กล้องดูคนร้ายได้เลยว่า รถคันนี้วิ่งไปไหน ไปโผล่ที่ไหน
“ต้องค่อยๆ สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น ให้พี่ๆ ตำรวจ ให้มั่นใจในระบบให้ได้ ไม่เป็นไร ค่อยๆ ทำไป แล้วค่อยๆ ชี้แจงกัน จะได้หันมาใช้ระบบ Automatic กันมากขึ้น”
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงโครงสร้างทางวิศวกรรมด้วยว่า อาคารนี้มีการออกแบบมาอย่างดี เรื่องการต้านแผ่นดินไหว อยู่ที่ชั้น 1 ดังนั้นต่อไปนี้จะมาที่นี่ที่เดียว เป็นบทสรุป ที่จะช่วยให้บัญชาการเหตุได้อย่างมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นทั้งคนไทยและผู้มาเยือน ว่าเรารับมือได้
“หัวใจคือ การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้เราบริหารเมืองได้มีผลิตผลสูงสุด ปัจจุบันง่ายขึ้นเพราะเทคโนโลยีถูกลง เราต้องเลือกให้เหมาะสม ทั้งการจราจร ฝุ่น น้ำท่วม การบัญชาการเหตุต่างๆ ตอนนี้เราเอาข้อมูลทั้งหมดขึ้นเว็บไซต์แล้ว ว่าประปาหัวแดง เครื่องดับเพลิงอยู่ที่ไหนบ้าง รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง เมื่อเกิดเหตุการณ์จะทราบได้ทันทีว่าชุมชนไหน มีผู้ป่วยติดเตียงกี่คน อยู่ตรงจุดไหน” นายชัชชาติกล่าว และว่า
เอ้าเปิดเลยไหม ? (ศูนย์)
โดยแอดมินเพจชัชชาติ กล่าวแซวว่า ยังขาดเตียงผ้าใบ
นายชัชชาติ : เดี๋ยวหาเก้าอี้ โต๊ะให้อาจารย์แก้ว (ทวิดา กมลเวชช) นั่งคุมเลย เจ้าแม่ภัยพิบัติ
นายชัชชาติยังกล่าวด้วยว่า เราย้ายกรุงเทพฯ ขึ้นไปบนคลาวด์ให้หมด ประชาชนจะได้ไม่ต้องมา กทม.แล้ว
“ต่อไปคนไม่ต้องรู้แล้วว่าเขตอยู่ที่ไหน ขออนุญาออนไลน์ได้ เหมือน ‘คอมมานต์เซ็นเตอร์’ ดังนั้น อยู่ที่ไหน ก็สามารถขอดูข้อมูลได้ นั่นคือ การย้ายเมืองหลวง ขึ้นบนคลาวด์ ต่อไปโลเคชั่นจะไม่จำเป็นมากแล้ว ยกเว้น การสาธารณสุข โรงพยาบาล หรือการดับเพลิง คืออีกแนวคิดหนึ่งของโลกอนาคต กว่าจะทำได้ก็ยากเหมือนนะ ในอนาคตจะเปิดให้ประชาชนเจ้าของภาษี เข้ามาเยี่ยมชมได้ มีอะไรแนะนำ เข้ามาได้”
เป็นความก้าวหน้า ที่นำเอาเทคโนโลยีข้ามาใช้ เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีคือคำตอบ ช่วยให้เมืองก้าวหน้า มีประสิทธิภาพที่สุด อันนี้พามาดูน้ำจิ้มๆ ก่อน ต่อไปจะมี แดชบอร์ด (Dashboard) ให้รู้เลยว่า ต่อไปมีน้ำท่วม รถติดที่จุดไหนบ้าง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้ายเมืองหลวงขึ้นคลาวด์! ผู้ว่าฯ เทสระบบ ‘ศูนย์บัญชาการฯใหม่’ แก้ท่วม รถติด ภัยพิบัติได้เรียลไทม์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th