โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว? ทนเจ็บกันได้แค่ไหน ถ้าความเจ็บของเราไม่เท่ากัน

The MATTER

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2560 เวลา 12.18 น. • Pulse

ตอนเด็กพอจะโดนฉีดยา ใครๆ ก็จะบอกว่า ฉีดยาไม่เห็นเจ็บ เจ็บเหมือนแค่มดกัดนิดเดียว ญาญา ญิ๋ง ก็บอกว่า อกหักเนี่ยเจ็บนิดๆ แสบแปล๊บๆ ไม่ถึงตายหรอก

แต่พอฉีดยาเข้าจริงๆ อยากจะเห็นหน้ามดที่ถูกอ้างอิงเหลือเกินว่าไอ้มดที่ว่ามันหน้าแบบไหน มดที่พูดถึงอาจจะไม่ใช่ระดับมดแดงมดดำ แต่อาจจะเป็นระดับมดกระสุน (bullet ant) มดในป่าฝนทางตะวันตกของอเมริกา มดที่ถือกันว่าการกัดของมันทำให้เกิดความเจ็บปวดที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จักมา

‘ความเจ็บปวด’ ไม่ว่าจะทางกายภาพหรือทางความรู้สึกถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเผชิญและเรียนรู้ เราเรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยความกร้านโลกจากการผ่านความเจ็บปวดมาประมาณหนึ่ง ชนเผ่า Satere-Mawe ในบราซิลจึงใช้เจ้ามดที่ต่อยเจ็บที่สุดในโลกเป็นบททดสอบสำหรับการเป็นชายชาตรีโดยสมบูรณ์ ด้วยการให้ใส่ถุงมือที่มีฝูงมดกระสุนหนึ่งฝูง ผลของการใส่ถุงมือไม่กี่วินาที แต่พิษของมดจะอยู่นานไปกว่า 8 ชั่วโมง …นี่ไงล่ะ รสชาติของชีวิต

อะ โอเค คำว่าเจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว อาจจะไม่ได้หมายความตามตัวอักษร แต่หมายถึงว่าความเจ็บปวดที่เธอเผชิญเนี่ย มันเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้เจ็บจำอันตรายอะไรถึงขนาดนั้น เจ็บแล้วไม่นานก็หาย ทีนี้ ความเจ็บปวดที่ดูจะเป็นเรื่องของ ‘กายภาพ’ ก็มีส่วนสัมพัทธ์กับ ‘ความรู้สึก’ อยู่มากด้วย เช่น การถูกฉีดยาของคนหนึ่ง อาจจะรู้สึกทนทานได้น้อยกว่าอีกคน ความเจ็บที่ถึงจะเท่าๆ กัน ซึ่งสุดท้ายแล้วก็สัมพัทธ์ไปตามความคิดและจินตนาการของแต่ละคน – เช่นบอกว่ามดกัด มดของแต่ละคนก็อาจจะไม่เท่ากัน เราคิดว่าแค่นี้คือเจ็บมากแล้ว แต่บางคนขนาดเลือดไหลพราก ก็ยังคิดว่าสบายดีอยู่

เจ็บเหมือนมดกัดฝูงเดียว, The Drip Tray

พอเรามีโลกของการแพทย์ ความเจ็บปวดถือเป็นสัญญาณและอาการสำคัญที่ทางการแพทย์จะต้องใช้เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย แต่สิ่งที่เจอคือ ไอ้เจ้าความเจ็บปวดมันดันเป็นภาวะที่แสนจะสลับซับซ้อน เป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวระหว่างวิทยาศาสตร์และปรัชญา เกี่ยวกับภาวะทางจิตวิทยา การรับรู้และสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับชีววิทยา เกี่ยวข้องทั้งในทางกายภาพและทางวัฒนธรรม จริงอยู่ว่าความเจ็บปวดเป็นภาวะสากล แต่ความรู้สึกและการรับรู้ต่อความเจ็บปวดนั้นเป็นสิ่งที่สัมพัทธ์ทั้งในระดับบุคคลและในระดับวัฒนธรรม

การเจ็บปวดคือการตีความ โอเคในทางชีววิทยา เซลประสาท กล้ามเนื้ออาจจะเกิดปัญหาบางอย่าง แต่พอความเจ็บปวดเกิดขึ้นแล้ว เราจะตีความและรับรู้ความเจ็บปวดในร่างกายของเรานั้นอย่างไร บางวัฒนธรรมเชื่อว่ามนุษย์ต้องอดทนต่อความเจ็บปวด ความเจ็บปวดถือเป็นมรดกของธรรมชาติและเป็นหน้าที่ที่เราต้องอดทนกับความเจ็บปวดนั้นๆ – คล้ายๆ ชนเผ่าที่เอามดยักษ์ไปต่อยมือเล่น

