โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกม

รีวิว The Dark Picture Anthology: Little Hope "เหล้าเก่า ในขวดที่ไม่ได้ใหม่"

BT Beartai

อัพเดต 01 ธ.ค. 2563 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 14.22 น.
รีวิว The Dark Picture Anthology: Little Hope “เหล้าเก่า ในขวดที่ไม่ได้ใหม่”

The Dark Picture Anthology: Little Hope เป็นเกมในแฟรนไชส์ “The Dark Picture Anthology” ที่แบ่งเป็นตอน ๆ ทั้งหมด 4 ตอน ซึ่งปัจจุบันดำเนินเรื่องราวมาถึงตอนที่ 2 แล้ว ซึ่งใสแต่ละตอนจะมีเนื้อเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ก้น

Gameplay / System (6.5/10)

เกมเพลย์ยังคงระบบเหมือนดิมกับตอนที่หนึ่ง แต่มีการเพิ่มระบบใหม่ ๆ เข้าไปบ้าง ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเรื่อง (ไม่สปอลย์) โดยผมมองว่าการที่หยิบยกเอาระบเดิม ๆ มาใส่เอาไว้ เพียงแต่เล่าเรื่องที่แตกต่างกัน มันออกจะดูน่าเบื่อไปเสียหน่อย ทั้งที่ 2 เนื้อเรื่องสามารถเล่นกับระบบ Quick Time Event ได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ผู้พัฒนาเกมยังคงไม่เพิ่มอะไรใหม่ ๆ เข้ามาขนาดนั้น ทำให้รู้สึกว่า Gameplay ซ้ำซาก แต่ก็ถือว่าคุ้มสำหรับเงิน 500 กว่าบาทบน PC แต่บน PS4 อาจจะรู้สึกแพงไปหน่อย (900 กว่าบาท)

อีกอย่างคือระบบ Friendpass ของภาคนี้ไม่ยอมใส่มาแต่แรกเหมือนกับตอนแรก “Man of Medan” ที่มาใส่ในตอนหลังเกมออกสักพัก ซึ่งคาดว่าน่าจะหยิบมาใส่ภายหลัง เพื่อดึงคนมาเล่นหลังกระแสเกมเริ่มจางแล้ว อันนี้ไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่

แถมระบบความสัมพันธ์ที่ใส่มา แทบไม่มีผลใด ๆ กับเนื้อเรื่องตอนจบเลย หากเล่นจนจบอาจจะงงว่าใส่มาทำไม

Story (9/10)

เนื้อเรื่องของตอน Little Hope ยอมรับว่าเขียนบทมาดีมาก แฝงอะไรหลาย ๆ อย่างเอาไว้ในเนื้อหาของเรื่อง และยังเป็นเกมแนวที่เรายิ่งสำรวจยิ่งเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น (แต่ก็ยังเดาบทสรุปยากเหมือนตอนแรก) มีปมเนื้อหาให้ติดตามได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เรากระสันอยากรีบเล่นให้จบ

เอาจริง ๆ ยอมรับว่าเกมนี้สนุกตรงที่เราต้องมานั่งติดตามเนื้อเรื่องนี่แหละ ว่าท้ายที่สุดแล้วจริง ๆ เป็นอย่างไร ส่วนเกมเพลย์ยังเฉย ๆ

แต่แอบรู้สึกเนื่อเรื่องภาคนี้ทำออกมาแล้ว ไม่ทำให้รู้สึกว่าอยากเล่นอีกรอบเหมือนภาคแรก เพราะตอนจบที่แทบจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ (อย่างไรเดี๋ยวไปเล่าในส่วนของ Presentation)

Presentation (7/10)

การนำเสนอเนื้อหาของเรื่องทำได้ดีเหมือนกับภาคแรก ซึ่งภาคนี้เล่าปมตัวละครได้ดูแปลกใหม่ดี และเป็นส่วนที่ทำให้เราอยากติดตามเนื้อเรื่องช่วงต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ที่น่าผิดหวังสำหรับเกมนี้ก็คือระบบ Butteryfly Effect ที่เหมือนไม่ชูโรงในตัวเกมแล้ว

ซึ่งผมเป็นแฟนเกมนี้จากการเล่น Until Dawn ที่เนื้อหาของเนื้อเรื่องจะละเอียดกว่านี้ในการเลือกทางแต่ละทาง โดยมีระบบ Butterfly effect หรือทฤษฏีผีเสื้อกระพือปีกเป็นจุดเด่นของตัวเกม และกลายเป็นว่าเกมนี้เหมือนกลายเป็นเกมที่เราต้องมานั่งคอยช่วยชีวิตตัวละครเท่านั้น การตัดสินใจไม่ได้มีผลต่อเนื้อเรื่องสักเท่าไหร่เลย

