Love or Not รัก หรือ ไม่
ข้อมูลเบื้องต้น
( เริ่มอัพตอนแรก 07/06/2566 )
------------------------------
“ไม่ต้องร้อง แล้วฟัง” สุ้มเสียงทุ้มไม่ได้อ่อนโยน และไม่แข็งกระด้างจนเกินไป ติดโทนกลาง ๆ เขาไม่อยากโอ๋คนที่ทำตัวก๋ากั่น แต่ก็ไม่ได้ดุเธอซะทีเดียว
“…”
“สามสิ่งเกี่ยวกับเฮียที่เราต้องจำให้ขึ้นใจคือ หนึ่งเฮียไม่ใช่คนดี สองอย่าไว้ใจเฮีย และสาม…เฮียเป็นผู้ชาย”
“…” พลอยชมพูแทบจะกลั้นลมหายใจไปพร้อม ๆ กับน้ำเสียงเนิบนาบเหมือนตั้งใจให้เธอได้ยินช้า ๆ ชัด ๆ ทีละพยางค์
“ถ้าใจไม่แข็งพอก็อย่าหาทำอีก”
“…”
“ล้ำเข้ามาอีกเมื่อไหร่…จำไว้ คนที่จะเสียใจไม่ใช่เฮียแน่ ๆ เพราะเฮียจะไม่แค่เตือนเราแล้วนะ”
------------------------------
น้องมันดื้อแหละค่ะท่านผู้อ่านนน ก๋ากั่นยังไงให้เฮียมันเตือน !!!
เอ้า !!!
ฝากแม่ ๆ มาเอาใจช่วยน้องชมกันค่ะ ดูซิว่าจะตกหมอได้มะหร่าย
พระเอกเรื่องนี้ไม่กลืนน้ำลายตัวเองนะคะเสียเวลา แต่กลืนมันรวดเดียวพร้อมน้องเลย 5555555
นิยาย เรื่อง "Love or Not รัก หรือ ไม่" เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
เนื้อเรื่องอาจมีความไม่สมเหตุสมผล วอนผู้อ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ
ทั้งเนื้อเรื่องและรูปภาพประกอบ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ขอความกรุณา ห้ามนำไปใช้ และนำไป ดัดแปลง โดยเด็ดขาด
https://twitter.com/primhodie?s=20
Episode 1 (1/3) หมอหล่อ & เด็กไม่รู้จักโต
Episode 1 (1/3)
ควันสีขาวคลุ้งถูกพ่นออกจากริมฝีปากบางได้รูปของศัลยแพทย์หนุ่มหลังผ่านวินาทีคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายของคนไข้ร่วมสามเคส
การขึ้นมาสูบบุหรี่บนดาดฟ้าก่อนกลับบ้านคล้ายเป็นกิจวัตรประจำวัน วันไหนไม่ได้ทำเหมือนกับว่ามันขาดอะไรไป
วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ครั้นผ่อนคลายอยู่เงียบ ๆ คนเดียวได้ไม่นาน พื้นที่ที่เขายึดไว้ใช้เพียงลำพังกลับมีคนมายุ่มย่ามให้รำคาญใจ
เสียงตึงตังดังเข้ามาใกล้พร้อม ๆ กับที่เขาสูดลมหายใจเอานิโคตินเข้าปอดเป็นเฮือกสุดท้ายแล้วพ่นควันฟุ้งกระจายไปในอากาศ
“เลิกยุ่งกับหนูสักทีพี่เกสขอร้องล่ะ หนูก็มีคนของหนู พี่ก็มีคนของพี่ กลับไปหาแฟนใหม่พี่นู่น หนูไม่อยากมีปัญหา” เสียงหวานติดเอือมระอาเต็มที เหนื่อยกายที่ต้องวิ่งหนีเขายังไม่เท่าเหนื่อยใจที่ต้องเอ่ยถ้อยคำซ้ำ ๆ ซาก ๆ กับคน ๆ เดิม ไม่เกิดประโยชน์ซ้ำยังเสียเวลาชีวิตโดยใช่เหตุอีกต่างหาก
“ไม่เอาน่า พี่ไม่ได้โง่นะ” ความเย้ยหยันติดตรงปลายเสียงทุ้มพลางพยายามเข้าประชิดเจ้าของร่างเล็กในชุดคนไข้ “ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเรายังไม่มีใคร”
