โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัยยศ” ชี้หุ้นไทยฟื้นตามภูมิภาค ชู 2 หุ้นปลอดภัย ADVANC-GULF

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 03.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าว่า มีลักษณะการปรับตัวเพิ่มขึ้น (Rebound) ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวดีขึ้นราว 1-3% โดยมองว่าตลาดยังมีจังหวะไปต่อได้ แม้จะยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุนอย่างชัดเจน แต่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงจิตวิทยา (Sentiment) หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสงครามที่โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงในขณะนี้น่าจะใกล้จบลงในเร็ววัน

สำหรับการคาดการณ์ที่ว่าดัชนีจะกลับไปยืนที่ระดับ 1,550 จุดได้ในเร็วๆ นี้หรือไม่นั้น ประเมินว่าอาจจะยังไม่ใช่ลักษณะดังกล่าว เนื่องจากในรอบก่อนหน้าที่ดัชนีปรับตัวขึ้นไปถึงระดับนั้น มีปัจจัยหลักมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้า แต่ในปัจจุบันพบว่ามีเม็ดเงินต่างชาติไหลออกอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยกระแสเงินส่วนใหญ่ย้ายไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ทั้งสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นมาก และทองคำที่ราคาเร่งตัวขึ้นหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังมีท่าทีระมัดระวังและชะลอการลงทุนในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะกลางและระยะยาว บล.กรุงศรี ยังคงประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ ได้แก่ 1. ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่ผ่านพ้นจุดต่ำสุด (Bottom Out) มาแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพและเตรียมเร่งรัดโครงการต่างๆ และ 2. โอกาสที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามา จากกรณีที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอาจถูกลดน้ำหนักการลงทุน

ในส่วนของปัจจัยทางการเมือง โดยเฉพาะไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภาในวันที่ 14 มีนาคม เพื่อนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น มองว่ามีน้ำหนักต่อตลาดทุนค่อนข้างน้อย เนื่องจากภาพรวมของบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจหลักมีความชัดเจนแล้ว อาจมีการสลับตำแหน่งบ้างเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ เสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีคะแนนเสียงราว 300 เสียง ก็ถือว่ามีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูงมากเพียงพอที่จะขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่อไปได้ แม้จะไม่มีกลุ่มการเมืองของผู้กองยอดรักมาร่วมรัฐบาลก็ตาม

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้เลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นไปที่กลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive) ได้แก่ ADVANC แนะนำ "ซื้อ" ราคาพื้นฐาน 390 บาท เนื่องจากได้เปรียบจากความจำเป็นในการใช้ข้อมูลมือถือและอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตเฉลี่ย 4% ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และ GULF แนะนำ "ซื้อสะสม" ราคาพื้นฐาน 70 บาท ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจ New S-Curve ทั้ง Virtual Bank และ Data Center ในขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้ายังคงขยายกำลังการผลิตได้ตามแผนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กลุ่มหุ้นค้าปลีก เช่น HMPRO และ GLOBAL ที่ราคาปรับตัวลงลึกและยังไม่ฟื้นตัวนั้น เป็นผลมาจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่เกิดขึ้นจริง ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 1 และ 2 อาจมีภาพของการชะลอตัว จึงต้องรอจับจังหวะการลงทุนให้ดี

ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 85-87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างหนักต่อทั้งต้นทุนโลจิสติกส์ ภาคก่อสร้าง ภาคการขนส่ง รวมถึงค่าครองชีพของประชาชนรากหญ้า ดังนั้นจึงคาดหวังให้สถานการณ์สงครามยุติลงโดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...