ส่วนระบบ CO-OP ผมว่ามันเป็นจุดเด่นของเกมนี้ไปละ เพราะไม่ค่อยมีเกมแนว Story Driven ที่ให้ 2 คนดำเนินเรื่องไปด้วยกันแบบลงตัวแบบนี้สักเท่าไหร่ (ล่าสุดที่เห็นถ้าไม่นับ Man of Medan ก็คือ A Way Out) ซึ่งภาคนี้จะแตกต่างกันภาคก่อน เพราะมีการสับเปลี่ยนให้ผู้เล่นทั้งสองได้ไปเล่นทุกตัวละครในเนื้อเรื่องด้วย

และสุดท้าย เกมนี้ใส่ Jump Scare เรื่อยเปื่อยมาก ใส่จนไม่ตกใจแล้ว ซึ่งการ Jump Scare มันทำให้ตกใจได้ก็จริง แต่มันเป็นอะไรที่เรียกได้ว่าน่าเบื่อมาก ๆ กับการสร้างบรรยากาศให้น่ากลัว เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และทีมงานก็เลือกที่จะทำแบบนั้น

Graphic / Performance (8.5/10)

กราฟิกของเกมนี้ไม่ได้แตกต่างจากภาคแรกเลย แม้ตัวเกมจะห่างกันถึง 1 ปี แต่ก็ไม่ใช่ข้อเสียอะไรขนาดนั้น กราฟิกถือว่าใช้ได้กับเกมที่ออกมาในปี 2020 นี้ ระบบ Facial Motion ยังเป็นสิ่งที่ทำได้ดีเช่นเดิม ใ้ห้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูหนัง

แต่ที่ต้องติคือเรื่องประสิทธิภาพของตัวเกม (ผมเล่นเกมนี้บน PS4 รุ่นปกติ) ซึ่งทั่ว ๆ ไปตัวเกมสามารถรันได้เฟรมเรตที่ดีในแทบทุกสถานการณ์ แต่พบเจอปัญหาเกมเด้งถึง 2 ครั้ง ระหว่างการเล่นรวดเดียวจบใน 5 ชั่วโมง

ส่วนใครที่จะบอกว่า PS4 มันเก่าไปแล้ว เลยอาจจะเป็นปัญหาก็ขอบอกว่าน่าจะไม่ใช่ เพราะผมเล่นเกมนี้กับเพื่อนอีกท่านที่ใช้ PS4 Pro และก็เจอปัญหาเกมเด้งถึงสองรอบด้วยกัน นอกนั้นตอนเกมโดยรวมถือว่าดี ยังไม่พบเจอช่วงที่เฟรมเรตตกจนสังเกตได้

Content (6/10)

เนื้อหาของเกมนี้เรียกได้ว่าน้อย น้อยจนไม่ค่อยดึงดูดให้กลับไปเล่นรอบที่ 2 หรือ 3 ส้กเท่าไหร่ อย่างที่บอกว่าตัวเกมไม่ค่อยชูโรงเรื่องทฤษฏีผีเสื้อกระพือปีกอีกแล้ว ทำให้เนื้อเรื่องของตัวเกมกลายเป็นเส้นตรงเกินไป ถึงแม้ตอนจบจะมีเนื้อหาที่ต่างกัน แต่ช่วงระหว่างการเล่นให้ประสบการณ์ที่เหมือนกัน แบบนี้เล่นจบตอนนึงแล้วไปเปิด YouTube ดูตอนจบที่เหลือดีกว่า (ถ้าต้องอธิบายมันจะต้องเปิดเผยเนื้อหาด้วย จึงไม่ดีกว่า)

โดยรวม

ต้องบอกว่า เกมนี้ค่อนข้างน่าผิดหวังในเรื่องของเกมเพลย์พอสมควร แต่สำหรับเนื้อเรื่องถือว่าสนุกสมกับเป็นแฟรนไชนส์นี้ หากเทียบกับราคาแล้วก็ถือว่าไม่เลว ถ้าในอนาคตมี FriendPass ออกมาให้ด้วย ก็จะคุ้มค่าขึ้นไปอีกในการเล่นกับเพื่อน (อาจจะหารกันก็ได้นะ)

The Dark Picture Anthology: Little Hope วางจำหน่ายแล้วบน PC, PS4 และ Xbox One

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

รีวิว The Dark Picture Anthology: Little Hope “เหล้าเก่า ในขวดที่ไม่ได้ใหม่”Gameplay / System6.5Story9Presentation7Graphic / Performance8.5Content6คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes0จุดเด่นเนื้อเรื่องยังสนุกน่าติดตามระบบ CO-OP ยังเป็นจุดเด่นของเกมนี้จุดสังเกตเนื้อหาไม่เหมาะแก่การเล่นซ้ำสักเท่าไหร่ใส่ระบบที่ไม่จำเป็นเข้ามาแล้วไม่ได้ใช้กั๊กเรื่อง Friend Pass ไม่ใส่มาให้แต่แรก7.4

รีวิว The Dark Picture Anthology: Little Hope “เหล้าเก่า ในขวดที่ไม่ได้ใหม่”
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...