โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

Love or Not รัก หรือ ไม่

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 ธ.ค. 2566 เวลา 18.38 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2566 เวลา 18.38 น. • sipjedkumpha
เขาหึง เขาหวง เขาจูบ เขากอด แต่เขาบอก 'เฮียไม่ชอบเด็ก'

ข้อมูลเบื้องต้น

( เริ่มอัพตอนแรก 07/06/2566 )

------------------------------

“ไม่ต้องร้อง แล้วฟัง” สุ้มเสียงทุ้มไม่ได้อ่อนโยน และไม่แข็งกระด้างจนเกินไป ติดโทนกลาง ๆ เขาไม่อยากโอ๋คนที่ทำตัวก๋ากั่น แต่ก็ไม่ได้ดุเธอซะทีเดียว

“…”

“สามสิ่งเกี่ยวกับเฮียที่เราต้องจำให้ขึ้นใจคือ หนึ่งเฮียไม่ใช่คนดี สองอย่าไว้ใจเฮีย และสาม…เฮียเป็นผู้ชาย”

“…” พลอยชมพูแทบจะกลั้นลมหายใจไปพร้อม ๆ กับน้ำเสียงเนิบนาบเหมือนตั้งใจให้เธอได้ยินช้า ๆ ชัด ๆ ทีละพยางค์

“ถ้าใจไม่แข็งพอก็อย่าหาทำอีก”

“…”

“ล้ำเข้ามาอีกเมื่อไหร่…จำไว้ คนที่จะเสียใจไม่ใช่เฮียแน่ ๆ เพราะเฮียจะไม่แค่เตือนเราแล้วนะ”

------------------------------

น้องมันดื้อแหละค่ะท่านผู้อ่านนน ก๋ากั่นยังไงให้เฮียมันเตือน !!!

เอ้า !!!

ฝากแม่ ๆ มาเอาใจช่วยน้องชมกันค่ะ ดูซิว่าจะตกหมอได้มะหร่าย

พระเอกเรื่องนี้ไม่กลืนน้ำลายตัวเองนะคะเสียเวลา แต่กลืนมันรวดเดียวพร้อมน้องเลย 5555555

นิยาย เรื่อง "Love or Not รัก หรือ ไม่" เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน

เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

เนื้อเรื่องอาจมีความไม่สมเหตุสมผล วอนผู้อ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

ทั้งเนื้อเรื่องและรูปภาพประกอบ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

ขอความกรุณา ห้ามนำไปใช้ และนำไป ดัดแปลง โดยเด็ดขาด

https://twitter.com/primhodie?s=20

Episode 1 (1/3) หมอหล่อ & เด็กไม่รู้จักโต

Episode 1 (1/3)

ควันสีขาวคลุ้งถูกพ่นออกจากริมฝีปากบางได้รูปของศัลยแพทย์หนุ่มหลังผ่านวินาทีคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายของคนไข้ร่วมสามเคส

การขึ้นมาสูบบุหรี่บนดาดฟ้าก่อนกลับบ้านคล้ายเป็นกิจวัตรประจำวัน วันไหนไม่ได้ทำเหมือนกับว่ามันขาดอะไรไป

วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ครั้นผ่อนคลายอยู่เงียบ ๆ คนเดียวได้ไม่นาน พื้นที่ที่เขายึดไว้ใช้เพียงลำพังกลับมีคนมายุ่มย่ามให้รำคาญใจ

เสียงตึงตังดังเข้ามาใกล้พร้อม ๆ กับที่เขาสูดลมหายใจเอานิโคตินเข้าปอดเป็นเฮือกสุดท้ายแล้วพ่นควันฟุ้งกระจายไปในอากาศ

“เลิกยุ่งกับหนูสักทีพี่เกสขอร้องล่ะ หนูก็มีคนของหนู พี่ก็มีคนของพี่ กลับไปหาแฟนใหม่พี่นู่น หนูไม่อยากมีปัญหา” เสียงหวานติดเอือมระอาเต็มที เหนื่อยกายที่ต้องวิ่งหนีเขายังไม่เท่าเหนื่อยใจที่ต้องเอ่ยถ้อยคำซ้ำ ๆ ซาก ๆ กับคน ๆ เดิม ไม่เกิดประโยชน์ซ้ำยังเสียเวลาชีวิตโดยใช่เหตุอีกต่างหาก

