โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัวรับศพน้องพลอย เรียกร้องความเป็นธรรมอุบัติเหตุเชฟโรเลตพุ่งชนรถจอดติดไฟแดงกลางสี่แยกเมืองพิษณุโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ก.ย 2563 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2563 เวลา 02.02 น.

ครอบครัวรับศพน้องพลอย เรียกร้องความเป็นธรรมอุบัติเหตุเชฟโรเลตพุ่งชนรถจอดติดไฟแดงกลางสี่แยกเมืองพิษณุโลก

วันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลมีเดียและเฟซบุ๊กได้แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Peerapat Chunjaichoon ที่กำลังไลฟ์สดเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่ามีรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นเทรลเบลเซอร์ สีดำ ทะเบียน กจ 7358 อุตรดิตถ์ เสียหลักพุ่งชนกับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานปั่น 2 ล้อ ก่อนเสียหลักพุ่งไปชนหน้าร้านแว่นยี่ห้อดัง จนกระจกหน้าร้านแตกกระจาย ส่งผลให้ในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณสี่แยกบ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่นอนจมกองเลือดไม่ได้สติอยู่บนถนน ก่อนทำการปั๊มหัวใจแต่ไม่มีการตอบสนอง จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานได้ช่วยเหลือเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ คือ น.ส.มณนภา เกตุแก้ว อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ ร.อ.สมชาย มังคละเกษม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 หมู่ 3 ต.บ้านโคก อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ คนขับรถยนต์คันก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก และ นางน้ำค้าง พันธุ์ดี อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/9 ถ.เอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้รับบาดเจ็บมีร่องรอยถลอกฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ขณะที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปชาวโซเชียลมีเดียต่างเข้ามาแสดงความคิดและแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพบว่าชายคนขับรถยนต์คู่กรณีมีลักษณะท่าทางคล้ายจะมึนเมาสุราหรือไม่ และเกรงว่าคนตายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ร.ต.อ.มินทร์ มิชสินธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.50 น. ของวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคันบริเวณสี่แยกบ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงรุดไปตรวจสอบพบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นเทรลเบลเซอร์ สีดำ ทะเบียน กจ 7358 อุตรดิตถ์ พุ่งชนกับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ก่อนจะพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์และรถจักรยานปั่น 2 ล้อ มีผู้บาดเจ็บหลายรายและเสียชีวิต 1 ราย หลังจากเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้วกู้ภัยได้นำส่งตัวคนขับรถยนต์คู่กรณีไปรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานกับแพทย์เพื่อทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ไว้เป็นหลักฐาน แต่ต้องรอผลตรวจยืนยันอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะทราบผลที่แน่ชัด ในเรื่องคดีความนั้นจะเรียกสอบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังมีอาการบาดเจ็บไม่สามารถให้ปากคำได้

ส่วนคดีนี้ตรวจสอบจากผู้เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่ารถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต ได้ขับมุ่งหน้ามาทางสี่แยกไฟแดงบ้านคลองด้วยความเร็วสูง ซึ่งขณะนั้นเพิ่งเป็นสัญญาณไฟเขียว แล้วขับมาปาดเลี้ยวซ้ายอย่างกะทันหันจนทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกับรถเก๋งที่อยู่ด้านหน้า ก่อนจะชนกับรถจักรยานยนต์และรถจักรยานปั่น 2 ล้อ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ และ น.ส.มณนภา เกตุแก้ว อายุ 24 ปี ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พักเสียชีวิตในที่สุด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเฟซบุ๊กชื่อว่า Monnapa Ketkaew ได้มีกลุ่มเพื่อนๆ และคนรู้จักเข้ามาร่วมแสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต คือ น.ส.มณนภา เกตุแก้ว ซึ่งเกรงว่าคดีนี้จะเงียบหายไปและไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าชายคนขับรถยนต์คู่กรณีมีอาการมึนเมาระหว่างขับขี่หรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นมีพี่น้องฝาแฝดที่เดินทางมาด้วยกันตอนเกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และผู้ตายเพิ่งจะเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยกำลังมีงานทำและเป็นความหวังของครอบครัวในอนาคตอีกด้วย

ล่าสุด ช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ย. นายฉะโอด เกตุแก้ว อายุ 50 ปี และ น.ส.แสงเดือน โป้แล อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 บ้านวังชมพู ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้เดินทางมารับศพ น.ส.มณนภา เกตุแก้ว อายุ 25 ปี บุตรสาวที่นิติเวช รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของทุกคน

โดยนายฉะโอด เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ปกติบุตรสาวทั้งสองคนจะกลับบ้านที่ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย ทุกเย็นวันเสาร์ เมื่อวานนี้ทราบเหตุจากบุตรสาวคนโตที่บาดเจ็บไม่มากนักทางโทรศัพท์ ตนไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวตน สำหรับศพของบุตรสาวคนเล็กจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านของตนเอง ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพตามประเพณี จากนั้นทางครอบครัวได้นำศพของ “น้องพลอย” ขึ้นรถยนต์ฉุกเฉินของมูลนิธิประสาทบุญสถานเดินทางออกไปจากโรงพยาบาล โดยมี “น้องพิมพ์” แฝดพี่ จุดธูปบอกกล่าวกับวิญญาณของ “น้องพลอย” แฝดน้อง ให้กลับไปด้วยกัน และนั่งเคียงข้างไปกับโลงศพทั้งน้ำตานองหน้า

น.ส.มณฑนา เกตุแก้ว หรือ น้องพิมพ์ อายุ 25 ปี เปิดเผยว่า ตนกับ น.ส.มณนภา ชื่อเล่นน้องพลอย เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน โดยตนเป็นแฝดพี่ทำงานตำแหน่งนักวิชาการเกษตรจ้างเหมาโครงการอยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ส่วน น.ส.มณนภา เป็นแฝดน้อง ทำงานตำแหน่งนักวิชาการเกษตรจ้างเหมาโครงการอยู่ที่สำนักวิจัยพัฒนาการเกษตรเขต 2 พิษณุโลก วันนี้มาเจรจากับคู่กรณีที่ส่งตัวแทนมา เบื้องต้นทางคู่กรณีได้นำเงินค่ามนุษยธรรม เบื้องต้นมามอบให้กับมารดาของตน 40,000 บาท และนัดเจรจาค่าสินไหมครั้งต่อไปอีกประมาณสองอาทิตย์

น.ส.มณฑนา เล่าว่า เมื่อวานก่อนเกิดเหตุตนขับขี่รถ จยย.กลับจากที่ทำงานมุ่งหน้ากลับหอพักใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม โดยขับอยู่ช่องทางซ้ายด้วยความเร็วประมาณ 20 กม.ต่อชั่วโมง จู่ๆ รถยนต์คู่กรณีที่ขับตามหลังมาได้เฉี่ยวชนรถเก๋งก่อนที่จะมาชนท้ายรถ จยย.ของตน ทำให้น้องสาวเสียชีวิตส่วนตนเองบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งทางตำรวจแจ้งว่าได้เจาะเลือดคู่กรณีไปตรวจหาแอลกอฮอล์แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...