จากนางเอกในตำนาน จอย ศิริลักษณ์ เรื่องเหลือเชื่อ นิมิตได้ เชื่อมจิตถึง ‘หลวงพ่อโต’
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2566 เวลา 10.43 น. • The Bangkok Insightจากนางเอกในตำนาน จอย ศิริลักษณ์ เปิดไพ่ไม่เก็บค่าครู ช่วยเหลือคนมีทุกข์ เรื่องเหลือเชื่อ นิมิตได้ เชื่อมจิตถึง ‘หลวงพ่อโต’
หันหน้าเข้าสู่ทางธรรมอย่างเคร่งครัด จนมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิต ล่าสุดนางเอกในตำนาน จอย ศิริลักษณ์ กลายเป็นมือใหม่ด้านเปิดไพ่ทาโร่ คอยไลฟ์สดให้คำชี้แนะทางช่องทางโซเชียลส่วนตัว งานนี้ เผยถึงที่มาที่ไปผ่านรายการ โต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกรตัวแม่ หนูแหม่ม สุริวิภา เล่าแบบหมดเปลือก พร้อมเรื่องเหลือเชื่อส่องพระจนเชื่อมจิตสื่อถึงพระอาจารย์ดังได้อีกด้วย
- บุ๋ม ปนัดดา เตือน สมรักษ์ เลิกเที่ยว สายบอกเมาแล้วงง ลั่นเด็ก 17 จากนี้อยู่ยาก
- ใบเตย สุดทน ทุกวันนี้มีคดีเดียวยังไม่พออีก วอนแฟน ๆ ช่วยก่อนเสียหายหนัก
- เอ ศุภชัย ตอบแล้ว หลังคนจับตา อั้ม-พก มีลุ้นรีเทิร์นไหม? เผยวันนั้นทั้งคู่คุยกัน
เริ่มมาเป็นหมอดู เปิดไพ่จริงจังได้ยังไง ?
"หนูใช้สมาธิในการดูจริงจัง แต่ไม่ได้ทำเป็นอาชีพจริง หนูไม่ได้เปิดไพ่ส่วนตัวหรือดูเป็นอาชีพอะไร ไม่เก็บค่าครู ส่วนเรื่องที่จะดูให้คือแล้วแต่เราสะดวกเราก็จะเปิดไพ่ดูให้นะ ตามโซเชียลส่วนตัวของเรา"
ทำไมถึงเลือกดูเป็นไพ่ทาโรต์ ?
"ต้องบอกว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม (หัวเราะ) คือต้องบอกว่าย้อนกลับไปน่าจะเกิน 5 ปีนะคะ เคยฝัน ฝันดีมาก ฝันเห็นภาพสวยงามมาก ๆ เป็นเรื่องที่แปลกตามากไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราเจอ หรือเราจะมีเมมโมรี่อยู่แบบนั้น เห็นเป็นภาพเรือสำเภาสีทองสวยมาก และมีบอลลูนลอยอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมาก แต่เรือลำนั้นสว่างสีทองสุด ๆ สวยงามเลย แล้วก็รู้สึกฝันดี และก็รู้สึกว่าอยากซื้อไพ่ทาโรต์จังเลย ตอนนั้นไปห้าง ห้างจะปิดแล้ว แต่ก็อยากซื้อจนตัดสินใจซื้อเลย ก็เอามาเปิด ๆ จะบอกว่าไพ่ทาโรต์เวลาเราซื้อเค้าจะไม่ให้เราดูข้างในก่อน และคิดว่าเหมือนไพ่เลือกเราด้วย ในกล่องมันจะมีภาพต่าง ๆ เห็นว่าเป็นแนวไหน แต่เราไม่เห็นทุกใบในนั้น แล้วพอเรากลับมาเปิดปุ๊บ ภาพแรกที่เปิดมากลายเป็นภาพที่เราเห็นในฝัน เป็นรูปเรือสำเภาตามนั้นเลย หนูก็เลยเริ่มคิดแบบเชื่อมโยงแล้วว่าหรือมันจะมีอะไร"
หลังจากนั้นทำยังไงต่อไป ทำไมถึงเชื่อเรื่องนี้ ?
