ภาคเอกชนสหรัฐประสานเสียง จี้รัฐบาลทรัมป์คืนเงินภาษี หลังศาลฎีกาเปิดช่อง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอฟ) ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ค้าปลีกตั้งแต่ยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐอย่าง วอลมาร์ต ไปจนถึงแบรนด์ขนาดเล็กและผู้ผลิต เรียกร้องให้รัฐบาลมี "กระบวนการคืนเงินภาษีที่ราบรื่นให้แก่ผู้นำเข้าของสหรัฐ" โดยระบุว่า "เงินคืนเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้บริษัทต่างๆ สามารถนำเงินกลับไปลงทุนในการดำเนินงาน พนักงาน และดูแลลูกค้าของได้"
ด้านหอการค้าสหรัฐออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้มีการคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 133,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.48 ล้านล้านบาท) นายนีล แบรดลีย์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายของหอการค้าสหรัฐ กล่าวว่า "การคืนเงินภาษีอย่างรวดเร็ว จะมีความหมายอย่างยิ่งต่อผู้นำเข้าที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กมากกว่า 200,000 ราย และจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในปีนี้"
ขณะเดียวกัน หอการค้าสหรัฐสนับสนุนให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ใช้โอกาสนี้เพื่อปรับปรุงนโยบายภาษีภาพรวม ในแนวทางที่จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น การเพิ่มค่าจ้างให้คนทำงาน และการลดภาระค่าครองชีพให้กับครัวเรือน
ทั้งนี้ มติเสียงข้างมากครั้งประวัติศาสตร์ของศาลฎีกาสหรัฐ ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 เสียง ระบุเพียงว่า กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 ไม่ได้มอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสามารถกำหนดอัตราภาษีกับทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดของสหรัฐไม่ได้ระบุชัดเจนว่า รัฐบาลทรัมป์จะต้องคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วหรือไม่ หมายความว่า เรื่องนี้ต้องกลับไปที่ศาลชั้นต้น และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องฟ้องร้องขอเงินคืนกันเอง ซึ่งทรัมป์ก็ยอมรับในเรื่องนี้เช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS