โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

How to รับฟังโดยไม่ตัดสิน เพราะบางครั้งเราก็แค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจในยามท้อแท้

Mission To The Moon

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

เมื่อปัญหาถาโถมเข้ามาในชีวิต แต่ละคนก็มีวิธีรับมือกับปัญหาตรงหน้าแตกต่างกันไป บางคนอาจเลือกปิดปากเงียบไม่บอกใคร ในขณะที่บางคนอาจเลือกเล่าให้ใครสักคนฟัง
.
บางคนอาจตัดสินใจเลือกเล่าให้คนอื่นฟังเพราะต้องการรับฟังคำแนะนำอีกมุม
แต่บางคนก็อาจตัดสินใจเล่าให้คนอื่นฟังเพียงแค่เพราะต้องการคนรับฟังและเข้าใจ
.
ซึ่งก็หมายความว่าสำหรับคนที่ยืนอยู่ในจุดที่เรียกว่าเป็น “ผู้รับฟัง” แล้ว ถึงแม้ว่าการให้คำแนะนำอาจดูเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการเสมอไป
.
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางคนพอเห็นคนรอบข้างมาปรึกษา ก็มักจะปรี่ตอบไปด้วย “คำตัดสิน” ทันที จนทำให้อีกฝ่ายไม่อยากเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีกต่อไป
.
ดังนั้น บางครั้งการให้คำแนะนำจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป แค่รับฟังอย่างเข้าใจคงจะดีกว่า
.
.
การให้คำแนะนำอาจทำลายความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว
.
เพราะอะไรการให้คำแนะนำอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป?
.
อย่างแรก เพราะว่าคำแนะนำเป็นรูปแบบหนึ่งของการตัดสิน เราที่เป็นคนให้คำแนะนำอาจมองว่าตัวเองกำลังให้ความช่วยเหลือเขาอยู่ แต่การให้ความคิดเห็นแบบที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับอีกฝ่ายเท่าไรนั้น อาจทำให้เขามองว่าเรากำลังตัดสินเขาอยู่ได้
.
ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ คือ การที่ลูกเล่าปัญหาให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่บางคนมักจะตอกกลับไปทันทีว่า “ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ปัญหาก็ไม่เกิดตั้งแต่แรก” ซึ่งมันเหมือนกับเป็นการชี้นิ้วว่าลูกเป็นฝ่ายผิด และแสดงให้เห็นถึงการไม่พร้อมอยู่เคียงข้างกัน ทั้งๆ ที่ฝั่งพ่อแม่เองกลับมองว่าสิ่งที่พูดและทำลงไปนั้นเป็นเพียงแค่คำแนะนำ และทำลงไปเพราะหวังดี
.
อย่างที่สอง การให้คำแนะนำจะทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถเรียนรู้และเติบโตได้ด้วยตัวเอง บางคนอาจมองว่าการให้คำแนะนำถือเป็นความหวังดี แต่แท้จริงแล้วคำแนะนำของเราอาจไปจำกัดแนวคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาของอีกฝ่ายได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรานั้นมักจะชอบเก็บคำพูดของคนอื่นไปคิดต่อ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จะทำให้คนคนนั้นไม่สามารถเรียนรู้และเติบโตได้ด้วยตนเอง
.
อย่างที่สาม ถึงแม้ว่าคำแนะนำของเราจะเคยใช้ได้มาก่อน แต่อาจไม่ใช่กับกรณีตรงหน้า เราอาจคิดว่าคำแนะนำของเรานั้นดีที่สุด เพราะมันเคยได้ผลกับคนอื่นหรือตัวเองมาก่อน แต่ว่าแต่ละปัญหาที่แต่ละคนเจอนั้นไม่เหมือนกัน จะให้ใช้คำแนะนำเดียวกันไปเรื่อยๆ ก็คงจะไม่ได้
.
อย่างสุดท้ายคือ การให้คำแนะนำจะทำให้อีกฝ่ายปิดใจกับเรา อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าหากเราให้คำแนะนำที่เป็นการโจมตีอีกฝ่าย จะทำให้เขารู้สึกว่ากำลังถูกตัดสินอยู่ ดังนั้นแทนที่การคุยกันครั้งนั้นจะทำให้ระหว่างเราและเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ก็จะทำให้บทสนทนาจบลงพร้อมกับเขาปิดประตูหัวใจใส่หน้าเราเพราะรู้สึกไม่พอใจแทน
.
