โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CBAM จุดเปลี่ยนส่งออกไทย.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ภายใต้โลกการค้ายุคใหม่ “ราคา” อาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ตัดสินชัยชนะอีกต่อไป เมื่อสหภาพยุโรป (EU)ประกาศใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM : Carbon Border Adjustment Mechanism)เพื่อบีบให้สินค้านำ เข้าต้องแบกรับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตในยุโรป

มาตรการนี้เปรียบดั่ง “กำแพงภาษีสีเขียว” กำลังเขย่าโครงสร้างการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง และนี่คือสัญญาณเตือนว่าธุรกิจที่ไม่ปรับตัวอาจไม่มีที่ยืนในตลาดโลก

เป้าหมายหลักของ CBAMคือการอุดช่องว่างความเสียเปรียบของผู้ผลิตใน EU ต้องจ่ายค่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ระบบ ETS ขณะที่ผู้ผลิตนอกภูมิภาคอาจไม่มีต้นทุนส่วนนี้ EU จึงกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องซื้อ CBAM Certificatesตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแฝง (Embedded Emissions) ในสินค้าที่บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026

จากมาตรการดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย 3 มิติสำคัญ…

-มูลค่าการส่งออกหดตัวเพียงแค่การประกาศมาตรการปี 2020 และเริ่มช่วงเปลี่ยนผ่านปี 2023 มูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่ม CBAM ของไทยไป EU ลดลงแล้วถึง 24% เมื่อเทียบกลุ่มสินค้าอื่น สะท้อนว่าคู่ค้าในยุโรป เริ่มปรับตัวล่วงหน้า ด้วยการมองหาแหล่งผลิตที่สะอาดกว่ามากขึ้น

-ความเหลื่อมล้ำระหว่างขนาดธุรกิจผู้ประกอบการรายเล็ก (SMEs) คือกลุ่มเปราะบางสุด เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเงินทุนในการปรับปรุงเครื่องจักรและขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการวัดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงมากกว่ารายใหญ่ถึง 19.7%

-การเบี่ยงเบนทางการค้า (Trade Diversion)ผู้ส่งออกไทยบางส่วน เริ่มหันไปส่งออกสินค้าไปยังประเทศนอก EU แทน อาจเป็นทางออกระยะสั้นแต่ระยะยาวมาตรการลักษณะนี้จะถูกนำไปใช้ในประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ หรือญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

มาตรการCBAMคือ “จุดเปลี่ยน” ที่บีบให้ไทย ต้องก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเร็วกว่าที่คาด แม้ระยะสั้นจะดูเหมือนอุปสรรคทางการค้า แต่หาก “มองเป็นโอกาส” นี่คือแรงผลักดันที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเกิดการยกระดับเทคโนโลยีครั้งใหญ่

หากเราสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้ “เขียว” ได้จริง สินค้าไทยจะไม่ใช่เพียงแค่สินค้าราคาถูกที่สุด แต่จะเป็นสินค้าที่ “ยั่งยืนที่สุด”ถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่สุดในสนามการค้าโลกศตวรรษที่ 21

ความร่วมมือระหว่างที่รัฐสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและเอกชนกล้าปรับตัว จะเป็นกุญแจสำคัญทำให้ Made in Thailand สามารถเปล่งประกายในตลาดสากลได้

แต่..โอกาสดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หาก (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ..ที่ได้ผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาแล้ว “ไม่ได้ถูกขับเคลื่อน” สู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำให้เกิดการบังคับใช้ได้จริงอย่างเร่งด่วน…!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...