โหนกระแสแฮชแท็ก #รัฐบาลฆาตกร: ศัพท์ว่าด้วยการฆ่าแบบต่างๆ
The Momentum
อัพเดต 21 ก.ค. 2564 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 04.20 น. • อธิพงษ์ อมรวงศ์ปีติในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ความอัดอั้นและความไม่พอใจของผู้คนต่อการบริหารวัคซีนของรัฐบาลปะทุรุนแรงมาก เพราะนอกจากจะมีข่าวผู้ติดเชื้อที่หาเตียงไม่ได้จนเสียชีวิตรายวัน ก็ยังมีเรื่องความสับสนเรื่องการฉีดวัคซีนไขว้เข็มและความคลุมเครือเกี่ยวกับวัคซีนmRNA จนทำให้แฮชแท็ก#รัฐบาลฆาตกร ทะยานขึ้นติดเทรนด์ในทวิตภพ
เรื่องราวของแฮชแท็กนี้ยังไม่จบแค่นั้น เพราะพรรคไทยสร้างชาติของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ผุดแคมเปญ#ฟ้องรัฐบาลฆาตกร จนทำให้ เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ‘แรมโบ้อีสาน’ เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ในความผิดมาตรา116 และ328 คือ ยุยงปลุกปั่น และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
หลังจากที่เคยได้พาไปสำรวจศัพท์ที่เกี่ยวกับการฆ่าสมาชิกในครอบครัวแล้ว สัปดาห์นี้Word Odyssey จะขอโหนกระแสแฮชแท็กร้อนนี้และพาไปดูศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้พูดถึงการฆ่าคนด้วยวิธีต่างๆ กัน
ฆ่าด้วยการทำให้ขาดอากาศหายใจตาย
ภาษาอังกฤษมีคำที่ใช้เรียกการฆ่าด้วยการทำให้ขาดอากาศหายใจอยู่เยอะมาก(จนชวนให้สงสัยว่าวิธีนี้เป็นวิธียอดฮิตหรือเปล่า) คำพื้นฐานที่สุดที่ใช้พูดถึงการทำให้ขาดอากาศหายใจตายแบบกว้างๆ ก็คือsuffocate (คำนี้เกี่ยวข้องกับกาแฟอย่างไร อ่านเพิ่มเติมได้ทาง https://themomentum.co/coffee-word-odyssey/)
ยกตัวอย่างเช่นThe victim was suffocatedwith a plastic bag over his head. (เหยื่อถูกสวมถุงพลาสติกครอบหัวจนขาดอากาศหายใจตาย) คำนี้ถ้าใช้ในเชิงเปรียบเปรยก็จะหมายถึง ทำให้อึดอัดเหมือนไม่มีอากาศหายใจ เช่นShe felt suffocatedby her girlfriend’s constant presence. (เธอรู้สึกอึดอัดเพราะแฟนเธออยู่ด้วยตลอดเวลา)
ส่วนถ้าจะให้ฟังดูเป็นทางการและมีความเป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นมาหน่อย ก็จะใช้คำว่าasphyxiate เช่นThe couple were asphyxiatedby carbon dioxide. ก็คือ ขาดอากาศหายใจเพราะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แต่หากเป็นกรณีที่เจาะจงขึ้นมาอีก คือทำให้ขาดอากาศหายใจด้วยการอุดจมูกอุดปาก แบบนี้เราก็อาจจะใช้คำว่าsmother เช่นThe murderer smotheredhim with a pillow. (ฆาตกรใช้หมอนกดทับหน้าเขาจนขาดอากาศหายใจตาย) ทั้งนี้ คำนี้จะใช้ในเชิงเปรียบเปรยก็ได้ ทั้งในความหมายที่แปลว่า ทำให้อึดอัด เช่นHe smotheredhis children with attention. (เขาให้ความสนใจลูกไปเสียทุกเรื่องจนลูกอึดอัด) หรือดับไฟด้วยการทำให้ไม่มีอากาศ เช่นShe tried to smotherthe flames with a blanket. (เธอพยายามดับไฟโดยเอาผ้าห่มคลุมทับ) หรือแม้แต่การราด โรย หรือชโลมจนชุ่มปกคลุมพื้นผิวทั้งหมด เช่น ถ้าร้านพิซซ่าโฆษณาว่าOur pizza is smotheredin cheese. ก็คือใส่ชีสแบบไม่ยั้งจนแทบจะไม่เหลือส่วนที่ไม่มีชีสปกคลุม