ดังนั้น หากยังคงอยากรักษาความสัมพันธ์นั้นให้ดีอยู่เสมอ ก็จงเป็นผู้รับฟังที่ดีแทน
.
.
เวลาไหนควรรับฟัง เวลาไหนควรให้คำแนะนำ?
.
บางครั้งเพื่อน คนรัก หรือสมาชิกในครอบครัวต้องการคำแนะนำ แต่บางครั้งกลับต้องการแค่คนรับฟัง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เวลาไหนควรรับฟัง หรือเวลาไหนควรให้คำแนะนำ?
.
วิธีแรกก็ง่ายๆ เลยคือ ให้ถามสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการ เพราะเราไม่สามารถอ่านใจคนอื่นได้ วิธีเดียวที่จะรู้ได้อย่างชัดเจนที่สุดคือให้เขาพูดมันออกมา อย่าคาดเดาสิ่งที่คนอื่นต้องการเอาเอง เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการอะไรกันแน่
.
อีกวิธีหนึ่งคือ ลองสังเกตดูว่าระหว่างที่เพื่อน คนรัก หรือสมาชิกในครอบครัวระบายปัญหาให้ฟังเขาหลุดคำพูดว่า “ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง” ออกมาหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็อย่าเพิ่งโยนคำแนะนำไป แต่ให้โยนหินถามทางไปก่อนว่าเขาต้องการคำแนะนำอะไรจากเราหรือเปล่า เพราะบางครั้งเขาก็อาจจะแค่บ่นออกมาลอยๆ ไม่ได้ต้องการคำแนะนำ
.
นอกจากจะสังเกตคำพูดแล้ว เราก็สามารถสังเกตจากการกระทำของคนเหล่านั้นได้เช่นกัน เช่น บางคนระบายอารมณ์โดยการพูดถึงแค่ปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ค่อยพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาเลย นี่ก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชี้ว่าเขากำลังมองหาทางออกหรือคำแนะนำอยู่ก็เป็นได้ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องถามเขาอยู่ดีว่าเขาต้องการข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นอะไรหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์แย่ลง
.
.
การเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ใช่แค่ ‘ได้ยินที่หู’ แต่ต้อง ‘รับรู้ด้วยใจ’
.
ถ้าเพื่อน คนรัก หรือสมาชิกในครอบครัว ไม่ได้ต้องการคำแนะนำ แต่ต้องการแค่คนรับฟังและเข้าใจ แล้วเราจะเป็นผู้รับฟังที่ดีได้อย่างไร?
.
1. รับฟังด้วยใจ
รับฟังด้วยใจคืออะไร? คือการฟังเพื่อทำความเข้าใจมากกว่าฟังเพื่อตอบกลับไปเฉยๆ โดยการรับฟังด้วยใจนั้นจะต้องมีสติและใส่ใจในสิ่งที่คนตรงหน้าพูดอยู่เสมอ เพื่อที่เราจะได้โฟกัสสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารออกมาได้ ซึ่งการรับฟังด้วยใจหรือการรับฟังอย่างตั้งใจนั้นสามารถฝึกกันได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้
[ ] โฟกัสที่ผู้พูด
[ ] ตั้งใจฟัง แม้จะไม่ใช่สิ่งที่อยากฟัง
[ ] ถามคำถามหากสงสัย
[ ] เลี่ยงการตัดสิน
[ ] เลี่ยงการตั้งสมมติฐานใดๆ ขึ้นมาเอง
[ ] อย่าปักธงคำตอบไว้ในใจจนกว่าจะได้ยินเรื่องราวทั้งหมด
.
