โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท. ไม่รู้ร้อน?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เหมือนว่า ปี 68 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนั้น มีแต่เรื่องที่ทำให้นักลงทุน “หนักใจ”และ “ท้อใจ”อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะสิ่งที่คิดไว้ในแต่ละเรื่อง ไม่เป็นเหมือนที่คิดสักอย่าง ซึ่งเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นในการลงทุนอย่างแรง จึงสะท้อนออกมาด้วยการขายหุ้นทิ้งอย่างต่อเนื่อง และทำให้ดัชนีวนเวียนไปมาได้แค่ระดับ 1,250-1,300 จุดในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาไงล่ะคะ

ซ้ำร้ายไปกว่านั้คือ ในช่วงปลาย พ.ย.ต่อเนื่องถึงเดือน ธ.ค.ประเทศไทยดันเจอกับปัญหาเงินบาทเกิดอาการแข็งค่าผิดปกติ ซึ่งจากเคยยืนอยู่ที่ระดับ 32.50 บาทดันแข็งค่าต่อเนื่องมายืนอยู่ที่ 31 บาทเล่นเอาคนที่ทำธุรกิจส่งออกร้องจ๊ากกันเป็นแถว เพราะหมายความว่า ในช่วงเดือนสุดท้ายที่เป็นจังหวะโกยเงินต้องเจอกับการขาดทุน 1.50 บาทในทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ขายได้ไงล่ะคะ

ถ้านับตั้งแต่ต้นปีจะเห็นผลกระทบที่รุนแรงหนักกว่าเดิม เพราะในช่วงนั้นค่าเงินบาทยืนอยู่ที่บริเวณ 34 บาทแต่วันนี้เงินบาทดันแข็งโป๊กสุด ๆ ซึ่งเกิดผลต่างสูงถึง 3 บาทหรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ แข็งค่าขึ้นราว 9% ขณะที่ผู้ส่งออกทำกำไรในบรรทัดสุดท้ายได้ดีสุดประมาณ 7% จึงประสบกับปัญหาขาดทุน 2% ในทันที หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ รับรองว่า เอสเอ็มอีเจ๊งอีกเพียบนะจ๊ะ

นอกจากนี้เมื่อดูคู่แข่งประเทศเวีดนามที่ขายสินค้าคล้ายกับไทย และมีราคาขายที่เป็นดอลลาร์ เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลกเหมือนกัน แต่เงินดองดันมีการอ่อนค่าค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ผู้ประกอบการเวียดนามที่ทำส่งออกอู้ฟู่กันเป็นแถว จนก่อให้เกิดคำถามตามมาว่า ธปท. ของประเทศไทยล้วนเป็นผู้มีความรู้และเป็นระดับด็อกเตอร์กันทั้งนั้น แต่ทำไมไม่แอ็กชันอะไรออกมาเลยเจ้าคะ

งานนี้มีข้อเสนอแนะจากผู้รู้สำนักต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ธปท. ควรทำการแทรกแซงเงินบาทเป็นระยะ เพราะที่ผ่านมาทำการแทรกแซงน้อยเหลือเกิน หรืออาจมีการผลักดันให้ผู้ประกอบการลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ แต่ที่พูดถึงกันมากก็คือ การใช้ยาแรงอีกครั้งด้วยการ “หั่นดอกเบี้ย”และ ออกพันธบัตร เพื่อซื้อดอลลาร์เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่ทำกันมากขึ้นพะยะค่ะ

ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องถูกต้องขนาดไหน? หรือแก้ปัญหาได้อยู่หมัดไหม? คงเป็นเรื่องที่แบงก์ชาติต้องออกมาพูดเอง เพราะอีฉันแค่ทำหน้าที่บอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการอยากเห็นการตอบสนองจากแบงก์ชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเวลานี้ไม่สามารถปล่อยให้ผู้ประกอบการมืดแปดด้านไม่ได้ และคนที่ควรจะออกมาไขความกระจ่างอีกครั้งว่า ควรใช้แนวทางใดก็คือคุณน้อง “วิทัย”นะจะบอกให้

ตรงนี้แหละ!..ที่หลายคนอย่างเห็นการแอ็กชันที่มากกว่าเดิม ไม่ใช้ให้ผู้คนเฝ้ารอดอกพิกุลร่วงหล่นจากปาก เพราะสิ่งที่เกิดมันกระทบวงกว้างจริง ๆ ผนวกกับ “โมนิก้า” ได้ยินเสียงรบเร้าจากบรรดาผู้ประกอบการส่งออกดังขึ้นเรื่อย ๆ จึงอยากให้คุณน้องลงมือทำเสียที! ไม่ใช่พูดไปเจื้อยแจว หรือภายในแบงก์ชาติมีปัญหาขบเหลี่ยมเฉือนคมอะไรอีก ผู้ส่งออกจะได้ทำใจรับสภาพ และหาทางแก้ปัญหากันเอาเองค่ะ

ส่วนบรรยากาศการลงทุนก็คงไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น ซึ่งเห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายเบาบางลงอย่างชัดเจน แถมต่างชาติยังมีรูปแบบการเล่นแบบลากมาตบเหมือนเดิม รวมทั้งการซื้อกองทุนหุ้นเพื่อลดหย่อนภาษี ก็ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนที่คาดหวัง อีฉันเลยมองว่า การที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,259.25 จุด ลบไป5.52 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย1.72 หมื่นล้านบาท เป็นเรื่องปกติของเล่นหุ้นก่อนหยุดปีใหม่เจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...