โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

“จิ้งจอก” แผนแตก ในวันที่ “หงส์” หิวแสง

Soccersuck

เผยแพร่ 22 พ.ย. 2563 เวลา 21.54 น. • Soccersuck

วันนี้เราอาจพูดได้ว่านี่คือเกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นดีที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติในแนวรับปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ เลสเตอร์ ซิตี้ แผนแตก
กล่าวคือรากเหง้าของ “จิ้งจอก” เป็นทีมที่ไม่สนใจอัตราการครองบอลใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าจะเจอกับทีมไหน
แผนคือ เลสเตอร์ จะไม่เพรสสูงและถอยไปตั้งรับในแดนตัวเองแล้วบีบให้ฝ่ายตรงข้ามระดมตัวผู้เล่นเพื่อพยายามตีป้อม
และลงทุน “ซื้อ” การเสียบอลระหว่างทางของฝ่ายบุกที่จะทำให้เกิดช่องว่างระยะ 35-40 หลาซึ่งเป็นพื้นที่ vip ของ เจมี่ วาร์ดี้ และเหล่าพวกพ้องที่มีความไวถึง 3-4 ตัวในจังหวะสวนกลับ
แผนนี้จะยิ่งเข้าทางหาก เลสเตอร์ ต้องออกไปเยือนเพราะเจ้าบ้านย่อมตั้งเป้า 3 แต้มเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว
จึงไม่ต้องแปลกใจใดๆครับที่แนวทางการเล่นแบบนี้ทำให้ เลสเตอร์ มีสถิติสวยหรูชนะรวด 4 นัดนอกบ้าน (ก่อนเจอกับ ลิเวอร์พูล)
ดังนั้นการ OG. แบบโชคร้ายของ จอนนี่ อีแวนส์ ทำให้ “จิ้งจอก” เล่นสวนกลับยากขึ้นกว่าเดิม
แต่ที่ทำให้เด็กๆของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยิ่งหายไปจากเกมและถูก “หงส์แดง” ครอบงำคือ เลสเตอร์ ยังเล่นแบบเดิมคือถอยไปรับในแดนตัวเองและไม่มีการเพรสใดๆ
มีบางครั้งเพรสพอเป็นพิธีหลังเห็นเจ้าถิ่นยึกยักคืนไปมาไม่ยอมบุกแต่น้อยครั้งมากทำให้เวลาถูกเผาไปเรื่อยๆจน มาร์ค อัลไบรท์ตัน เข้าพรวดจนปล่อยให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แอสซิสต์เข้าหัว ดิโอโก้ โชต้า เป็น 2-0 ก่อนหมดเวลา 4 นาทีนั่นแหละครับ
ตรงกันข้ามด้วยซ้ำครับที่เป็นฝั่ง “หงส์แดง” เพรสสูงไล่ให้ทีมเยือนตั้งเกมลำบากและการคายบอลแต่ละดอกไร้หางเสือจนแดนกลางทั้ง เกอิต้า, โจนส์ และ ไวนจ์นัลดุม เล่นง่ายไปด้วย
วันนี้ที่เราต้องชมคือแม้เพิ่งผ่านเกมทีมชาติมาแต่นักเตะเจ้าถิ่นเล่นแบบกระหาย มีความ “หิวแสง” ความเข้มข้นในการเข้าบอลและไล่บี้ทำให้แฟนบอลรู้สึกมั่นใจว่าทีมจะแย่งบอลกลับมาได้ไม่ช้าก็เร็ว
น้าเจมส์ มิลเนอร์ เข้ามาทดแทนการหายไปของ TAA ได้ดีจนเหลือเชื่อ แม้การวางบอลยาวข้ามฝากจะมีแค่หนเดียวแต่ทีเด็ดของแกคือการเปิดบอลขนานเส้นให้ โชต้า และ บ็อบบี้ สอดมาเล่นเป็นอะไรที่มีประสิทธิภาพและเป็นการเซฟตี้จากการถูกแข้งทีมเยือนพยายามเข้ามาบีบแกได้ดีจริงๆ
