โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ที่ดินกลางกรุง พุ่งวาละ 3.7 ล้าน แห่ผุดคอนโดหรูแข่งขายลูกค้าไฮโซ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. 2567 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 00.48 น.

ส่องเทรนด์ราคาที่ดินเมืองกรุงปีมังกรไฟ วิกฤตเศรษฐกิจทุบกำลังซื้อกลาง-ล่าง ดีเวลอปเปอร์แห่ทำคอนโดฯแพงทำเลในเมือง เจาะขายเศรษฐีกระเป๋าหนัก ดันราคาพุ่งไม่หยุด AREA สำรวจ 10 อันดับแรกแพงขึ้นวาละ 1-1.5 แสนบาท ซื้อขายตารางวาละ 1.8-3.7 ล้านบาท โซน “สยาม-เพลินจิต-ชิดลม” ยืนแชมป์วาละ 3.75 ล้านบาท ไนท์แฟรงก์ชี้ยุคนี้สร้างคอนโดฯลักเซอรี่มีต้นทุนที่ดินสูงถึง 50% กดดันราคาขายปรับขึ้น 10-15%

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการอัพเดตราคาที่ดินที่เป็นราคาซื้อขายในเขตกรุงเทพฯ พบแนวโน้มยังมีการปรับขึ้นอยู่ตลอดเวลา แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่สถานการณ์โควิดจนถึงปัจจุบัน

โดยจะเห็นว่ายังคงมีปรากฏการณ์ทำสถิตินิวไฮเกิดขึ้นใหม่ทุกปี โดยปี 2565 ราคานิวไฮอยู่ที่ตารางวาละ 3.5 ล้านบาท ปี 2566 ราคานิวไฮตารางวาละ 3.6 ล้านบาท ในขณะที่แนวโน้มปี 2567 ประเมินว่าราคานิวไฮขยับเพิ่มเป็นตารางวาละ 3.7 ล้านบาท

โดยทำเลราคาที่ดินแพงสุดสถิติครองแชมป์เป็นทำเล “สยามสแควร์ ชิดลม เพลินจิต” เหตุผลเพราะเป็นแหล่งค้าปลีกสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูงสุดเมื่อเทียบกับการสร้างคอนโดมิเนียม ออฟฟิศบิลดิ้ง โรงแรม ซึ่งได้ผลตอบแทนค่าเช่าต่ำกว่า ในขณะที่เทรนด์ธุรกิจค้าปลีกยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่วนโรงแรมมีความไม่แน่นอนทางธุรกิจอยู่มาก

ทั้งนี้ ในด้านผลตอบแทนพื้นที่ค้าปลีก มีค่าเช่าเฉลี่ยเดือนละ 3,000-5,000 บาท/ตารางเมตร เทียบกับค่าเช่าสำนักงานอยู่ที่เดือนละ 800-1,200 บาท/ตารางเมตร

สิบอันดับวาละ 1.8-3.7 ล้าน

รายละเอียดสถิติ 10 อันดับแรกของราคาที่ดินที่มีราคาแพงสูงสุดในเมืองกรุง คาดว่าอันดับไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปีที่แล้ว ดังนี้ (ดูตารางประกอบ)

อันดับ 1 ทำเลสยาม-เพลินจิต-ชิดลม ปี 2566 ราคาตารางวาละ 3.6 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.16%

อันดับ 2 ทำเลวิทยุ ปี 2566 ราคาตารางวาละ 2.95 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.08%

อันดับ 3 ทำเลสุขุมวิท-ไทม์สแควร์ ปี 2566 ราคาตารางวาละ 2.80 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.94 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.16%

อันดับ 4 ทำเลสุขุมวิท 21 อโศก ปี 2566 ราคาตารางวาละ 2.60 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.16%

อันดับ 5 ทำเลสีลม ปี 2566 ราคาตารางวาละ 2.55 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.70 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.88%

อันดับ 6 ทำเลสาทร ปี 2566 ราคาตารางวาละ 2.25 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.40 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.66%

อันดับ 7 ทำเลสุขุมวิท เอกมัย ปี 2566 ราคาตารางวาละ 1.85 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.95 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.40%

อันดับ 8 ทำเลเยาวราช ปี 2566 ราคาตารางวาละ 1.80 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.55%

อันดับ 9 ทำเลพญาไท ปี 2566 ราคาตารางวาละ 1.75 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.85 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.71%

อันดับ 10 ทำเลพหลโยธินตอนต้น ปี 2566 ราคาตารางวาละ 1.70 ล้านบาท แนวโน้มปี 2567 คาดว่าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.80 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.88%