“ไม่เอาน่า พี่ไม่ได้โง่นะ” ความเย้ยหยันติดตรงปลายเสียงทุ้มพลางพยายามเข้าประชิดเจ้าของร่างเล็กในชุดคนไข้ “ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเรายังไม่มีใคร”

“อย่าเข้ามา” หญิงสาวถอยกรูดโดยสัญชาตญาณทันทีที่อีกฝ่ายไม่หยุดรุกคืบ กับผู้ชายคนนี้เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม “หนูก็ไม่โง่กลับไปหาพี่เหมือนกัน”

“พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะครับ” เขาว่าเสียงอ่อยด้วยสีหน้าสำนึกผิด แทบจะคุกเข่าอ้อนวอนขออดีตแฟนสาวกลับมาคืนดี

แต่โทษที คนที่เคยโง่มานานแรมปีมันรู้เท่าทันความตอแหลของเขาจนหมดเปลือกแล้ว

ขณะเดียวกัน

นิ้วมือเรียวยาวของนายแพทย์หนุ่มจิ้มปลายบุหรี่จรดขอบระเบียง จนมั่นใจแน่แล้วว่ามันดับสนิทจึงเหยียบเปิดถังขยะใบเล็กแล้วปล่อยให้มันร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ก้นถัง

กรึก กรึก

เสียงประหลาดทำให้ผู้บุกรุกทั้งสองต่างเหลียวมองหาแหล่งที่มาก่อนจะพบว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัด ผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ทั้งยังละม้ายคล้ายคุณหมอหนุ่มหน้าหล่อที่เคยมาดูอาการของเธอแทนหมอชญานิษฐ์เจ้าของไข้

สายลมบนดาดฟ้าพัดพาปลายผมสั้นให้ระใบหน้าหล่อเหลา ทว่ามันกลับไม่สามารถบดบังรอยยิ้มใจดีที่ปรากฏอยู่ในดวงตาเรียวรีและริมฝีปากบางได้รูป จนหญิงสาวไม่อาจละสายตา

คนเป็นหมอลากสายตาผ่านไอ้หนุ่มหน้าอ่อนก่อนจะย้ายมาละเลียดมองร่างบอบบางในชุดคนไข้เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มทว่าซีดเซียว ที่ที่ควรจะมีสายน้ำเกลือบัดนี้เหลือเพียงปลาสเตอร์สีขาวไว้ให้หมออย่างเขาดูต่างหน้า

“คนไข้ดึงสายน้ำเกลือออกเองแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” เสียงนุ่มทุ้มของคุณหมอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ชอบทำประจำ ดูผิวเผินความคิดกับนิสัยยังไงก็ยังไม่โต เขาไม่นับว่ามีวุฒิภาวะ และเขาไม่อยากถือสาเด็ก “ร่างกายยังไม่แข็งแรงดี กลับลงไปที่ห้องเถอะครับ เย็นมากแล้วข้างบนนี้ลมแรง”

“กลับเถอะ” ได้ยินที่หมอพูด มือหนาของชายหนุ่มจึงหวังจะจับแขนอดีตคนรัก

ทว่าเธอกลับสะบัดออกจากการเกาะกุม ออร่าบางอย่างที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยดึงดูดให้ร่างเล็กขยับเข้าใกล้เจ้าของร่างสูงใหญ่ กลิ่นอายที่ต่างไปจากตอนอยู่ในหน้าที่กำลังเหนี่ยวนำเธอเข้าถึงตัวเขาพลางสบสายตาอีกฝ่ายไม่กะพริบ

หมอหนุ่มทันเห็นความลังเลกลิ้งกลอกไหวระริกอยู่ในดวงตากลมโตเพียงชั่ววินาที ก่อนคนที่เขามองว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโตจะเขย่งปลายเท้าจนสุด สองแขนวาดไปในอากาศคล้องต้นคอหนาให้โน้มตัวลงมา วินาทีต่อมาเธอจึงได้ลิ้มรสฝืดเฝื่อนและกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกชวนคลื่นไส้เป็นครั้งแรก

