CIVIL หุ้นรับเหมาก่อสร้างงานโยธาครบวงจร ผู้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยสร้างการเติบโต
ประเทศไทยในปี 2565 แม้จะมีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ไม่ว่าจะมาอีกกี่สายพันธุ์ใหม่ก็ตาม แต่การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจนั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้นและเดินหน้าต่อ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ถนนหนทาง ซึ่งแน่นอนว่าหุ้นกลุ่มที่จะได้รับผลดีมากที่สุด คือ ‘หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง’
ความน่าสนใจของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ กำลังเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีและการก่อสร้างที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ผู้ที่เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในงานก่อสร้าง ซึ่งบริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL มีความได้เปรียบมากที่สุด
นวัตกรรมกำลังสร้างการเติบโตให้กับ CIVIL
CIVIL เป็นผู้เล่นหลักในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมาอย่างยาวนานถึง 55 ปี บริษัทประกอบธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ (1) ธุรกิจก่อสร้างและบริหารโครงการก่อสร้าง เช่น งานทาง งานท่าอากาศยาน งานทางรถไฟ และงานเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ (2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง เช่น ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปและวัสดุก่อสร้างต่างๆ และ (3) ธุรกิจให้บริการอสังหาริมทรัพย์และให้เช่าเครื่องมือเครื่องจักร ที่ส่งเสริมการบริหารจัดการด้านต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การเติบโตที่ผ่านมาของ CIVIL น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง คุณปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ที่ให้ความสำคัญในด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างช่วงชิงความได้เปรียบในการเข้าไปรับงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังใช้เทคโนโลยีในการบริหารงานระบบหลังบ้านและวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้โปรแกรม SAP เข้ามาใช้ในการบริหารโครงการก่อสร้างและวิเคราะห์ต้นทุนโครงการ และโปรแกรม Primavera เพื่อจัดทำแผนงานและติดตามความคืบหน้าโครงการบริหารงานก่อสร้าง เพื่อสร้าง‘Economy of Speed’ เพราะ CIVIL เชื่อว่าในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ไม่ใช่ธุรกิจ “ปลาใหญ่ กิน ปลาเล็ก”แต่เป็นธุรกิจ “ปลาที่เร็วกว่าจะได้เปรียบ” ผลที่เกิดขึ้นคือ ทำให้การบริหารงานและการควบคุมการก่อสร้างมีประสิทธิภาพสูงมาก
ด้วยศักยภาพของ CIVIL ทำให้บริษัทฯ สามารถชนะการประมูลโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทั้ง โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงสระบุรี - แก่งคอย ที่มีมูลค่างานสูงถึง 8,000 ล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงสีคิ้ว - กุดจิก มูลค่างาน 2,912 ล้านบาท และ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 สัญญาที่ 1 มูลค่างาน 6,869 ล้านบาท (ภายใต้กิจการร่วมค้า ยูเอ็น-ซีซี ที่ CIVIL มีส่วนได้เสียร้อยละ 30)
นอกจากนี้ CIVIL สามารถส่งมอบงานก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงได้เร็วกว่าเวลาที่กำหนด อย่างในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ตอน 30 ที่มีความซับซ้อนของการก่อสร้างอย่างมาก ได้เร็วกว่ากำหนดถึง 8 เดือน
ความสำเร็จที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานของภาครัฐ โดย ‘CIVIL’ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นผู้รับเหมาอันดับสูงสุดในงานทางในหลายหน่วยงานราชการที่เป็นลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธาธิการและผังเมือง ทำให้บริษัทฯ มีความรู้และความเข้าใจในระบบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้ง การรับงานก่อสร้างจากหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ใช่ว่าผู้รับเหมารายใดจะเข้าประมูลก็ได้ เนื่องจากผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่ได้รับการจัดอันดับตามที่กำหนดในประกาศขอบเขตงาน (TOR) และมีผลงานอ้างอิงสะสม ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการสั่งสมผลงานเป็นระยะเวลายาวนานและต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา CIVIL ได้ บริหารโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐมากกว่า 1,000 โครงการ มูลค่างานมากกว่า 40,000 ล้านบาท และสร้างการเติบโตได้น่าประทับใจ โดย 9 เดือนแรกของปี 2564 มีรายได้รวม 3,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 737 ล้านบาท มีกำไรสุทธิที่ 170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 160%
ชัยชนะจากต้นทุนที่ต่ำกว่า
นอกจากเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่ช่วยสร้างความได้เปรียบ แต่ในอีกด้านหนึ่งความท้าทายของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง คือ ต้นทุนด้านวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของบริษัท ราคาเหล็ก หิน ปูนทราย หรือ น้ำมัน มักจะมีความผันผวนสูงและไม่คงที่ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างในบางครั้งที่อาจจะไม่ได้มาตรฐาน
CIVIL มีกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุนด้วยการเป็นเจ้าของโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างและสำนักงานที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ทำให้เป็นที่แข่งขันได้ทางด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างและการขนส่ง ณ วันที่ 30กันยายน 2564 กลุ่มบริษัทฯ เป็นเจ้าของโรงงานผลิต 11โรงงานผลิต ที่สามารถผลิตวัสดุก่อสร้างหลัก 5ประเภทอย่าง ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป คอนกรีตผสมเสร็จสำหรับการสร้างผิวถนน (แอสฟัลท์ติกคอนกรีต) คอนกรีตอัดแรงและราวเหล็กลูกฟูกกันรถ รวมถึงท่อระบายน้ำคอนกรีต ซึ่งการมีโรงงานในการผลิตวัสดุก่อสร้างของบริษัทเอง ทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมคุณภาพของวัสดุก่อสร้างได้อย่างดี และในขณะเดียวกัน ก็เป็นเจ้าของสิทธิในประทานบัตรเหมืองหินปูน ทำให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบจากการอยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งจากการอยู่ใกล้กับโครงการก่อสร้างหลัก
เติมฐานทุนเพื่อรับงานขนาดใหญ่
การเติบโตที่ผ่านมาของ CIVIL น่าประทับใจ และถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่บริษัทฯ จะสร้างการเติบโตรอบใหม่ ที่ต้องใช้ตลาดหุ้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง โดยคาดว่าว่า จะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมากในปี 2565โดยเฉพาะก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและสาธารณูปโภค เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 โครงการเมืองการบินภาคตะวันออกเฟส1 รวมถึงการเปิดประมูลเมกะโปรเจกต์ในโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม คาดว่างบประมาณลงทุนก่อสร้างภาครัฐจะเพิ่มขึ้น 6-7% เป็นประมาณ 858,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปลี่ยนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เงียบเหงามากว่า 3 ปี ให้ปี 2565 กลายเป็นปีทองของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และเป็นโอกาสครั้งสำคัญของ CIVIL ด้วย
ซึ่งการจะสร้างการเติบโตได้ดีที่สุดในหุ้นกลุ่มรับเหมา คือ การเสริมฐานทุนให้สามารถรับงานขนาดใหญ่ได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายงานก่อสร้างจากภาครัฐไปยังภาคเอกชน ดังนั้นใช้โอกาสนี้ในการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง โดย CIVILจะเสนอขายไม่เกิน 200,000,000 หุ้น คิดเป็น 28.57% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยมี บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯจะนำเงินไปลงทุนเพิ่มเครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับการใช้งานก่อสร้าง ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ดังนั้นการเข้าระดมทุนในรอบนี้ จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญของ CIVIL ที่จะเข้ารับงานก่อสร้างรอบใหม่ที่จะออกมาหนาแน่น และเป็นโอกาสครั้งสำคัญของนักลงทุนที่จะร่วมเป็นเจ้าของบริษัทฯ และเติบโตไปพร้อมกัน