โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อายัดทรัพย์ “ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย” 34 ล้าน ปปง. สั่งลุยคดีพนัน-ฉ้อโกงรวม 778 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติจัดการทรัพย์สินเครือข่ายมิจฉาชีพลอตใหญ่ เผยรายชื่อคดีดังเพียบ ทั้งคดีพนันเครือข่าย

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. สำนักงาน ปปง. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.69 (เพิ่มเติม) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น ๆ สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจนอกเหนือจากคดีที่นำเสนอเป็นที่ทราบไปก่อนหน้านี้ในคดีเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ 4 คดีแล้ว โดยดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมจำนวน 1,307 รายการ 58 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 778 ล้านบาท ประกอบด้วย

การยึดและอายัดทรัพย์สิน 34 รายคดี เป็นทรัพย์สิน 835 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 676 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการพนันฯ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.รายคดีนายเฟรดี้ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติด คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 11 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท (คำสั่ง ย.30/2569) 2.รายคดีนายธาดา กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 53 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด สินทรัพย์ดิจิตอล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 421 ล้านบาท (คำสั่ง ย.25/2569) 3.รายคดีนายธนวันต์ กับพวก กรณีอ้างตัวเป็นผู้มีความรู้ศาสตร์ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการนำเสนอขายหินแกะสลักที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศจีน และผ่านการทำพิธีปลุกเสกมาแล้ว เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 105 รายการ เช่น เงินสด เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.22/2569) 4.รายคดี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีชักชวนให้ซื้อห้องชุดโครงการต่าง ๆ และมีการจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 31 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 53 ล้านบาท (คำสั่ง ย.46/2569) 5.รายคดีนายไพบูลย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ จากพฤติการณ์ข่มขู่ เรียกรับเงินจากผู้ได้รับงานประมูลจากภาครัฐ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 30 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท (คำสั่ง ย.44/2569)

สำนักงาน ปปง. รายงานอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 276 รายการ มูลค่าประมาณ 109 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.รายคดี บริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่นฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซิมการ์ดโทรศัพท์และตู้เติมเงิน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 101 รายการ เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทองรูปพรรณ วัตถุมงคล ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 67 ล้านบาท (คำสั่ง ย.288/2568) 2.รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายฯ ชื่อบัญชี นายสมพลชัย กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้กระทำความผิดและให้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 71 รายการ เช่น เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.287/2568) 3.รายคดี นายกันชัย กับพวก กรณีพฤติการณ์เกี่ยวกับขบวนการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 16 รายการ เช่น เครื่องประดับและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.290/2568)

สำนักงาน ปปง. รายงานด้วยว่า ปปง. ยังได้มีการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 196 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.รายคดี นายสรวิศิษฎ์ กับพวก กรณีหลอกลวงผู้เสียหายว่าติดต่อจากกรมบัญชีกลาง เรื่องรับเงินบำนาญและให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ทำการควบคุมโทรศัพท์มือถือ อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน 10 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 49 รายการ มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท (คำสั่ง ย.266/2568) 2.รายคดี น.ส.สุนิสา กับพวก กรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิทุจริตเบิกถอนเงิน อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง (แยกคดีในชั้นศาลเป็น 2 สำนวนคดี) คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมในครั้งนี้ 42 รายการ มูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท (คำสั่งย.186/2568 และ ย.285/2568).

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...