โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ทะลุแสนล้าน "แสนสิริ" ขายรายแรกปีนี้แก้ปมหนี้สูง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2563 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 23.30 น.
วันจักร์ บุรณศิริ

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยยอดคงค้าง “หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” ทะลุ 1 แสนล้านบาท “แสนสิริ” ประกาศแผนเสนอขาย “Perpetual Bond” 22-25 มิ.ย.นี้ 3 พันล้านฝ่าภาวะดอกเบี้ยต่ำ-ตลาดผันผวน ชี้บริษัทอสังหาฯส่วนใหญ่หนี้สินต่อทุนสูง ออกหุ้นกู้ทั่วไปลำบาก จึงต้องปลดล็อก เผยปีนี้ยังมี บจ.ขอออกแค่รายเดียว โบรกฯเตือนนักลงทุนระวังความเสี่ยง

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บมจ.แสนสิริ (SIRI) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (Perpetual Bond) แก่ผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.นี้ ขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกเท่ากับ 8.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ซึ่งทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทอยู่ที่ BBB+/negative และอันดับความเชื่อถือของหุ้นกู้อยู่ที่ BBB-

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มักจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) สูงกว่าบริษัทในกลุ่มอื่น ๆ เนื่องจากจำเป็นต้องกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ อย่างไรก็ดี วงเงินการออก Perpetual Bond ของกลุ่มอสังหาฯจะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ

ทั้งนี้ ในภาวะดอกเบี้ยขาลง รวมถึงในช่วงเดือน มี.ค. 2563 ที่ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกเผชิญความผันผวน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงส่งผลให้ผู้ออกหุ้นกู้แต่ละราย ต้องเสนอขายหุ้นกู้ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อสะท้อนความเสี่ยง โดยเฉพาะ Perpetual Bond ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ปกติ

นางสาวอริยากล่าวว่า หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ได้รับความนิยมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2562 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่จะสามารถนับการระดมทุนผ่าน Perpetual Bondเป็นทุนของบริษัทได้ ก่อนที่จะต้องปรับเงื่อนไขตามมาตรฐานบัญชีใหม่ มิเช่นนั้นจะถูกบันทึกเป็นหนี้สินของบริษัทในงบการเงิน ทั้งนี้ ปัจจุบันมียอดคงค้าง Perpetual Bond ในระบบรวมมูลค่าประมาณ1.01 แสนล้านบาท จาก 11 บริษัท

โดยมีข้อสังเกตว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่เสนอขาย Perpetual Bond จะเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ฯลฯ ซึ่งการระดมทุนส่วนใหญ่เพื่อนำไปลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้น หลังการเข้าซื้อกิจการ (takeover)

“Perpetual Bond เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ตรงที่สามารถนับเป็นทุนได้ บางบริษัทที่หนี้เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่ต้องการ หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงเกินกว่าเงื่อนไขที่บริษัทสัญญาไว้กับนักลงทุนหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ดังนั้น หากจะกู้เพิ่มผ่านหุ้นกู้ปกติก็จะลำบากแล้ว เพราะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะเพิ่มขึ้นไปใหญ่เลย” นางสาวอริยากล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูล ThaiBMA ในปีนี้ยังมีเพียง บมจ.แสนสิริ เป็นรายแรกและรายเดียวที่ขอออก Perpetual Bond

นอกจากนี้ มีรายงานว่า จากงบฯการเงินไตรมาส 1/2563 ที่ บมจ.แสนสิริแจ้งตลาดหลักทรัพย์ พบว่า บริษัทมีหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 2.6 เท่า

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า เนื่องจาก Perpetual Bond มีความเสี่ยงสูง ในแง่ที่ไม่สามารถไถ่ถอนได้ก่อนกำหนด อีกทั้งผู้ออกตราสารยังมีอำนาจขอไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด (call option) และสามารถขอเลื่อนชำระดอกเบี้ยออกไปได้ไม่จำกัดครั้งตามกฎหมาย ส่งผลให้การเสนอขายทำได้ยากกว่าหุ้นกู้ปกติ นอกเหนือจากบริษัทผู้ออกจะมีผู้รับซื้อเป็นกลุ่มเฉพาะ

“นักลงทุนควรศึกษาลักษณะตราสารหนี้ และทำความเข้าใจว่า Perpetual Bond มีลักษณะคล้ายกับหุ้นสามัญ หรือกึ่ง ๆ เป็นหุ้นบุริมสิทธิ เพราะไม่การันตีว่าผู้ลงทุนจะได้ดอกเบี้ยตลอดเวลา รวมถึงให้ผลตอบแทนสูงแค่ช่วงแรก ๆ และมีความเสี่ยงในแง่ที่จะถูกเรียกคืนในช่วงดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งนักลงทุนก็จะสูญเสียโอกาสลงทุนที่จะได้รับดอกเบี้ยดีเท่าเดิม ดังนั้น อย่ามองแค่ผลตอบแทนของตราสารอย่างเดียว ให้ดูองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย” นายณัฐพลกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...