"ก็อ่านความหมาย ในไพ่เป็นภาษาอังกฤษสื่อความหมายว่าให้เป็นแสงสว่างให้คนอื่น เราเลยรู้สึกว่ามีอะไรแน่ ๆ ก็เลยเริ่มอ่าน ๆ ตอนแรกก็คิดว่าเราก็เป็นคนอ่านหนังสือเยอะเหมือนกันแต่ทำไมไม่เข้าหัว หรือจะฟุ้ง ๆ คาใจมากกับการที่อ่านแล้วจำไม่ได้ ก็เลยไปกราบพระอาจารย์ที่นับถือที่เชียงราย แล้วก็เลยบอกท่านว่าถ้าหนูฟุ้งให้บอกหนูเลยตรง ๆ หนูจะได้หยุดไม่สนใจแล้ว ซึ่งท่านเป็นพระวัดป่าปฏิบัติธรรมเคร่ง ท่านก็นั่งสมาธิและยิ้มแล้วก็บอกว่าก็ทำได้หนิ แต่หนูก็บอกว่าอ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลย ต้องไปลงเรืยนมั้ย ท่านก็บอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวสวดให้ หนูก็เลยว่าให้ท่านเบิกเนตรให้หน่อย หลังจากนั้นก็ดูได้เลย หลังจากนั้นก็ดูได้เอง ยังไงก็ไม่ทราบ ไม่รู้จะอธิบายยังไง"
ฟีดแบ็กจากคนที่เราเปิดไพ่ให้ เค้าว่ายังไงบ้าง ?
"คือหนูก็ดูแบบไม่มีตำราอะไร พอเริ่มดูให้เพื่อน คนใกล้ชิด คนรอบข้าง เค้าก็บอกสิ่งที่เราแนะนำเค้ารู้สึกดีขึ้น เค้าสบายใจขึ้น เราก็ไม่รู้อะไรดลใจ หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าไลฟ์บอกจะดูดวงให้ จริง ๆ หนูก็ไม่มีสูตรอะไรหรอก หนูแค่คิดว่าถ้าเราเห็นของใคร หรือสัมผัสใครก็ให้พิมพ์มาถาม แล้วหนูก็อ่านตามไพ่ ฉะนั้นการอ่านตามไพ่มันจะใกล้เคียงกับคุณหรือไม่ อันนี้คุณรู้อยู่ของคุณ อยู่ที่คุณรู้ว่ามันเป็นประโยชน์ก็เก็บไป"
ล่าสุดเห็นว่าไปส่องพระ ถึงขั้นเห็นเป็นเนื้อหนังมังสาของพระเลย ?
"คือไม่รู้ว่าส่องเป็นหรือไม่เป็น แต่เป็นคนชอบส่องพระ คือที่จริงก็ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เพราะมันแล้วแต่ความเชื่อ คือตอนนั้นมีพี่ที่รู้จักเค้าบอกว่าลองส่องให้หน่อยเห็นอะไรบ้าง จอยก็บอกว่าส่องไม่เป็นนะพี่ เราเห็นอะไรยังไงก็พูดไปแบบนั้น เสร็จแล้วจอยก็ส่องไปที่องค์นึง เป็นพระอาจารย์โตนะคะ พอส่องไปจอยก็เห็นเป็นเนื้อหนังจีวรจริง ๆ จอยก็ตกใจคิดว่าตัวเองคิดไปไกลหรือเปล่า แต่เคยมีพระอาจารย์เคยบอกว่ามีอะไรไม่ต้องสงสัย เราก็เลยรู้สึกว่าต้องบาลานซ์ เวลาเห็นอะไรที่เป็นสิ่งดีสิ่งมงคล เราเชื่อเราสบายใจก็รับไว้ สิ่งเห็นมาแล้ว 2 ครั้ง และก็เป็นสมเด็จอาจารย์โตทั้ง 2 ครั้ง ครั้งแรกเห็นจากส่องพระ ครั้งหลังเห็นจากการไปไหว้พระกราบพระ เงยหน้ามาก็ตกใจเหมือนเห็นเป็นเนื้อหนัง เราก็รู้สึกปิติจัง"
อ่านข่าวเพิ่มเติม