โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนชายแดนค้านเปิดด่าน ไม่เห็นด้วยให้เขมรมาเรียน-รักษาพยาบาลในไทย

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 17.00 น.

ชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยืนยันคัดค้านไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลจะเปิดด่านและให้ชาวกัมพูชามาเรียนหนังสือ รักษาพยาบาล ขายแรงงาน หรือทำธุรกิจค้าขายร่วมกันอีก ชี้เขมรไว้ใจไม่ได้ไม่เคยสำนึกบุญคุณของไทย พร้อมเรียกร้องให้เร่งสร้างรั้วปิดพรมแดน และให้เร่งพิจารณาจ่ายค่าชดเชยอพยพ 5,000 บาท เผยอยากได้ชดเชยครัวเรือนละ 10,000 บาท ชี้อพยพครั้งนี้นานร่วมเดือน ทำให้สูญเสียขาดรายได้

12 มกราคม 2569 จากสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากจะทำให้ประชาชนชาวไทยต้องเดือดร้อนอพยพหนีตายทิ้งบ้านเรือนไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ยังส่งผลให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนชายแดนไม่ได้เรียนหนังสือมานานร่วมเดือน ในขณะเดียวกันพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์ส[ได้มีการโพสต์และแชร์ข้อความในลักษณะว่า ชาวกัมพูชาออกมาโวยวายว่ายังไม่มีที่เรียนหนังสือ และต้องการให้ไทยเปิดด่านมนุษยธรรม เพื่อให้เด็กนักเรียนชาวกัมพูชาได้กลับเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทยเหมือนเดิมนั้น

จากการลงพื้นที่สอบถามความเห็นของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และได้รับผลกระทบเดือดร้อนจากการสู้รบในห้วงที่ผ่านมา ต้องอพยพทิ้งบ้านหนีตายไปอยู่ยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย ซึ่งชาวบ้านทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องการให้ชาวกัมพูชาทุกเพศทุกวัย เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการขายแรงงาน การเข้ามาเรียนหนังสือ และการรักษาด้านพยาบาล รวมถึงทำธุรกิจค้าขายร่วมกับกัมพูชาอีก

โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในทุกกรณีต่อกัมพูชา และเร่งดำเนินการสร้างรั้วกำแพงปิดพรมแดนโดยเร็ว เพราะชาวกัมพูชานั้นไม่มีความจริงใจ ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคนไทยที่มีน้ำใจได้ให้มาโดยตลอด ตั้งแต่การให้ที่พักอาศัยช่วยเหลือสมัยสงครามเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การศึกษาและให้การรักษาพยาบาลชาวกัมพูชาที่เจ็บป่วย เพื่อมนุษยธรรม

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้เรียกร้องให้ รัฐบาลได้เร่งจ่ายเงินชดเชยผู้อพยพหนีภัยการสู้รบอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย และขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติม ให้กับผู้ครอบครัวผู้อพยพจากเดิมครัวเรือนละ 5,000 เป็น 10,000 บาท โดยระบุว่าการอพยพในรอบนี้ยาวนานกว่าครั้งที่ผ่านมา ทำให้เสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ต้องขาดรายได้และยังมีหนี้สินติดตามตัวมาอีก

นางดวงดาว หลอดทอง อายุ 54 ปี แม่ค้าร้านของชำใน ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งหากจะมีการเปิดด่านชายแดนอีก ขอให้อยู่ใครอยู่มันไม่ต้องไปมาหาสู่กันอีกแล้ว ส่วนการที่รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้ครัวเรือนละ 5,000 บาท นั้นมองว่าเป็นจำนวนที่น้อยถ้าจะให้ดีก็อยากได้ 10,000 บาท เพราะในช่วงของการอพยพทำให้ไม่สามารถค้าขายได้เหมือนปกติ ขาดรายได้ อีกทั้งหนี้สินค่าใช้จ่ายก็ยังคงมีอยู่อีก แต่อย่างไรก็ตามหากจะได้ 5,000 บาท ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้อะไรเลย และขอให้เร่งดำเนินการแจกจ่ายให้เร็วที่สุดด้วย

ด้าน นางสำลี แต่งพลกรัง อายุ 73 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งใน ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ก็อยากจะให้สอนหนังสือเฉพาะคนไทยเท่านั้นไม่อยากให้สอนคนเขมร ถ้าสอนหนังสือไปแล้วมีความรู้กลัวว่าจะกลับมาทำร้ายไทยเราอีก รวมถึงผู้ป่วยก็ไม่อยากให้รับเข้ามารักษา ให้รักษาเฉพาะคนไทย เพราะหากรักษาคนเขมรหายดีแล้วก็อาจจะกลับมาแว้งกัดเราได้อีก ส่วนเงินชดเชยที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะจ่ายช่วยเหลือ 5,000 บาท หากจะถามว่าเพียงพอไหมมันคงไม่เพียงพออยู่แล้ว ถ้าจะให้ดีก็อยากได้ 10,000 บาท แต่ถึงอย่างไรให้ 5,000 บาทก็ถือว่ายังดีที่กว่าไม่ได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...