ราคาที่ดิน

แนะประเมิน-เก็บภาษีตามจริง

ดร.โสภณกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินทำเลใจกลางเมืองเพิ่มสูงขึ้นมากเฉลี่ยอยู่ที่ 7.9% ต่อปี หรือราคาสำรวจในปีแรกเมื่อปี 2537 เฉลี่ย 400,000 บาท/ตารางวา ล่าสุดผ่านมา 29 ปี หรือในปี 2566 ราคาแพงสุดปรับเพิ่มเป็น 3.6 ล้านบาทต่อตารางวา

เปรียบเทียบกับราคาที่ดินในเขตต่อเมือง (Intermediate Area) เช่น บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ราคาที่ดินจาก 140,000 บาทต่อตารางวา ปรับเพิ่มเป็น 420,000 บาทต่อตารางวาหรือเพิ่มขึ้น 3.9% ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มราคาที่ดินในเขตใจกลางเมือง และทำเลถัดออกมา เช่น ถนนร่มเกล้า ในช่วง 29 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเพียง 2.9% ส่วนในเขตชายขอบของเมืองกรุงเทพฯ เช่น ถนนประชาสำราญ ราคาที่ดินเพิ่มปีละ 2.4% เท่านั้น

“ผลสำรวจใหม่ล่าสุดในเขตกรุงเทพฯ มีความแตกต่างของราคาที่ดินริมขอบเมือง ชานเมือง และใจกลางเมือง แตกต่างกันมากขึ้น โดยราคาที่ดินใจกลางเมืองแถวสยาม-ชิดลม-เพลินจิต 3.6 ล้านบาท/ตารางวา ราคาที่ดินหน้า ม.รามคำแหง 420,000 บาท/ตารางวา แสดงให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครเน้นการพัฒนาในเขตใจกลางเมืองเป็นสำคัญ ไม่ได้กระจายออกสู่รอบนอกมากนัก การวางผังเมืองของกรุงเทพฯ ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2535 จึงอาจถือได้ว่าล้มเหลว ไม่สามารถกระจายความเจริญได้เท่าที่ควร”

ข้อเสนอต่อรัฐบาลเป็นเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดิน โดยมองว่าที่ดินใจกลางเมืองมีราคาประเมินราชการต่ำกว่าราคาซื้อขายในท้องตลาด เช่น สยาม ชิดลม เพลินจิต ราคาที่ดินตามการประเมินของกรมธนารักษ์ตารางวาละ 850,000 บาท และราคาประเมินสูงสุด 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ดินตึกแถวตามถนนเพลินจิต บริเวณอาคารพาณิชย์ริมทางเข้าองค์การโทรศัพท์ฯ เดิม หรือทำเลถนนสีลมด้านข้างสีลมคอมเพล็กซ์ กรณีที่ดินโรงแรมแกรนด์ไฮแอท ราคาประเมิน 750,000 บาท/ตารางวา เป็นต้น

“ราคาประเมินที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาด ทำให้รัฐบาลและโดยเฉพาะราชการส่วนท้องถิ่นสูญเสียรายได้จากภาษี ดังนั้น ในการซื้อขายจ่ายโอนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมือง หรือทำเลที่มีมูลค่าสูง อาจกำหนดมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไปตามราคาประเมินราชการ ควรให้มีการประเมินค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด และให้มีการเสียภาษีตามราคาตลาด เพื่อให้รัฐบาลและท้องถิ่นมีรายได้ภาษีมาพัฒนาประเทศเพิ่มมากขึ้น” ดร.โสภณกล่าว

คอนโดฯลักเซอรี่แพงขึ้น 10-15%

นายณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เทรนด์ราคาที่ดินปี 2567 ทำเลใจกลางเมืองย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD-Central Business District) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำแค่ไหน แต่ที่ดินมีจำนวนจำกัดอยู่เท่าเดิม ราคาจึงไม่เคยลดลง และมีแต่จะปรับสูงขึ้น ยกตัวอย่าง ทำเลถนนวิทยุปีที่แล้วมีการซื้อขายกันตารางวาละ 2 ล้านกว่าบาท ปีนี้คาดว่าดันราคาเกินตารางวาละ 3 ล้านบาท แปลงที่เพิ่มสูงสุดคาดว่าขึ้นไปถึง 30-40%

ในขณะที่ต้นทุนที่ดินย่าน CBD เพื่อพัฒนาคอนโดฯ ก่อนหน้านี้ราคาที่ดินคิดเป็นต้นทุนสัดส่วน 30-40% ล่าสุดราคาที่ดินที่แพงขึ้นทำให้บางโครงการต้นทุนที่ดินมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 50% ของทั้งโครงการ และมีผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายห้องชุดระดับลักเซอรี่ ที่ทำให้ต้องอัพราคาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10-15% ในปีนี้

