โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘รัฐบาลสหรัฐ’ อ่วม! จ่อคืนภาษี 4.2 ล้านล้านบาท หลังศาลสั่งยกเลิก ‘ภาษีทรัมป์’

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

รัฐบาลสหรัฐ เตรียมแบกรับภาระคืนเงินภาษีมูลค่ามหาศาลกว่า 4.2 ล้านล้านบาท หลังศาลฎีกามีมติยกเลิกมาตรการ "ภาษีทรัมป์" โดยวินิจฉัยว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ทางนโยบายครั้งประวัติศาสตร์หลังแพ้รวดทั้ง 3 ศาล

คำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ของศาลฎีกาสหรัฐในวันนี้ (20 ก.พ.) ระบุว่าการจัดเก็บภาษีภายใต้กฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉิน (IEEPA) ที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้บังคับกับคู่ค้าทั่วโลกนั้น "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" โดยศาลชี้ชัดว่ารัฐธรรมนูญมอบอำนาจในการจัดเก็บภาษีและศุลกากรเป็นสิทธิขาดของสภาคองเกรส ไม่ใช่ของประธานาธิบดี

ภาษีทรัมป์

ผลจากการพ่ายแพ้ในศาลฎีกา ซึ่งยืนตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก่อนหน้านี้ บีบให้กระทรวงการคลังสหรัฐ ต้องเตรียมกระบวนการคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บไปแล้วตั้งแต่ปี 2568 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.335 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท)

ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าการจัดการคืนเงินจำนวนมหาศาลนี้จะมีความซับซ้อนอย่างมากและอาจส่งผลกระทบต่อแผนงบประมาณของรัฐบาลในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ครอบคลุมเฉพาะภาษีที่ประกาศใช้ผ่านกฎหมาย IEEPA เท่านั้น ส่วนภาษีนำเข้าอื่น ๆ เช่น ภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม (Section 232) ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป ขณะที่ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณาแผนสำรองเพื่อนำมาตรการภาษีกลับมาใช้อีกครั้งภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายฉบับอื่นที่สอดคล้องกับอำนาจบริหารมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์ :https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook :https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X : https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...