จูบที่ไม่น่าพิสมัย

แต่แปลก…ที่เธอกลับไม่มีความคิดอยากผลักเขาออกแม้แต่นิดเดียว

ไม่ว่าจะเป็นความใจกล้า บ้าบิ่น คิดน้อย หรือแท้จริงแล้วสมองของเธอมันกลวงกันแน่ถึงได้ทำอะไรตื้นเขินเพียงแค่อยากสลัดแฟนเก่าให้หลุด

กว่าจะมีสติรู้ตัวว่าได้ทำอะไรโง่ ๆ ลงไปก็ตอนที่เขาเป็นฝ่ายยัดเยียดรสชาติขมปร่ามาให้

…จนเธอแทบหายใจไม่ออก

to be continued…

Episode 1 (2/3) ภายใต้การทานข้าวกับแม่

Episode 1 (2/3)

ฟึบ

Rrrr…

พลอยชมพูขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม สองมือกดหมอนอุดหูทั้งสองข้างจนมันบี้แบน วินาทีนี้เธอพร้อมจะลุกขึ้นมาเข่นฆ่าใครก็ตามแต่ที่โทรมารบกวนเวลานอนอันน้อยนิดของเธอ

ที่คิดว่าปลายสายจะยอมพ่ายแพ้ไปเอง กลับเป็นร่างเล็กเสียนี่ที่ดีดตัวขึ้นจากเตียง ดิ้นเร่า ๆ คล้ายเด็กถูกขัดใจ

“อือออ… เพิ่งได้นอนไปครึ่งชั่วโมงเนี่ยช่วยรู้หน่อย” เสียงอู้อี้ดังมาจากใต้ผ้าห่ม

บัดนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า พลอยชมพูเพิ่งปั่นงานเสร็จไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว งานที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมา งานที่ไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำราวกับเธอวาร์ปผ่านช่วงเวลาที่อาจารย์สั่งงานมาประหนึ่งเรื่องโกหก

ท้ายที่สุดก็ต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพราะทนรำคาญต่อไปไม่ไหว น่ากลัวว่าจะสูญเสียเวลานอนไปมากกว่านี้ถ้าหากมัวแต่ชักช้า เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเธอยังต้องตื่นไปเรียนอีก

“ฮัลโหล”

(ชมพูทำไมไม่อ่านไลน์)

“นอน ไข่มุกมีอะไร”

(เย็นนี้ว่างไหม มุกวานชมไปทานข้าวเป็นเพื่อนแม่หน่อยสิ พอดีมุกติดติวให้รุ่นน้องกะทันหัน)

“ก็ว่างแหละ แต่แม่นัดมุกไม่ได้นัดชม”

หากมารดานัดพลอยมุกนั่นแสดงว่าสองแม่ลูกต้องไปทำเล็บ สปาผม ไม่ก็เสริมสวยบรา ๆ ซึ่งพลอยชมพูไม่ค่อยชอบทำอะไรเหล่านี้เท่าใดนัก แค่ที่พ่อกับแม่ให้มาก็นับว่าสวยมากอยู่แล้ว พอใจแต่งนิดแต่งหน่อยให้ดูสวยสมวัยเท่านั้น หลัก ๆ ก็คงขี้เกียจเสียเวลาไปกับเรื่องพรรค์นี้นาน ๆ ซึ่งปภารู้ข้อนี้ดี ดังนั้น แฝดผู้พี่ของเธออย่างพลอยมุกจึงได้รับเลือกให้ไปเป็นเพื่อนมารดาอยู่เสมอ

(ไปเถอะนะ วันนี้ไม่มีโปรแกรมเสริมสวย) ปลายสายบอกราวกับล่วงรู้ความคิดของแฝดน้อง

“มุกไม่บอกแม่ไปตรง ๆ เลยล่ะว่าไม่ว่าง…”

(Friends With You Little Cloud Boy พันเปอร์เซ็นต์)

“โอเคดีล” คำตอบตกลงหลุดออกมาจากพลอยชมพูราวกันโดนร่ายมนตร์ใส่

(หกโมงนะ ไปก่อนเวลาก็ดี มุกส่งโลเคชันให้ในแชตแล้ว บายจ้า)

พลอยมุกวางสายไปแล้วทว่าพลอยชมพูยังนิ่งค้างอยู่ในท่าถือโทรศัพท์แนบหู

ชั่วอึดใจเท่านั้นก็ทิ้งตัวลงพลางเกลือกกลิ้งไปมาบนที่นอนคล้ายเพิ่งได้สติ ไม่รู้จะโทษความเจ้าเล่ห์ของแฝดพี่หรือความเห็นแก่ได้ของตัวเองดีถึงเพิ่งมาเอะใจเอาตอนนี้ว่า อะไรที่ทำให้พลอยมุขเอาคูบริคราคาหกหมื่นกว่าบาทมาแลก เพียงเพราะต้องการให้เธอไปทานข้าวกับแม่กันนะ?