ส่วนการทำให้ขาดอากาศหายใจด้วยการรัดคอ เราจะใช้คำว่าstrangle ใช้ได้ทั้งในกรณีที่บีบคอด้วยมือ เช่นIn a fit of rage, he strangledhis boyfriend to death. (เขาบันดาลโทสะบีบคอแฟนจนตาย– ในกรณีนี้ ใช้คำว่า throttle แทนได้ด้วย) และกรณีที่ใช้อุปกรณ์อย่างอื่น เช่นShe was strangledwith a belt. (เธอถูกรัดคอด้วยเข็มขัด) แต่หากใช้เส้นลวดรัดคอแล้วดึง คำที่เฉพาะเจาะจงคือ garrote นอกจากนั้น คำนี้ยังใช้ในเชิงเปรียบเปรย หมายถึง ยับยั้งไม่ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งพัฒนาไปได้เท่าที่ควร เช่นThailand’s economy is being strangledby a series of ineffective pandemic control measures. (เศรษฐกิจไทยกำลังถูกบีบให้ชะงักโดยมาตรการควบคุมโรคระบาดที่ไม่ได้ผล)
ส่วนถ้าเป็นการฆ่าด้วยการจับแขวนคอ ซึ่งอาจจะตายเพราะขาดอากาศหายใจหรือคอหักก็ได้ แบบนี้จะใช้คำว่าhang และมักใช้รูปอดีตเป็นhanged มากกว่าhung ด้วย เช่นHe was hangedfor treason. (เขาถูกแขวนคอข้อหากบฏ) แต่หากเป็นการจับแขวนคอโดยฝูงชน ไม่ได้มีการตัดสินคดีใดๆ แบบนี้จะใช้คำว่าlynch เช่นHer great grandfather was a victim of mob lynching. (ปู่ทวดของเธอถูกจับแขวนคอโดยฝูงชน)
ฆ่าด้วยการทำให้จมน้ำตาย
แม้ว่าจริงๆ แล้ว การทำให้จมน้ำตายจะเรียกได้ว่าเป็นการทำให้ขาดอากาศหายใจชนิดหนึ่ง แต่ก็มีความจำเพาะมากจนทำให้น่าแยกออกมาต่างหากเป็นอีกหนึ่งหัวข้อ
เมื่อพูดถึงการฆ่าด้วยการจับกดน้ำหรือทำให้จมน้ำตาย คำที่พื้นฐานและครอบจักรวาลที่สุด ก็คือคำว่าdrown นั่นเอง เช่นThe woman was drownedby her husband in a toilet. (ผู้หญิงคนนั้นถูกสามีจับกดหัวลงในชักโครกจนตาย) หรือThe man was drownedby his wife in the lake. (ผู้ชายคนนั้นถูกภรรยาฆ่าด้วยการทำให้จมน้ำตายในทะเลสาบ)
แต่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำนี้ก็คือ มีความหมายถึงจมน้ำตายเองได้ด้วย เช่นThe girl fell into the pond and drowned. ก็คือ เด็กหญิงตกลงไปในบ่อน้ำและจมน้ำตาย นอกจากนั้น คำนี้ยังใช้ในเชิงเปรียบเปรยได้ด้วย เช่นHe drownedhis fries in ketchup. ก็จะเห็นภาพราดซอสมะเขือเทศลงบนเฟรนช์ฟรายจนท่วม หรือOur country is drowningin debt. ก็คือ ประเทศเราหนี้ท่วม
ศัพท์เก๋ๆ อีกคำที่เราอาจพบเห็น เมื่อพูดถึงเรื่องการฆ่าด้วยการทำให้จมน้ำตายได้ ก็คือnoyade ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกการประหารชีวิตด้วยการจับโยนลงน้ำ มีที่มาจากยุคสมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว(Reign of Terror) ในฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่18