“อย่าเข้ามา” หญิงสาวถอยกรูดโดยสัญชาตญาณทันทีที่อีกฝ่ายไม่หยุดรุกคืบ กับผู้ชายคนนี้เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม “หนูก็ไม่โง่กลับไปหาพี่เหมือนกัน”
“พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะครับ” เขาว่าเสียงอ่อยด้วยสีหน้าสำนึกผิด แทบจะคุกเข่าอ้อนวอนขออดีตแฟนสาวกลับมาคืนดี
แต่โทษที คนที่เคยโง่มานานแรมปีมันรู้เท่าทันความตอแหลของเขาจนหมดเปลือกแล้ว
ขณะเดียวกัน
นิ้วมือเรียวยาวของนายแพทย์หนุ่มจิ้มปลายบุหรี่จรดขอบระเบียง จนมั่นใจแน่แล้วว่ามันดับสนิทจึงเหยียบเปิดถังขยะใบเล็กแล้วปล่อยให้มันร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ก้นถัง
กรึก กรึก
เสียงประหลาดทำให้ผู้บุกรุกทั้งสองต่างเหลียวมองหาแหล่งที่มาก่อนจะพบว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัด ผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ทั้งยังละม้ายคล้ายคุณหมอหนุ่มหน้าหล่อที่เคยมาดูอาการของเธอแทนหมอชญานิษฐ์เจ้าของไข้
สายลมบนดาดฟ้าพัดพาปลายผมสั้นให้ระใบหน้าหล่อเหลา ทว่ามันกลับไม่สามารถบดบังรอยยิ้มใจดีที่ปรากฏอยู่ในดวงตาเรียวรีและริมฝีปากบางได้รูป จนหญิงสาวไม่อาจละสายตา
คนเป็นหมอลากสายตาผ่านไอ้หนุ่มหน้าอ่อนก่อนจะย้ายมาละเลียดมองร่างบอบบางในชุดคนไข้เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มทว่าซีดเซียว ที่ที่ควรจะมีสายน้ำเกลือบัดนี้เหลือเพียงปลาสเตอร์สีขาวไว้ให้หมออย่างเขาดูต่างหน้า
“คนไข้ดึงสายน้ำเกลือออกเองแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” เสียงนุ่มทุ้มของคุณหมอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ชอบทำประจำ ดูผิวเผินความคิดกับนิสัยยังไงก็ยังไม่โต เขาไม่นับว่ามีวุฒิภาวะ และเขาไม่อยากถือสาเด็ก “ร่างกายยังไม่แข็งแรงดี กลับลงไปที่ห้องเถอะครับ เย็นมากแล้วข้างบนนี้ลมแรง”
“กลับเถอะ” ได้ยินที่หมอพูด มือหนาของชายหนุ่มจึงหวังจะจับแขนอดีตคนรัก
ทว่าเธอกลับสะบัดออกจากการเกาะกุม ออร่าบางอย่างที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยดึงดูดให้ร่างเล็กขยับเข้าใกล้เจ้าของร่างสูงใหญ่ กลิ่นอายที่ต่างไปจากตอนอยู่ในหน้าที่กำลังเหนี่ยวนำเธอเข้าถึงตัวเขาพลางสบสายตาอีกฝ่ายไม่กะพริบ
หมอหนุ่มทันเห็นความลังเลกลิ้งกลอกไหวระริกอยู่ในดวงตากลมโตเพียงชั่ววินาที ก่อนคนที่เขามองว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโตจะเขย่งปลายเท้าจนสุด สองแขนวาดไปในอากาศคล้องต้นคอหนาให้โน้มตัวลงมา วินาทีต่อมาเธอจึงได้ลิ้มรสฝืดเฝื่อนและกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกชวนคลื่นไส้เป็นครั้งแรก
จูบที่ไม่น่าพิสมัย
แต่แปลก…ที่เธอกลับไม่มีความคิดอยากผลักเขาออกแม้แต่นิดเดียว
ไม่ว่าจะเป็นความใจกล้า บ้าบิ่น คิดน้อย หรือแท้จริงแล้วสมองของเธอมันกลวงกันแน่ถึงได้ทำอะไรตื้นเขินเพียงแค่อยากสลัดแฟนเก่าให้หลุด