“แล้วก็เอามาล่อถูกตัวด้วยจ้า” เธอพึมพำ คิดถึงคูบริคที่หมายตาไว้แต่ไม่กล้าลงเงินซื้อใบหน้าหวานก็เศร้าหมอง

จะมาฉุกคิดตอนนี้ก็คงไม่ทัน มันต้องมีอะไรแน่อยู่แล้ว แม่นัดพลอยมุกทานข้าวทั้งยังไม่มีโปรแกรมเสริมสวยอีก ทว่าช่างมันก่อน เพราะตอนนี้ความง่วงชนะความสงสัยจนพลอยชมพูผล็อยหลับไปในที่สุด

“เห้อออ…”

“โอย มันจะหนักอกหนักใจอะไรขนาดนั้นยัยชม”

“แกไม่เห็นป้านงค์จี้ฉันเมื่อกี้เหรอยัยกิ่ง เหมือนรู้ว่าฉันเพิ่งปั่นงานมา นี่หลอนไปหมดแล้วนะ ป้าแกเป็นแม่มดเหรอ หรือเข้าวัยทองร่วมด้วย ทำไมหงุดหงิดง่ายจังวะ”

กิ่งฟ้าส่ายหน้าให้ความเพ้อเจ้อของคนที่ทิ้งตัวเลื้อยลงไปบนโต๊ะหินอ่อนพร้อมกับเปิดกระเป๋าของพลอยชมพูหยิบกระจกพกพาและบาล์มสติ๊กออกมากองไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเคาะเรียกวิญญาณที่หลุดลอยให้กลับเข้าร่างเพื่อน

“ลุกขึ้นมาแหกตาดูหน้าตัวเองหน่อย” กิ่งฟ้าว่าเอือม ๆ ขอบตาพลอยชมพูทั้งแดงทั้งคล้ำขนาดนั้นอย่าว่าแต่เดาเลย ยิ่งกว่าคำตอบที่ชัดเจนเสียอีก

เมื่อกายละเอียดกลับเข้าร่างพลอยชมพูก็ผงกหัวขึ้น ควานหากระจกมาส่องหน้า วินาทีนั้นจึงไม่แปลกใจแล้วว่าอาจารย์นวลอนงค์รู้ได้อย่างไร

“แย่ นี่มันแย่เข้าขั้นวิกฤตเลยนี่หว่า” สำรวจใบหน้าตัวเองผ่านเงาสะท้อนได้ไม่นานเสียงหวานจึงพึมพำคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ยิ่งผิวของเธอบอบบางมากเท่าไหร่ยิ่งเห็นความเสื่อมโทรมชัดมากเท่านั้น

“ก็เออสิ”

“ก็แกบอกฉันช้าไง แทนที่จะบอกกันเร็วกว่านี้สักสองวันก็ยังดี” จู่ ๆ เธอก็โบ้ยความผิดให้เพื่อน มือก็เปิดบาล์มสติ๊กทาใต้ตาไปด้วย

“อย่ามาทำนิสัย อาจารย์สั่งงานก็อยู่ด้วยกัน มีสองหูเหมือนกัน เรียนก็เรียนด้วยกัน นั่งก็นั่งข้างกันไหมล่ะ” กิ่งฟ้าว่าอย่างเอาเรื่อง

ส่วนพลอยชมพูไม่มีอะไรจะเถียง “วันนี้ต้องไปทานข้าวข้างนอกกับแม่ด้วยสิ พรุ่งนี้มีหวังโดนลากไปกระทำชำเราแน่ ๆ”

“ไปดินเนอร์กับคุณน้าเหรอ”

“อืม”

ปี๊น!

