“ฮุน มาเนต” เดินสายให้สัมภาษณ์สื่อนอก อ้างไทยขวางชาวกัมพูชากลับบ้าน
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. สำนักข่าว Fox News ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ซึ่งยังคงกล่าวหาว่า กองกำลังไทยได้รุกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา นอกเหนือเส้นแบ่งเขตแดน โดยทหารไทยได้ปิดล้อมหมู่บ้านด้วยลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ชาวกัมพูชา 80,000 คนไม่สามารถกลับบ้านได้
ฮุน มาเนต กล่าวว่า “การยึดครองนั้นเกินกว่าการอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียวของไทย ชาวบ้านหลายคนไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิดของตนได้”
Fox News ระบุว่า กัมพูชาและไทยขัดแย้งกันมานานหลายทศวรรษเกี่ยวกับพรมแดนทางบก ซึ่งส่วนใหญ่ถูกกำหนดขึ้นในยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส และต่อมาถูกตีความแตกต่างกัน ความขัดแย้งได้ปะทุขึ้นเป็นระยะ ๆ ด้วยการปะทะกันด้วยอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ใกล้กับโบราณสถานและหมู่บ้านในชนบทที่การกำหนดเขตแดนยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ภาพและรายงานจากพื้นที่ใกล้เคียงเกี่ยวกับการสู้รบครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นความเสียหายต่ออาคารใกล้ชายแดน รวมถึงปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในเขตที่มีข้อพิพาท
เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้กล่าวโทษกองกำลังไทยว่าเป็นต้นเหตุของความเสียหาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยปฏิเสธว่าไม่ได้จงใจโจมตีสถานที่สำคัญทางศาสนาหรือวัฒนธรรม โดยกล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ความมั่นคงที่มีข้อพิพาท
อย่างไรก็ตาม ฮุน มาเนต ปฏิเสธที่จะขู่ว่าจะตอบโต้ทางทหาร “จุดยืนของเราคือการยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติเสมอ เราไม่เชื่อว่าการใช้สงครามเพื่อยุติสงครามนั้นยั่งยืนหรือเป็นไปได้จริง”
Fox News บอกว่า ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 70 ล้านคน ซึ่งมากกว่ากัมพูชาที่มีประชากร 17 ล้านคนถึงประมาณ 4 เท่า ทำให้มีกองทัพที่ใหญ่กว่าและมีอุปกรณ์ครบครันกว่ามาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง
เนื่องจากการสู้รบกำลังคุกคามเสถียรภาพที่เปราะบางตามแนวชายแดน ฮุน มาเนต จึงเดินทางไปวอชิงตันในสัปดาห์นี้เพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์
“คณะทำงานเพื่อสันติภาพสามารถมีบทบาทอย่างแข็งขันในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความปกติสุขระหว่างกัมพูชาและไทย” ฮุน มาเนตกล่าว
Fox News ระบุว่า ฮุน มาเนต ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายทหารเวสต์พอยต์ของสหรัฐฯ พยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีน ในขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ เปิดช่องทางการติดต่อกับสหรัฐฯ อีกครั้ง รวมถึงการฟื้นฟูการฝึกซ้อมทางทหารร่วมที่ถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2017
ขณะที่กัมพูชากำลังเผชิญกับความตึงเครียดกับไทย ก็กำลังรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนด้วย
ฮุน มาเนตกล่าวว่า การจัดการความสัมพันธ์กับมหาอำนาจโลกที่แข่งขันกันนั้น “ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเสียเปรียบ” และกัมพูชาในฐานะประเทศเล็กกว่า ไม่สามารถเลือกข้างใดข้างหนึ่งได้
ความสมดุลนั้นส่วนหนึ่งเกิดขึ้นที่ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์บนชายฝั่งทางใต้ของกัมพูชาที่ได้รับการสร้างใหม่ด้วยเงินทุนจากจีน
เรือรบ ยูเอสเอส ซินซินเนติ เข้าเทียบท่าที่เรียมเมื่อปลายเดือน ม.ค. นับเป็นการเยือนของเรือรบสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ฐานทัพได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยเงินทุนและการสนับสนุนทางเทคนิคจากจีน
การเยือนครั้งนี้โดดเด่นด้วยภาพที่น่าประทับใจ คือเรือรบ ยูเอสเอส ซินซินเนติ จอดเทียบท่าห่างจากเรือรบจีนที่จอดอยู่แล้วในฐานทัพเพียงประมาณ 150 เมตร เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลว่ากัมพูชาได้มอบสิทธิ์การเข้าถึงแต่เพียงผู้เดียวให้แก่จีน
แต่ ฮุน มาเนต ยืนยันว่า ฐานทัพยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกัมพูชา “รัฐธรรมนูญของเราระบุว่าไม่มีฐานทัพทหารต่างชาติใดสามารถตั้งอยู่บนดินแดนกัมพูชาได้”
เขากล่าวว่า การเยือนของสหรัฐฯ “แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากัมพูชาไม่ได้ถูกใช้เป็นเพียงฐานทัพเรือเพื่อความร่วมมือกับจีนเท่านั้น”
ฮุน มาเนต ยังยืนยันว่า การฝึกซ้อมทางทหารประจำปีระหว่างสหรัฐฯ และกัมพูชาที่รู้จักกันในชื่อ อังกอร์ เซนติเนล ซึ่งถูกระงับไปในปี 2017 จะกลับมาดำเนินการอีกครั้งในปี 2026 นี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่อบอุ่นขึ้น
ฮุน มาเนต กล่าวว่า “เราหวังว่าจะมีความร่วมมือกับสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น”
เรียบเรียงจาก Fox News
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปแลนด์ประกาศถอนตัวอนุสัญญาออตตาวา เตรียมวางทุ่นระเบิดสกัดรัสเซีย
“ฮุน มาเนต” ให้สัมภาษณ์สื่อนอก บอกไทยยึดครองดินแดนกัมพูชาคือข้อเท็จจริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฮุน มาเนต” เดินสายให้สัมภาษณ์สื่อนอก อ้างไทยขวางชาวกัมพูชากลับบ้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com