ในด้านการปรับตัวของผู้ประกอบการ จะเห็นว่าหลังสถานการณ์โควิด บิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์มีความได้เปรียบการแข่งขัน ทั้งด้านเงินทุน ทีมงาน ประสบการณ์ ล่าสุดในปีที่แล้วผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวน 30-40 บริษัท ครองส่วนแบ่งตลาด 70-80% รวมทั้งมีความสามารถในการแข่งขันบนทำเลเรดโอเชียน เช่น คอนโดฯ ใจกลางเมือง

ดังนั้น ข้อแนะนำรายกลาง-รายเล็กอีก 20-30% ที่เหลือ มีจุดอ่อนเสียเปรียบด้านเงินทุน จึงต้องหันไปโฟกัสทำเลแข่งขันไม่สูงมากนัก เช่น ทำเลรอบนอกแต่มีแนวรถไฟฟ้าพาดผ่าน ต้นทุนที่ดินราคาไม่สูงสามารถพัฒนาคอนโดฯ ขายราคาไม่เกิน 1 แสนบาท/ตารางเมตรได้ จับกลุ่มลูกค้า Affordable หรือลูกค้าตลาดแมส

รอบนอก-แนวรถไฟฟ้าขึ้นพรึ่บ

ดร.วิชัย วิรัตกพันธุ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC กล่าวว่า การจัดทำดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 4/66 มีค่าดัชนีเท่ากับ 394.2 จุด เพิ่มขึ้น3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/66 และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบไตรมาส 4/65 สะท้อนให้เห็นว่าราคาที่ดินเปล่ามีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่เพิ่มขึ้นแบบชะลอตัว

สรุปข้อมูลดัชนีราคาที่ดินในไตรมาส 4/66 โซนที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก เทียบกับไตรมาส 4/65 ได้แก่ อันดับ 1 ในเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ เปลี่ยนแปลง 51.3% อันดับ 2 โซนตลิ่งชัน-บางแค-ภาษีเจริญ-หนองแขม-ทวีวัฒนา-ธนบุรี-คลองสาน-บางพลัด-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่ เปลี่ยนแปลง 31.0%

อันดับ 3 โซนลาดพร้าว-บางกะปิ-วังทองหลาง-บึงกุ่ม-สะพานสูง-คันนายาว เปลี่ยนแปลง 30.2% อันดับ 4 โซนราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง เปลี่ยนแปลง 26.9% อันดับ 5 โซนนครปฐม เปลี่ยนแปลง 24.1%

สะท้อนว่า 5 อันดับแรกที่ปรับเพิ่มขึ้น กระจุกอยู่ในโซนชานเมืองรอบนอก จากปัจจัยการพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์รัฐและเอกชน แผนเวนคืนที่ดินเพื่อตัดถนนใหม่ การเตรียมประกาศใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครที่คาดว่าจะออกมาบังคับใช้ปี 2568 เพิ่มโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ได้มากขึ้น

สำหรับดัชนีราคาที่ดินแนวเส้นทางรถไฟฟ้า 5 อันดับแรกที่มีการขยายตัวสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ขยายตัว 51.3% ทำเลในเขตเมืองสมุทรปราการและพระสมุทรเจดีย์ เป็นบริเวณที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อ 2 รถไฟฟ้าคือ สายสีเขียว-สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากขึ้น

อันดับ 2 สายสีน้ำเงิน บางแค-พุทธมณฑลสาย 4 (โครงการในอนาคต) ขยายตัว 31.0%

อันดับ 3 สายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน-ศาลายา (โครงการในอนาคต) ขยายตัว 25.6% โดยทำเลพุทธมณฑล ทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน, บางกรวย มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมากสุด

อันดับ 4 สายสีม่วง บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ อยู่ระหว่างก่อสร้าง ขยายตัว 14.4% โดยทำเลพระประแดง ทุ่งครุ จอมทอง มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมากสุด

อันดับ 5 สายสีเทา วัชรพล-พระราม 9-ท่าพระ (โครงการในอนาคต) ขยายตัว 10.3% โดยทำเลวังทองหลาง บึงกุ่ม ลาดพร้าว ยานนาวา มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมากสุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ที่ดินกลางกรุง พุ่งวาละ 3.7 ล้าน แห่ผุดคอนโดหรูแข่งขายลูกค้าไฮโซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...