ส่วนถ้าเป็นการจับคนปิดตา มัดมือ แล้วบังคับให้เดินไปบนไม้กระดานที่ยื่นออกจากเรือเพื่อให้ตกน้ำตายแบบที่เห็นในหนังโจรสลัด แบบนี้จะเรียกว่าwalk the plank ซึ่งในปัจจุบันนำมาใช้เป็นสำนวนหมายถึง ถูกบีบให้ออกจากงานหรือตำแหน่ง ได้ด้วย เช่นMaybe, the Minister of Public Health will finally be made to walk the plankfor all his blunders. ก็คือ รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข อาจจะโดนบีบให้ออกจากตำแหน่งเพื่อสังเวยข้อผิดพลาดต่างๆ ก็ได้ในท้ายที่สุด
ฆ่าด้วยการเผาทั้งเป็น
การฆ่าด้วยการเผาไฟ นอกจากจะพูดอย่างง่ายๆ ว่าburn someone alive แล้ว เช่นHe was burned alive. (เขาถูกเผาทั้งเป็น) ก็ยังมีคำที่เป็นทางการขึ้นมาอีกหน่อย คือimmolate คำนี้มาจากคำว่าimmolare ในภาษาละตินที่แปลว่า โปรยธัญพืชบดในการบวงสรวงบูชายัญ(เป็นญาติกับคำที่เกี่ยวกับการบดหลายคำ เช่นmolar ที่แปลว่า ฟันกรามmill ที่แปลว่า เครื่องสีหรือเครื่องบด และmeal ที่หมายถึง ธัญพืชบด) เนื่องจากการบูชายัญส่วนใหญ่มักทำโดยนำสัตว์หรือเครื่องบูชายัญมาเผาไฟ พอคำนี้เข้ามาในภาษาอังกฤษ ความหมายจึงพัฒนาเป็นเผาหรือทำลายด้วยไฟ ฆ่าด้วยไฟ ตัวอย่างเช่นThe innocent victim was immolatedby a group of terrorists. (เหยื่อผู้บริสุทธิ์ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายจับเผา) หรือหากเป็นการเผาตัวเองเช่นในพิธีสตี ซึ่งผู้หญิงที่เป็นหม้ายจะต้องเผาตนเองตายตามสามีไป เราก็จะเรียกว่าเป็นself-immolation
ทั้งนี้ การเผาทั้งเป็นยังมีศัพท์คำอื่นอีก ถ้าหากเผาทั้งเป็นโดยจับมัดเสาแบบสมัยล่าแม่มด ก็จะเรียกว่าburn at the stake แต่ถ้าเป็นการนำยางรถมาแขวนรอบคอแล้วเผาแบบในแอฟริกาใต้ คล้ายๆ กับเผานั่งยาง ก็จะเรียกว่าnecklacing ส่วนศัพท์หรูที่ใช้เรียกการเผาทั้งเป็นแบบรวมๆ ก็คือvivicremation มาจากvivus ในภาษาละตินที่แปลว่า มีชีวิต และกริยาcremare ในภาษาละตินที่แปลว่า เผา(แบบที่เจอในคำว่าcremation หรือฌาปนกิจ)
ฆ่าด้วยการฝังทั้งเป็น
การฝังคนทั้งเป็น พูดอย่างง่ายๆ ในภาษาอังกฤษว่าto bury someone alive เช่นThe dirt under his nails suggested that he was buried alive. (ดินตามซอกเล็บทำให้น่าเชื่อได้ว่าเขาถูกฝังทั้งเป็น) แต่หากอยากให้ศัพท์หรูหราหมาเห่า ก็สามารถใช้คำว่าvivisepulture มาจากvivus ในภาษาละตินที่แปลว่า มีชีวิต รวมกับsepulture ที่แปลว่า การฝัง หรือ โลงศพ
แต่หากการฝังนี้คือการฝังในกำแพง ก็จะเรียกว่าimmure มาจากส่วนเติมหน้าin- ที่แปลว่า ด้านใน และmurus ในภาษาละตินที่แปลว่า กำแพง(แบบที่เจอในคำว่าmural ที่แปลว่า จิตรกรรมฝาผนัง) เช่นThe priest was immuredalive in the mausoleum. (นักบวชถูกฝังในผนังสุสาน)
ทั้งนี้ เนื่องจากชาวตะวันทำพิธีศพด้วยการฝังเป็นหลัก จึงไม่แปลกเลยที่จะกลัวการถูกฝังทั้งเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดที่มีคำใช้เรียกอาการกลัวนี้ว่าtaphophobia มาจากtaphos ในภาษากรีกที่แปลว่า หลุมศพ(แบบที่พบในคำว่าepitaph ป้ายหลุมศพ) รวมกับphobia ที่ใช้เรียกอาการกลัวนั่นเอง
ฆ่าด้วยการปล่อยอดอาหารตาย