มีงานศึกษาที่อ่านท่าทีต่อความเจ็บปวดของคนยุโรปชาติต่างๆ บอกว่า ชาวสแกนดิเนเวียนเป็นชาติถึกๆ มีความทนทานต่อความเจ็บปวดมากกว่า ชาวอังกฤษอาจจะรับรู้ความเจ็บปวดได้มากกว่าแต่ด้วยวัฒนธรรมที่ต้องเก็บงำความรู้สึกเลยจะไม่ค่อยบ่นอะไรกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น พวกคนอิตาเลียนและแถบเมดิเตอร์เรเนียนเป็นพวกเล่นใหญ่และออกท่าทางเยอะเลยค่อนข้างอ่อนไหวกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ยิวเองก็เช่นกันที่มักจะมีท่าทีเกินจริงจากความเจ็บปวด

ผลของท่าทีต่อความเจ็บปวดมักเกิดจากมิติทางสังคมมากกว่าทางกายภาพ คนจะรู้สึกหรือทนทานต่อความเจ็บปวดได้มากน้อยแค่ไหนมักสัมพันธ์กับภูมิหลังและอดีตของคนๆ นั้นนับตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับท่าทีของคนรอบข้างและเพื่อนฝูง

เกี่ยวกับทัศนคติและความวิตกกังวลที่มีต่อประสบการณ์ความเจ็บปวดต่างๆ ความเจ็บปวดเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางกายภาพ ความรู้สึกว่ามากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติว่าเออ แค่นี้เหมือนมดกัด และความกังวลว่า มดกัดเจ็บแค่นี้เดี๋ยวก็หาย

The Conversation

ความเจ็บที่ยังคงหายใจอยู่ เมื่อวิทยาศาสตร์พยายามแยกแยะความเจ็บปวด

ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 21 เราไม่สามารถจำแนกแยะแยะและรายงานความเจ็บปวดได้อย่างเป็นระบบและเป็นวิทยาศาสตร์ ความเจ็บปวด (pain) ถูกบันทึกและรายงานได้แค่เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ระยะหลังการแพทย์สมัยใหม่ให้ความสนใจกับความเจ็บปวดที่มีรายละเอียดมากขึ้น ในช่วงปี 1945 เป็นต้นมาจึงเริ่มมีการพัฒนามาตรวัดความเจ็บปวดด้วยวิธีการต่างๆ ที่ละเอียดและเป็นระบบระเบียบมากขึ้น

การศึกษาแยกแยะความเจ็บปวดเกิดขึ้นในหลายแขนง บางแขนงก็ลงไปแยกแยะสิ่งที่เกิดขึ้นทางกายภาพและความรู้สึกรับรู้ของเราที่เกิดจากสิ่งเร้านั้นๆ บางสาขาเห็นว่าความเจ็บปวดสัมพันธ์กับ ‘ภาษา’ และระดับตัวเลขเพื่อใช้ในการอธิบายแยกแยะรายละเอียดของความเจ็บปวด

ดัชนีความเจ็บปวดของแม็กกิล (McGill pain index) เป็นระบบวัดความเข้มข้นของความเจ็บปวดที่ให้ผู้ป่วยเลือก ‘ชุดคำ’ เพื่อประเมินว่าอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยมีความรุนแรงแค่ไหน ดัชนีความเจ็บปวดดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นที่ McGill University ในปี 1971 วิธีการคือให้คนไข้เลือกเลือกคำตามจำนวนที่ระบบจากกลุ่มคำเพื่ออธิบายว่าอาการเจ็บนั้น เจ็บแบบไหน มากน้อยหนักหนาแค่ไหน หลังจากนั้นจะแยกแยะและใช้คะแนนระบุว่า อาการเจ็บป่วยน่าจะเกิดจากความผิดปกติในส่วนไหนและอยู่ในระดับใด โดยหลังจากปี 1970 เป็นต้นมา ก็มีการพัฒนาระบบและมาตรวัดความเจ็บปวดขึ้นตามมาเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ เช่นบางทีที่เราเห็นในหนังว่า ให้ระบุว่าระดับ 1-10 เจ็บแค่ไหน ทนได้มั้ย ปวดตื้อๆ ยิบๆ เหมือนมีดบาด ก็ว่าไป

clinicalgate.com

สุดท้าย ได้ว่าหวังจะมีนักวิทยาศาสตร์ ที่มาแยกแยะและสร้างระบบมาตรวัดแผลใจของเรา เผื่อว่าสุดท้ายพอเราเข้าใจหัวใจที่เจ็บ จะสามารถรักษาได้ตรงจุดตรงใจมากขึ้นได้บ้าง

Illustration by  Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...