2. ให้การยืนยันและยอมรับความรู้สึกของคนตรงหน้า
หากมีใครแสดงด้านที่อ่อนแอให้เราเห็น ก็หมายความว่าเขาไว้ใจเรามากว่าเราจะสามารถอยู่เคียงข้างเขาได้ ดังนั้นหากเจอคนมาระบายอะไรให้ฟัง เราก็ควรยืนยันและยอมรับความรู้สึกของเขา ว่าเขาสามารถรู้สึกแบบนี้ได้ เช่น การบอกว่า
[ ] “เราเข้าใจนะว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ”
[ ] “เราก็คงจะโกรธเหมือนกันถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเรา”
[ ] “เราเสียใจที่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณ คุณไม่สมควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
[ ] “เราคิดว่าคุณรับมือกับเรื่องที่ผ่านมาได้ดีมาก เราภูมิใจในตัวคุณนะ”
.
3. เป็นพื้นที่สบายใจให้กับคนอื่น
เมื่อมีคนมาเล่าปัญหาให้ฟัง อย่าเพิ่งเสนอแนวคิดหรือคำแนะนำอะไรออกไป เพราะเขาอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยได้ ทางที่ดีให้หลีกเลี่ยงการตัดสินสิ่งที่บุคคลนั้นกำลังพูด เราควรให้การสนับสนุนมากกว่าให้คำแนะนำ เพราะถ้าเราทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอาย โกรธ หรือไม่พอใจที่แสดงความรู้สึกออกมา เขาก็คงจะไม่ไว้ใจหรือเล่าอะไรให้เราฟังอีก
.
4. แสดงความเห็นอกเห็นใจ
อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราฟังอย่างไม่ตัดสินคือ การแสดงความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเราสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ถึงความทุกข์ของอีกฝ่ายและเข้าใจว่าความทุกข์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน หรือการแสดงความห่วงใยต่อคนที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่และปฏิบัติต่อเขาด้วยความใจดี
.
การแสดงให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเราตระหนักถึงความท้าทายที่เขากำลังเผชิญอยู่ จะช่วยให้เขาเห็นว่าเราใส่ใจและเป็นห่วงเขาจริงๆ
.
5. มองเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมุมมองของอีกฝ่าย
อีกวิธีที่จะช่วยให้เราเป็นผู้ฟังที่ดีได้ไม่แพ้กันคือ “Put yourself in their shoes” – การเอาใจเขามาใส่ใจเรา
.
เมื่อเห็นว่าคนอื่นมีปัญหา อย่ามองถึงปัญหานั้นแค่ในมุมเรา เพราะเราไม่ได้เป็นคนเผชิญกับเรื่องราวนั้นด้วยตัวเอง แต่ให้ลองสวมบทบาทเป็นอีกฝ่ายดู เช่น แทนที่เราจะรู้สึกเสียใจแทนบุคคลนั้น ให้ลองทำความเข้าใจจริงๆ ว่าถ้าเราเป็นเขา แล้วต้องมาเจอเรื่องราวแบบนั้น เราจะรู้สึกอย่างไร สุดท้ายมันก็จะช่วยให้เราสนับสนุนอีกฝ่ายได้ดีขึ้น
.
แม้ว่าการให้คำแนะนำจะดูเป็นทางเลือกที่ดี แต่บางครั้งเมื่อเราทุกข์ใจเราก็อาจจะไม่ได้ต้องการคำแนะนำเสมอไป แค่ต้องการคนคอยอยู่ข้างๆ และรับฟังอย่างเข้าใจเท่านั้นเอง ดังนั้นหากใครกำลังเจอคนมาระบายความในใจให้ฟัง ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินและโยนคำแนะนำไป ให้หยุดคิดสักนิด แสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริงสักหน่อย แล้วคอยรับฟังเขาด้วยใจจริง เท่านี้เขาก็จะรู้สึกได้แล้วว่า “การมีคุณอยู่เคียงข้างบนโลกใบนี้มันช่างมีความหมายจริงๆ”
.
.
อ้างอิง
- Giving Advice- Why it Could Be Ruining Your Relationships : Dr.Sheri Jacobson, Harley Therapy - https://bit.ly/3SdpR8U
- Should I Listen or Give Advice? How to Determine Which Way to Respond to Your Partner or Friend : Estes Therapy - https://bit.ly/3vyYSfh
- How to Listen Without Giving Advice : Marissa Moore, Psych Central - https://bit.ly/3RLRFQg
.
.
#selfdevelopment
#inspiration
#activelistening
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...