กว่าจะมีสติรู้ตัวว่าได้ทำอะไรโง่ ๆ ลงไปก็ตอนที่เขาเป็นฝ่ายยัดเยียดรสชาติขมปร่ามาให้
…จนเธอแทบหายใจไม่ออก
to be continued…
Episode 1 (2/3) ภายใต้การทานข้าวกับแม่
Episode 1 (2/3)
ฟึบ
Rrrr…
พลอยชมพูขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม สองมือกดหมอนอุดหูทั้งสองข้างจนมันบี้แบน วินาทีนี้เธอพร้อมจะลุกขึ้นมาเข่นฆ่าใครก็ตามแต่ที่โทรมารบกวนเวลานอนอันน้อยนิดของเธอ
ที่คิดว่าปลายสายจะยอมพ่ายแพ้ไปเอง กลับเป็นร่างเล็กเสียนี่ที่ดีดตัวขึ้นจากเตียง ดิ้นเร่า ๆ คล้ายเด็กถูกขัดใจ
“อือออ… เพิ่งได้นอนไปครึ่งชั่วโมงเนี่ยช่วยรู้หน่อย” เสียงอู้อี้ดังมาจากใต้ผ้าห่ม
บัดนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า พลอยชมพูเพิ่งปั่นงานเสร็จไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว งานที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมา งานที่ไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำราวกับเธอวาร์ปผ่านช่วงเวลาที่อาจารย์สั่งงานมาประหนึ่งเรื่องโกหก
ท้ายที่สุดก็ต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพราะทนรำคาญต่อไปไม่ไหว น่ากลัวว่าจะสูญเสียเวลานอนไปมากกว่านี้ถ้าหากมัวแต่ชักช้า เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเธอยังต้องตื่นไปเรียนอีก
“ฮัลโหล”
(ชมพูทำไมไม่อ่านไลน์)
“นอน ไข่มุกมีอะไร”
(เย็นนี้ว่างไหม มุกวานชมไปทานข้าวเป็นเพื่อนแม่หน่อยสิ พอดีมุกติดติวให้รุ่นน้องกะทันหัน)
“ก็ว่างแหละ แต่แม่นัดมุกไม่ได้นัดชม”
หากมารดานัดพลอยมุกนั่นแสดงว่าสองแม่ลูกต้องไปทำเล็บ สปาผม ไม่ก็เสริมสวยบรา ๆ ซึ่งพลอยชมพูไม่ค่อยชอบทำอะไรเหล่านี้เท่าใดนัก แค่ที่พ่อกับแม่ให้มาก็นับว่าสวยมากอยู่แล้ว พอใจแต่งนิดแต่งหน่อยให้ดูสวยสมวัยเท่านั้น หลัก ๆ ก็คงขี้เกียจเสียเวลาไปกับเรื่องพรรค์นี้นาน ๆ ซึ่งปภารู้ข้อนี้ดี ดังนั้น แฝดผู้พี่ของเธออย่างพลอยมุกจึงได้รับเลือกให้ไปเป็นเพื่อนมารดาอยู่เสมอ
(ไปเถอะนะ วันนี้ไม่มีโปรแกรมเสริมสวย) ปลายสายบอกราวกับล่วงรู้ความคิดของแฝดน้อง
“มุกไม่บอกแม่ไปตรง ๆ เลยล่ะว่าไม่ว่าง…”
(Friends With You Little Cloud Boy พันเปอร์เซ็นต์)
“โอเคดีล” คำตอบตกลงหลุดออกมาจากพลอยชมพูราวกันโดนร่ายมนตร์ใส่
(หกโมงนะ ไปก่อนเวลาก็ดี มุกส่งโลเคชันให้ในแชตแล้ว บายจ้า)
พลอยมุกวางสายไปแล้วทว่าพลอยชมพูยังนิ่งค้างอยู่ในท่าถือโทรศัพท์แนบหู
ชั่วอึดใจเท่านั้นก็ทิ้งตัวลงพลางเกลือกกลิ้งไปมาบนที่นอนคล้ายเพิ่งได้สติ ไม่รู้จะโทษความเจ้าเล่ห์ของแฝดพี่หรือความเห็นแก่ได้ของตัวเองดีถึงเพิ่งมาเอะใจเอาตอนนี้ว่า อะไรที่ทำให้พลอยมุขเอาคูบริคราคาหกหมื่นกว่าบาทมาแลก เพียงเพราะต้องการให้เธอไปทานข้าวกับแม่กันนะ?
