โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง ปี 2567 รัฐบาลช่วยค่าครองชีพ รายละ 600-1,000 บาท

สยามนิวส์

เผยแพร่ 07 ก.พ. 2567 เวลา 05.46 น. • สยามนิวส์
ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง ปี 2567 รัฐบาลช่วยค่าครองชีพ รายละ 600-1,000 บาท

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง ปี 2567 ผู้สูงอายุลงทะเบียนรับเงินคนชรา พ่อแม่ผู้ปกครองเงินอุดหนุนบุตร และเบี้ยยังชีพผู้พิการ โดยล่าสุดนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกรัฐบาล ออกมาย้ำถึงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลนำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะมาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย

โดยล่าสุด กลุ่มเปราะบาง ซึ่งประชาชนที่ได้รับสิทธิจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ เงินอุดหนุนบุตร เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ ในงวดเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีในวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 นี้

ส่วนรายใหม่ที่ต้องการลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง ปี 2567 สามารถยื่นขอสิทธิได้ โดยคุณสมบัติที่กำหนด มีดังนี้

กลุ่มที่ 1 เงินอุดหนุนบุตร เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

สวัสดิการเงินอุดหนุนให้แก่เด็กแรกเกิดในครัวเรือนยากจนหรือครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย โดยรัฐบาลช่วยออกค่าเลี้ยงดูบุตรให้คนละ 600 บาท/เดือน เพื่อเงินอุดหนุนเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 ปี

คุณสมบัติ

เด็กแรกเกิดที่มีสิทธิ

มีสัญชาติไทย (พ่อแม่มีสัญชาติไทย หรือพ่อหรือแม่มีสัญชาติไทย)

เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี

อาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย

ไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน

ผู้ปกครองที่มีสิทธิลงทะเบียน

มีสัญชาติไทย

เป็นบุคคลที่รับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะ

เด็กแรกเกิดต้องอาศัยรวมอยู่ด้วย

อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ สมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี

วิธีลงทะเบียน

สามารถลงทะเบียนได้ในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิด และผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง ดังนี้

กรุงเทพมหานคร : ลงทะเบียนที่สํานักงานเขต

เมืองพัทยา : ลงทะเบียนที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา

ส่วนภูมิภาค : ลงทะเบียนที่องค์การบริหารส่วนตําบล หรือเทศบาล

เอกสารที่ต้องเตรียม

แบบคําร้องขอลงทะเบียน (ดร.01)

แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02)

บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง

สูติบัตรเด็กแรกเกิด

สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

ทั้งนี้หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน จะได้รับเงินภายใน 1 เดือน หรือ ดาวน์โหลดผ่านแอพพลิเคชั่น เงินเด็ก โดยสามารถลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ์ได้ทันที

กลุ่มที่ 2 เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จ่ายเป็นรายเดือนแบบขั้นบันได ดังนี้

อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาทต่อเดือน

อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาทต่อเดือน

อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาทต่อเดือน

อายุ 90 ปี ขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน

คุณสมบัติ

ผู้สูงอายุที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2568 คือ คนที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2508 และผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้สำหรับข้อกำหนดใหม่ (มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.66) ที่ระบุว่า ต้องเป็นผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด **ในขณะนี้ ยังไม่มีการกำหนดเกณฑ์ชี้วัดการมีรายได้ไม่เพียงพอ** ดังนั้นตอนนี้ผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ที่มีคุณสมบัติตามระเบียบเดิมข้างต้น ยังสามารถรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้

การลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี 66/67 (ปีงบประมาณ 68) รายละเอียดดังนี้

กรณีที่ 1 ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชัพผู้สูงอายุ

สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 - พฤศจิกายน 2566 และเดือนมกราคม 2567- กันยายน 2567

จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นไป (ปีงบประมาณ 2568)

กรณีที่ 2 ผู้สูงอายุที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2568 (คนที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2508)

สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 - พฤศจิกายน 2566 และเดือนมกราคม 2567- กันยายน 2567

จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณ 2568 โดยจะได้รับเบี้บยังชีพในเดือนถัดไปจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

เอกสารที่ต้องเตรียม

บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย

ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่เป็นปัจจุบัน

สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

วิธีลงทะเบียน

ในเขตกรุงเทพมหานคร ติดต่อสำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

ในเขตต่างจังหวัด ติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ เทศบาล ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

กรณีผู้สูงอายุไม่สะดวกดำเนินการด้วยตัวเอง

หนังสือมอบอำนาจ (แบบฟอร์มมอบอำนาจขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

กลุ่มที่ 3 เบี้ยผู้พิการ 800-1,000 บาท จ่ายตามเกณฑ์อายุ

ผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะได้รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน

ผู้พิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จะได้รับเงิน 800 บาทต่อเดือน

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการ

มีสัญชาติไทย

มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน

มีบัตรประจำตัวคนพิการ

ไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ

เอกสารที่ต้องเตรียม

บัตรประจําตัวประชาชน

บัตรประจำตัวคนพิการ (ตัวจริง)

ทะเบียนบ้าน (ตัวจริง)

สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา

วิธีลงทะเบียน

1.คนพิการที่จะมีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการในปีงบประมาณถัดไป ให้คนพิการ หรือผู้ดูแลคนพิการ ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล แล้วแต่กรณี ยื่นคำขอตามแบบพร้อมเอกสารหลักฐานต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ สถานที่และภายในระยะเวลา ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศกำหนด

ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนรับเบี้ยผู้พิการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โทร. 0 2354 3388 ต่อ 311 หรือ 313

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...