ทรัมป์ ขยับเกมภาษีโลก ดันภาษีนำเข้าชั่วคราวขึ้น 15% จาก 10%
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดตามกฎหมาย Section 122 พร้อมเดินหน้าหาช่องออกมาตรการภาษีใหม่
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.55 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า เขาจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวต่อสินค้านำเข้าสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด จากอัตรา 10% เป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต หลังจากที่ Supreme Court of the United States มีคำวินิจฉัยให้มาตรการภาษีชุดก่อนหน้าของเขาเป็นโมฆะ เนื่องจากเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคำตัดสินของศาลเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีแบบครอบจักรวาล (across-the-board) ในอัตรา 10% กับสินค้านำเข้าทั้งหมด โดยศาลเห็นว่า การที่เขาใช้อำนาจตามกฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเพื่อกำหนดอัตราภาษีที่สูงกว่านั้น ถือเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต
มาตรการภาษีใหม่ครั้งนี้อ้างอิงกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ “Section 122” ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถเก็บภาษีได้สูงสุด 15% แต่กำหนดว่าหากจะขยายระยะเวลาบังคับใช้เกิน 150 วัน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เขาจะใช้ช่วงเวลา 150 วันนี้ เพื่อเดินหน้าจัดทำมาตรการภาษีอื่น ๆ ที่ “ชอบด้วยกฎหมาย” เพิ่มเติม โดยรัฐบาลมีแผนพึ่งพากฎหมายอีกสองฉบับ ที่อนุญาตให้เก็บภาษีนำเข้าเป็นรายสินค้า หรือรายประเทศ หลังผ่านกระบวนการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติ หรือการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ทรัมป์เขียนใน Truth Social ว่า “ผม ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา จะมีผลทันทีในการปรับขึ้นภาษีทั่วโลก 10% สำหรับประเทศต่าง ๆ ที่เอาเปรียบสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ —เป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่กฎหมายอนุญาตและผ่านการทดสอบทางกฎหมายแล้ว”
แม้ศาลจะมีมติ 6 ต่อ 3 คว่ำมาตรการภาษีชุดเดิม ทรัมป์ก็ยังไม่แสดงท่าทีถอยจากแนวทางสงครามการค้าโลก พร้อมโจมตีผู้พิพากษาบางรายเป็นการส่วนตัว และยืนกรานว่า เขายังมีอำนาจในการกำหนดภาษีนำเข้าตามที่เห็นสมควร
อ้างอิง : reuters.com