“แล้วก็เอามาล่อถูกตัวด้วยจ้า” เธอพึมพำ คิดถึงคูบริคที่หมายตาไว้แต่ไม่กล้าลงเงินซื้อใบหน้าหวานก็เศร้าหมอง
จะมาฉุกคิดตอนนี้ก็คงไม่ทัน มันต้องมีอะไรแน่อยู่แล้ว แม่นัดพลอยมุกทานข้าวทั้งยังไม่มีโปรแกรมเสริมสวยอีก ทว่าช่างมันก่อน เพราะตอนนี้ความง่วงชนะความสงสัยจนพลอยชมพูผล็อยหลับไปในที่สุด
“เห้อออ…”
“โอย มันจะหนักอกหนักใจอะไรขนาดนั้นยัยชม”
“แกไม่เห็นป้านงค์จี้ฉันเมื่อกี้เหรอยัยกิ่ง เหมือนรู้ว่าฉันเพิ่งปั่นงานมา นี่หลอนไปหมดแล้วนะ ป้าแกเป็นแม่มดเหรอ หรือเข้าวัยทองร่วมด้วย ทำไมหงุดหงิดง่ายจังวะ”
กิ่งฟ้าส่ายหน้าให้ความเพ้อเจ้อของคนที่ทิ้งตัวเลื้อยลงไปบนโต๊ะหินอ่อนพร้อมกับเปิดกระเป๋าของพลอยชมพูหยิบกระจกพกพาและบาล์มสติ๊กออกมากองไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเคาะเรียกวิญญาณที่หลุดลอยให้กลับเข้าร่างเพื่อน
“ลุกขึ้นมาแหกตาดูหน้าตัวเองหน่อย” กิ่งฟ้าว่าเอือม ๆ ขอบตาพลอยชมพูทั้งแดงทั้งคล้ำขนาดนั้นอย่าว่าแต่เดาเลย ยิ่งกว่าคำตอบที่ชัดเจนเสียอีก
เมื่อกายละเอียดกลับเข้าร่างพลอยชมพูก็ผงกหัวขึ้น ควานหากระจกมาส่องหน้า วินาทีนั้นจึงไม่แปลกใจแล้วว่าอาจารย์นวลอนงค์รู้ได้อย่างไร
“แย่ นี่มันแย่เข้าขั้นวิกฤตเลยนี่หว่า” สำรวจใบหน้าตัวเองผ่านเงาสะท้อนได้ไม่นานเสียงหวานจึงพึมพำคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ยิ่งผิวของเธอบอบบางมากเท่าไหร่ยิ่งเห็นความเสื่อมโทรมชัดมากเท่านั้น
“ก็เออสิ”
“ก็แกบอกฉันช้าไง แทนที่จะบอกกันเร็วกว่านี้สักสองวันก็ยังดี” จู่ ๆ เธอก็โบ้ยความผิดให้เพื่อน มือก็เปิดบาล์มสติ๊กทาใต้ตาไปด้วย
“อย่ามาทำนิสัย อาจารย์สั่งงานก็อยู่ด้วยกัน มีสองหูเหมือนกัน เรียนก็เรียนด้วยกัน นั่งก็นั่งข้างกันไหมล่ะ” กิ่งฟ้าว่าอย่างเอาเรื่อง
ส่วนพลอยชมพูไม่มีอะไรจะเถียง “วันนี้ต้องไปทานข้าวข้างนอกกับแม่ด้วยสิ พรุ่งนี้มีหวังโดนลากไปกระทำชำเราแน่ ๆ”
“ไปดินเนอร์กับคุณน้าเหรอ”
“อืม”
ปี๊น!