ในส่วนของ โชต้า ตอนนี้ผมคิดว่าทุกคนมองข้ามคำว่า “ปรับตัวกับระบบ” ไปไกลแล้วครับ ตอนนี้แกเหมือนนักเตะที่เล่นมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี จังหวะบอลและการวิ่งสอดหาช่องหรือสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทรงพลังเหลือเกิน
เป็นการเพิ่มมิติการเล่นให้ “หงส์แดง” อย่างเต็มรูปแบบเพราะแกมีเซนส์ในการวิ่งทะลวงแนวรับจนโหม่งพังประตู 2-0 ที่ทำให้เจ้าถิ่นเล่นง่ายยิ่งกว่าเดิม
นักเตะมี class ดูไม่ยากครับ บอลออกจากเท้าส่วนใหญ่มีความหมาย ไม่เสียพร่ำเพรื่อซึ่งอดีตแข้ง วูลฟ์แฮมป์ตัน สถาปนาเป็นผู้เล่นที่ทีมต้องมีจนผมคิดว่าน่าจะขึ้นมาถึงระบบ มาเน่ และ โม ไปเรียบร้อยแล้ว
จุดสังเกตเล็กน้อยไม่เกี่ยวกับรูปเกมคือ เวสลีย์ โฟฟาน่า เซนเตอร์ดาวรุ่งที่ช่วงต้นเกมที่สกอร์ 0-0 แกดีดมากถึงขนาดตอนจังหวะสวนกลับไปโผล่อยู่หน้าประตูเจ้าถิ่นด้วย
แต่หลังสกอร์ตามหลังอดีตแข้ง แซงต์เอเตียน วัย 19 ปีกลายเป็นบ่อเกือบทั้งเกม สไลด์จั่วลม,เข้าพรวด และยืนเป็นกรวยให้ มาเน่ กระชากง่ายๆ
ครับ “หงส์แดง” เดินออกจาก แอนฟิลด์ พร้อมกับ big boost ตัวใหญ่ๆทั้งการที่ โชต้า ทำสถิติใหม่ของสโมสรยิงในบ้าน 4 นัดติด, ทีมไม่แพ้ในบ้าน 64 นัดทำลายสถิติรุ่นน้าที่ทำไว้ 63 นัดเมื่อปี 1980
รวมไปถึงการ “ยิ้มอ่อน” กับสกอร์ที่ถือว่าสูงหากเราตีระดับ “จิ้งจอก” เป็น “อดีตจ่าฝูง” , การเก็บคลีนชีตโดยที่เหลือตัวจริงที่ยังไม่เจ็บแค่คนเดียว
และ โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ ยิงประตูได้ซักทีหลังความโหดเหี้ยมของแกหายไปเยอะ ยิงจ่อๆเดี่ยวๆไม่กี่หลายังจะชนเสาอีกแน่ะ
เลสเตอร์ ถือเป็นหนึ่งในเกมหิน(จาก 7 เกมในลีก)ก่อนตลาดหน้าหนาวจะเปิดในเดือนมกราคมโดยยังเหลือ วูลฟ์ และ สเปอร์ส ที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเข็นสภาพแนวรับให้ผ่านไปให้ได้
เรื่องแย่ๆเรื่องเดียวคงไม่พ้นอาการบาดเจ็บของ นาบิล เกอิต้า ทำให้เป็นอีกครั้งที่ “หงส์แดง” ต้องเสียแข้งตัวหลักไปอีกแล้ว จากภาพทางทีวีเจ้าตัวจับบริเวณต้นขาด้านหลัง น่ากลัวจะไม่พ้นแฮมสตริงอีกแล้วครับ
เป็นอีกครั้งที่ผมต้องขอระบุเครื่องหมายดอกจันทิ้งท้ายบทความนี้คือ 6 ใน 9 นัดที่ “หงส์แดง” เตะไปแล้วนั้นมีชื่อของ ลีดส์, เชลซี, อาร์เซนอล, เอฟเวอร์ตัน, แมนฯซิตี้ และ ล่าสุด เลสเตอร์ ซิตี้
ผมว่าปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ไม่ว่าจะการเสีย อลิสซอน จน อาเดรียน มวยแทนโดนไป 7 ลูก, เสียแนวรับตัวจริงไป 3 (2 ในนั้นปิดเทอม), เหล่าแดนกลางสลับกันฟิตสลับกันเจ็บ, การติดโควิดของ โม ซาลาห์
การมี 20 แต้มเท่า “จ่าฝูง” สเปอร์สและเป็นรองแค่ประตูได้เสียจึงเป็นผลงาน “หิวแสง” ที่คงไม่มีใครกล้าขออะไรจากทีมชุดนี้ได้อีกแล้วครับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...