เสียงบีบแตรเบา ๆ ดังขึ้น ไม่ได้ดึงความสนใจของสองสาวมากเท่าไหร่ เพราะต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าของรถยุโรปคันนั้นคือใคร

“เฮ้! ไปทานข้าวกัน” กระจกรถยังเลื่อนลงไม่ถึงครึ่งเสียงของวิตติก็เล็ดลอดออกมาจากยานพาหนะสี่ล้อที่เคลื่อนเข้าจอดเทียบฟุตบาทใกล้ ๆ ม้าหินอ่อนที่เพื่อนสาวทั้งสองนั่งอยู่

“ไม่ว่าง ฉันต้องไปทำงานที่ร้านต่อ ส่วนชมพูมีนัดแล้ว” กิ่งฟ้าตอบแทนคนที่ง่วนอยู่กับหน้าตัวเองไม่สนดินสนฟ้า ไม่สนแม้แต่เพื่อนแต่ฝูง

“ได้ไง ชมพูมีนัดเหรอ ไม่ให้ไป นัดกับใคร ผู้ชายที่ไหนอีก เลิกกับไอ้ปลาดุกนั่นไม่ทันไรก็มีคนใหม่แล้วเนี่ยนะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าพามาให้เพื่อนสแกนก่อน เกิดได้ปลาจวดมาอีกจะทำยังไงยัยจิ๋ว”

พลอยชมพูและกิ่งฟ้าพร้อมใจกันกลอกตามองใบไม้ที่ปลิวไสวตามแรงลมโดยไม่ได้นัดหมาย ตามด้วยเสียงพ่นลมหายใจหนัก ๆ

“ทำยังไงดีล่ะไออุ่น ฉันรักเขามาก รักตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ด้วยสิ” พลอยชมพูทำตาปริบ ๆ พูดจีบปากจีบคอใส่วิตติ

“เชี่ย ไม่ใช่ละ” ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยกับท่าทางน่ารักค่อนไปทางกวนประสาทของพลอยชมพู

“ไปเถอะ” พร้อมกันนั้นสองสาวก็พากันลุกเดินไปที่รถยุโรปที่จอดติดเครื่องอยู่ “ชวนพวกฉันไปทานข้าวได้ก็แสดงว่าแกว่างสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปส่งฉันกับกิ่งหน่อยแล้วกัน”

“อะไรวะ อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนขับรถเฉย” ถึงปากจะบ่นกระปอดกระแปดแต่มือก็กดปลดล็อกประตูให้พวกเธอเรียบร้อยแล้ว “สรุปแกมีนัดกับใคร”

“แม่” พลอยชมพูตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทว่ากิ่งฟ้ากลับเห็นถึงความพึงพอใจในแววตาของคนที่นั่งประจำที่คนขับชัดเจน

to be continued…

Episode 1 (3/3) ลูกสาวคนเล็ก

Episode 1 (3/3)

เจ้าของร่างเล็กในชุดนักศึกษาก้าวลงจากเบาะหลังรถยุโรปคันงาม ไม่ลืมขอบคุณคนมาส่งที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

“ขอบใจมากอุ่น ส่งกิ่งให้ถึงร้านด้วยนะ ถ้ามัวแต่ชักช้าจนยัยนี่เข้างานสายฉันจะหักเงินแกสามเท่าของเงินเดือนที่กิ่งโดนหัก”

“มากไปแล้วยัยจิ๋ว…”

“ไปนะ บาย” เธอแทรกขึ้น ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พล่ามจบพลอยชมพูก็กระชับกระเป๋าสะบัดตูดเดินเข้าไปในตัวอาคารทันที ขณะเดียวกันก็ต่อสายหามารดาไปด้วย

(ชมพู ว่าไงคะลูก)

“แม่อยู่ไหนคะ หนูถึงโรงแรมแล้ว”

(หืม แล้วชมพูไปทำอะไรที่โรงแรมล่ะลูก)

“ลูกสาวสุดที่รักไม่ได้บอกแม่เหรอคะว่าให้หนูมาทานข้าวกับแม่แทน” เธอถามทั้งที่พอจะรู้คำตอบ

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตามมาด้วยเสียงโวยวายจนพลอยชมพูต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหูเล็กน้อย (ว่ายังไงนะ!)

“ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้นคะ มีอะไรหรือเปล่า”

(ไข่มุกบอกชมพูว่ายังไง หรือแค่บอกให้มาทานข้าวกับแม่ชมพูก็มาเนี่ยนะ)

“แล้วทำไมหนูต้องปฏิเสธด้วยล่ะคะ ถ้าหนูไม่มาก็เท่ากับว่าหนูปล่อยให้แม่ทานข้าวคนเดียวนะ”

ปลายสายเงียบไปอีกครั้งราวกับกำลังใช้ความคิด พลอยชมพูเองก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร รอไม่กี่วินาทีต่อมาแม่ของเธอก็ตัดสินใจเอื้อนเอ่ย

(โอเคค่ะ ชมพูขึ้นมาชั้นบนสุดนะ แม่อยู่ที่ร้านนี่แหละ บอกพนักงานว่าโต๊ะคุณจารวีนะลูก)

“อ๋อ ค่ะ” พลอยชมพูรับคำเสียงแผ่ว เกิดมาจะยี่สิบสองปีในอีกสองเดือนข้างหน้าอยู่แล้วขอเถียงขาดใจเลยว่าแม่ของเธอชื่อปภา ไม่ใช่จารวี

“อ่าว แม่มีเพื่อนทานข้าวแล้วนี่นา แบบนี้เราไม่จำเป็นก็ได้มั้ง” ถึงจะบ่นงึมงำกับตัวเองไปแบบนั้นแต่นิ้วเล็ก ๆ ก็จิ้มลงบนปุ่มลิฟต์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ห้องโดยสารสี่เหลี่ยมพาหญิงสาวขึ้นมายังชั้นบนสุดของโรงแรม อึดใจเดียวก็ถึงร้านอาหารวิวแม่น้ำเจ้าพระยา หญิงสาวบอกโต๊ะเป้าหมายกับพนักงานก่อนเดินตามไปยังโต๊ะสำหรับสี่ที่นั่งตรงมุมหนึ่งของร้านที่มีผู้หญิงวัยกลางคนสองท่านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คนหนึ่งคือคุณปภาแม่ของเธอ อีกคนคงเป็นคุณจารวีอย่างไม่ต้องสงสัย เห็นเพียงเสี้ยวหน้า เครื่องประดับและการแต่งกาย ราศีคนรวยก็พุ่งเข้าหน้าจนตาแทบแตก จู่ ๆ พลอยชมพูก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาครามครัน

“ชมพูมาแล้วเหรอ มานั่งข้างแม่ค่ะ”

“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะคุณจารวี” พลอยชมพูกระพุ่มมือไหว้สองผู้อาวุโส

“สวัสดีค่ะ เรียกซะเต็มยศเลย เรียกป้าว่าป้าเฉย ๆ ก็ได้จ้ะดูเป็นกันเองดี หนูชมพูทำตัวตามสบายได้เลยนะลูก อยู่กับป้าไม่ต้องเกร็ง” จารวีทักทายอย่างเป็นกันเอง พลอยทำให้พลอยชมพูผ่อนคลายลงได้มากทีเดียว

“ค่ะ คุณป้า” เธอเป็นเด็กว่าง่าย ผู้ใหญ่ว่ายังไงเธอก็ว่าตามนั้น

“หนูชมพูหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูนะคะน้องภา” จารวีชมเปาะพลางกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาพราวระยับ เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอลูกสาวคนเล็กของปภา ความสวยใสของพลอยชมพูเข้าตาเธอมากทีเดียว

ยอมรับว่าความตั้งใจแรกของเธอคือพลอยมุก แต่ในเมื่อโชคชะตาส่งพลอยชมพูมาแทนจารวีก็ไม่ติดอะไร เพราะฟังคำเล่าขานจากปากผู้เป็นมารดา ลูกสาวทั้งสองคนต่างก็เป็นเด็กดีด้วยกันทั้งคู่

“คนนี้เขาไม่ค่อยชอบเสียเวลาไปกับการเข้าร้านเสริมสวยค่ะ นานน้าปภาจะลากตัวไปสปาได้สักที” ปภาพูดกับจารวี ก่อนจะหันมาทำเสียงเขียวใส่ลูกสาวตัวเอง พลางจับค้างเรียวเล็กหมุนซ้ายทีขวาที “นี่คงถึงคราวต้องลากไปบำรุงสักหน่อยแล้ว ทำไมหน้าหนูเป็นแบบนี้คะลูก ฮึ”

to be continued…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...