เสียงบีบแตรเบา ๆ ดังขึ้น ไม่ได้ดึงความสนใจของสองสาวมากเท่าไหร่ เพราะต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าของรถยุโรปคันนั้นคือใคร
“เฮ้! ไปทานข้าวกัน” กระจกรถยังเลื่อนลงไม่ถึงครึ่งเสียงของวิตติก็เล็ดลอดออกมาจากยานพาหนะสี่ล้อที่เคลื่อนเข้าจอดเทียบฟุตบาทใกล้ ๆ ม้าหินอ่อนที่เพื่อนสาวทั้งสองนั่งอยู่
“ไม่ว่าง ฉันต้องไปทำงานที่ร้านต่อ ส่วนชมพูมีนัดแล้ว” กิ่งฟ้าตอบแทนคนที่ง่วนอยู่กับหน้าตัวเองไม่สนดินสนฟ้า ไม่สนแม้แต่เพื่อนแต่ฝูง
“ได้ไง ชมพูมีนัดเหรอ ไม่ให้ไป นัดกับใคร ผู้ชายที่ไหนอีก เลิกกับไอ้ปลาดุกนั่นไม่ทันไรก็มีคนใหม่แล้วเนี่ยนะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าพามาให้เพื่อนสแกนก่อน เกิดได้ปลาจวดมาอีกจะทำยังไงยัยจิ๋ว”
พลอยชมพูและกิ่งฟ้าพร้อมใจกันกลอกตามองใบไม้ที่ปลิวไสวตามแรงลมโดยไม่ได้นัดหมาย ตามด้วยเสียงพ่นลมหายใจหนัก ๆ
“ทำยังไงดีล่ะไออุ่น ฉันรักเขามาก รักตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ด้วยสิ” พลอยชมพูทำตาปริบ ๆ พูดจีบปากจีบคอใส่วิตติ
“เชี่ย ไม่ใช่ละ” ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยกับท่าทางน่ารักค่อนไปทางกวนประสาทของพลอยชมพู
“ไปเถอะ” พร้อมกันนั้นสองสาวก็พากันลุกเดินไปที่รถยุโรปที่จอดติดเครื่องอยู่ “ชวนพวกฉันไปทานข้าวได้ก็แสดงว่าแกว่างสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปส่งฉันกับกิ่งหน่อยแล้วกัน”
“อะไรวะ อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนขับรถเฉย” ถึงปากจะบ่นกระปอดกระแปดแต่มือก็กดปลดล็อกประตูให้พวกเธอเรียบร้อยแล้ว “สรุปแกมีนัดกับใคร”
“แม่” พลอยชมพูตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทว่ากิ่งฟ้ากลับเห็นถึงความพึงพอใจในแววตาของคนที่นั่งประจำที่คนขับชัดเจน
to be continued…
Episode 1 (3/3) ลูกสาวคนเล็ก
Episode 1 (3/3)
เจ้าของร่างเล็กในชุดนักศึกษาก้าวลงจากเบาะหลังรถยุโรปคันงาม ไม่ลืมขอบคุณคนมาส่งที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
“ขอบใจมากอุ่น ส่งกิ่งให้ถึงร้านด้วยนะ ถ้ามัวแต่ชักช้าจนยัยนี่เข้างานสายฉันจะหักเงินแกสามเท่าของเงินเดือนที่กิ่งโดนหัก”
“มากไปแล้วยัยจิ๋ว…”
“ไปนะ บาย” เธอแทรกขึ้น ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พล่ามจบพลอยชมพูก็กระชับกระเป๋าสะบัดตูดเดินเข้าไปในตัวอาคารทันที ขณะเดียวกันก็ต่อสายหามารดาไปด้วย
(ชมพู ว่าไงคะลูก)
“แม่อยู่ไหนคะ หนูถึงโรงแรมแล้ว”
(หืม แล้วชมพูไปทำอะไรที่โรงแรมล่ะลูก)
“ลูกสาวสุดที่รักไม่ได้บอกแม่เหรอคะว่าให้หนูมาทานข้าวกับแม่แทน” เธอถามทั้งที่พอจะรู้คำตอบ
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตามมาด้วยเสียงโวยวายจนพลอยชมพูต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหูเล็กน้อย (ว่ายังไงนะ!)
“ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้นคะ มีอะไรหรือเปล่า”
(ไข่มุกบอกชมพูว่ายังไง หรือแค่บอกให้มาทานข้าวกับแม่ชมพูก็มาเนี่ยนะ)
“แล้วทำไมหนูต้องปฏิเสธด้วยล่ะคะ ถ้าหนูไม่มาก็เท่ากับว่าหนูปล่อยให้แม่ทานข้าวคนเดียวนะ”
ปลายสายเงียบไปอีกครั้งราวกับกำลังใช้ความคิด พลอยชมพูเองก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร รอไม่กี่วินาทีต่อมาแม่ของเธอก็ตัดสินใจเอื้อนเอ่ย
(โอเคค่ะ ชมพูขึ้นมาชั้นบนสุดนะ แม่อยู่ที่ร้านนี่แหละ บอกพนักงานว่าโต๊ะคุณจารวีนะลูก)
“อ๋อ ค่ะ” พลอยชมพูรับคำเสียงแผ่ว เกิดมาจะยี่สิบสองปีในอีกสองเดือนข้างหน้าอยู่แล้วขอเถียงขาดใจเลยว่าแม่ของเธอชื่อปภา ไม่ใช่จารวี
“อ่าว แม่มีเพื่อนทานข้าวแล้วนี่นา แบบนี้เราไม่จำเป็นก็ได้มั้ง” ถึงจะบ่นงึมงำกับตัวเองไปแบบนั้นแต่นิ้วเล็ก ๆ ก็จิ้มลงบนปุ่มลิฟต์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ห้องโดยสารสี่เหลี่ยมพาหญิงสาวขึ้นมายังชั้นบนสุดของโรงแรม อึดใจเดียวก็ถึงร้านอาหารวิวแม่น้ำเจ้าพระยา หญิงสาวบอกโต๊ะเป้าหมายกับพนักงานก่อนเดินตามไปยังโต๊ะสำหรับสี่ที่นั่งตรงมุมหนึ่งของร้านที่มีผู้หญิงวัยกลางคนสองท่านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คนหนึ่งคือคุณปภาแม่ของเธอ อีกคนคงเป็นคุณจารวีอย่างไม่ต้องสงสัย เห็นเพียงเสี้ยวหน้า เครื่องประดับและการแต่งกาย ราศีคนรวยก็พุ่งเข้าหน้าจนตาแทบแตก จู่ ๆ พลอยชมพูก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาครามครัน
“ชมพูมาแล้วเหรอ มานั่งข้างแม่ค่ะ”
“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะคุณจารวี” พลอยชมพูกระพุ่มมือไหว้สองผู้อาวุโส
“สวัสดีค่ะ เรียกซะเต็มยศเลย เรียกป้าว่าป้าเฉย ๆ ก็ได้จ้ะดูเป็นกันเองดี หนูชมพูทำตัวตามสบายได้เลยนะลูก อยู่กับป้าไม่ต้องเกร็ง” จารวีทักทายอย่างเป็นกันเอง พลอยทำให้พลอยชมพูผ่อนคลายลงได้มากทีเดียว
“ค่ะ คุณป้า” เธอเป็นเด็กว่าง่าย ผู้ใหญ่ว่ายังไงเธอก็ว่าตามนั้น
“หนูชมพูหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูนะคะน้องภา” จารวีชมเปาะพลางกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาพราวระยับ เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอลูกสาวคนเล็กของปภา ความสวยใสของพลอยชมพูเข้าตาเธอมากทีเดียว
ยอมรับว่าความตั้งใจแรกของเธอคือพลอยมุก แต่ในเมื่อโชคชะตาส่งพลอยชมพูมาแทนจารวีก็ไม่ติดอะไร เพราะฟังคำเล่าขานจากปากผู้เป็นมารดา ลูกสาวทั้งสองคนต่างก็เป็นเด็กดีด้วยกันทั้งคู่
“คนนี้เขาไม่ค่อยชอบเสียเวลาไปกับการเข้าร้านเสริมสวยค่ะ นานน้าปภาจะลากตัวไปสปาได้สักที” ปภาพูดกับจารวี ก่อนจะหันมาทำเสียงเขียวใส่ลูกสาวตัวเอง พลางจับค้างเรียวเล็กหมุนซ้ายทีขวาที “นี่คงถึงคราวต้องลากไปบำรุงสักหน่อยแล้ว ทำไมหน้าหนูเป็นแบบนี้คะลูก ฮึ”
to be continued…