โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กูรูชี้กำไรแบงก์ Q4/68 ร่วง 17% หลังหมดรอบล็อกกำไรพันธบัตร

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า ประเมินผลกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มแบงก์ใน Coverage ของทางฝ่ายทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ BBL KBANK SCB KKP TISCO KTB และ TTB ในไตรมาส 4/2568 โดยรวมปรับตัวลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

โดยจะอยู่ที่ 51,535 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 17% จากไตรมาส 3/2568 และลดลง 1.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับการชะลอตัวลงของการเติบโตของยอดการปล่อยสินเชื่อ (Loan growth)

ทั้งนี้ กำไรในไตรมาส 4/2568 ที่ปรับตัวลดลงแรงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการรับรู้กำไรจากการลงทุนเทรดพันธบัตรลดลง โดยในช่วงไตรมาส 2-3/2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ลดลง ราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้น จึงเกิดการขายออกเพื่อล็อกกำไรไว้

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มแบงก์มีการประกาศจ่ายปันผล การซื้อหุ้นคืน เพราะเงินทุนในมือที่อยู่ในระดับสูงเกินไป จำเป็นต้องนำออกมาลงทุน เพื่อรักษาระดับ ROE ให้เพิ่มขึ้นได้ แต่ในไตรมาส 4/2568 ทุกอย่างกลับมาสู่สภาวะปกติ ทำให้ไม่มีการรับรู้กำไรจากการขายออกเพื่อล็อกกำไรพันธบัตรเข้ามาเพิ่ม

สำหรับภาพรวมกำไรรวมทั้งปี 2568 ของหุ้นกลุ่มแบงก์ คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 228,426 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 24,322 ล้านบาท หรือ -9.62% จากเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ที่ระดับ 252,748 ล้านบาท

ขณะที่โมเมนตัมกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ทางฝ่ายคาดการณ์ไว้อยู่ที่ระดับ 222,241 ล้านบาท ลดลง 6,185 ล้านบาท หรือ -2.70% จากเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปี 2568 หลักๆ เป็นผลจากเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกปีนี้ที่เรียกได้ว่ายังเป็นลูกผีลูกคน เพราะไม่มีนโยบายจากภาครัฐเข้ามาช่วย

อย่างไรก็ตาม หากการจ่ายเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ. ผ่านพ้นไป ก็ดูเหมือนว่าหุ้นกลุ่มแบงก์ก็ไร้ปัจจัยใหม่เข้ามาช่วยค้ำยันราคาหุ้นต่อได้ และจะเริ่มเห็นว่าราคาหุ้นจะตอบรับกับตัวเลขเศรษฐกิจและสินเชื่อที่ยังคงไม่ดีนัก

โดยหุ้นที่ยังแนะนำซื้อ คือ KTB ราคาเป้าหมาย 32.00 บาท มีความน่าสนใจที่การจ่ายปันผลสูงถึง 7% อีกทั้งราคาหุ้นยังดูมี Upside อยู่ ในขณะที่หุ้นแบงก์ตัวอื่นๆ ทางฝ่ายแนะนำถือ โดยตัวที่ให้ปันผลสูงสุดคือ SCB ที่ระดับ 8% ส่วนตัวอื่นๆ ค่าปันผลที่ระดับ 5-6%

ลดเงินนำส่ง หนุนคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า จากประเด็นที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) จาก 0.46% ต่อปี ของเงินฝาก เหลือ 0.32% ต่อปี ถึงสิ้นปี 2569 เพื่อสนับสนุนการออกมาตรการช่วยเหลือในปีนี้เป็นการชั่วคราว โดยมุ่งหวังให้สถาบันการเงินส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจให้ไปต่อได้

ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจากประเมินว่าธนาคารพาณิชย์จะส่งผ่านการช่วยเหลือให้ลูกค้าทั้งหมด ทั้งนี้ ประเมินว่าธนาคารจะได้ผลบวกทางอ้อมจากแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้กลุ่มเปราะบางมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้นบ้างจากการช่วยเหลือของธนาคาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...