คำพื้นฐานที่สุดที่ใช้พูดถึงการทำให้คนตายจากการขาดอาหาร คือคำว่าstarve แรกเริ่มเดิมทีในยุคภาษาอังกฤษเก่า คำนี้แปลว่า ตาย เฉยๆ แต่ในเวลาต่อมา ความหมายก็เริ่มบีบแคบและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เช่น ตายจากความหนาวเย็น ตายจากความโศกเศร้า และตายจากความหิว จนในที่สุด คำว่าstarve เวลาที่ใช้พูดถึงความตาย ก็จะเหลือแค่ความหมายที่ว่า หิวตาย เช่นThe poor dog was left to starveto death. (เจ้าหมาน้อยที่น่าสงสารโดนทิ้งให้หิวตาย) หรือถูกฆ่าให้ตายโดยการให้อดอาหาร เช่นThe captives who did not cooperate were starvedto death. (เชลยที่ไม่ให้ความร่วมมือถูกปล่อยให้อดอาหารตาย)
ทั้งนี้ คำว่าstarve ยังมีความหมายเชิงเปรียบเปรยด้วย เช่น เวลาเราหิวมากๆ เราก็อาจจะพูดว่าI’m starving. เพื่อเล่นใหญ่ แม้ว่าเราไม่ได้กำลังจะหิวตายจริง(อ่านสำนวนอื่นๆ ที่ใช้พูดเกินจริงได้ทาง https://themomentum.co/word-odyssey-eat-a-horse/) หรือถ้ามีคนคนหนึ่งดูขาดความรัก โหยหาความรักมากๆ เราก็อาจพูดว่าThat person is starvedfor affection.
อีกคำที่ใช้พูดถึงการฆ่าด้วยการปล่อยให้อดอาหารตายได้ แต่อาจพบได้น้อยหน่อยก็คือfamish to death เช่นThe prince was famished to deathby rebels. (เจ้าชายถูกกลุ่มกบฏบังคับให้อดอาหารจนเสียชีวิต) คำนี้นอกจากจะเกี่ยวโยงกับคำว่าfamine ที่แปลว่า ทุพภิกขภัย แล้ว ยังเป็นญาติใกล้ชิดกับศัพท์ยากอีกคำที่ในอดีตใช้พูดถึงการอดอาหารตายด้วย นั่นก็คือenfamishment นั่นเอง
ฆ่าด้วยการตัดหัว
วิธีการหนึ่งที่รับประกันว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตายสนิทแน่นอน ก็คือการตัดหัว คำหลักๆ ในภาษาอังกฤษที่ใช้พูดถึงการตัดหัวก็คือdecapitate และbehead เช่นThe victim was brutally decapitated/beheaded. (เหยื่อถูกตัดหัวอย่างโหดเหี้ยมทารุณ) หรือถ้าพูดว่าพบa decapitatedbody ก็คือ พบ‘ศพไร้ศีรษะ’ นั่นเอง
แต่ถ้าเจาะจงว่าเป็นการตัดหัวด้วยกิโยติน ก็สามารถนำคำว่าguillotine มาใช้เป็นกริยาได้เลย เช่นMany people were guillotinedduring the French revolution. (ผู้คนจำนวนมากถูกตัดหัวด้วยเครื่องกิโยตินในการปฏิวัติฝรั่งเศส)
อันที่จริงแล้ว แนวคิดที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการตัดหัวเป็นวิธีปลิดชีพคนที่ชะงัดนักแลนี้ ยังสะท้อนอยู่ในคำว่าcapital punishment ที่แปลว่า‘โทษประหาร’ ด้วย เพราะcapital ในที่นี้หมายถึง‘ศีรษะ’ และการตัดหัวเป็นวิธีการประหารชีวิตที่เป็นที่นิยมแพร่หลายนั่นเอง ทั้งนี้ แม้ในปัจจุบันจะมีวิธีการประหารชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การช็อร์ตไฟฟ้าหรือฉีดยาพิษ แต่คำว่าcapital punishment ก็ยังคงใช้กันอยู่ หรือจะใช้คำว่าdeath sentence ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีสำนวนshorten by the head ด้วย ซึ่งหากแปลความหมายก็คือ ทำให้เตี้ยลงหนึ่งหัวด้วยการบั่นคอ นั่นเอง
ฆ่าด้วยการปาหิน
การปาหินเป็นวิธีฆ่าหรือประหารคนที่พบได้ในหลายวัฒนธรรมในอดีตและยังมีใช้อยู่ในบางประเทศในปัจจุบัน หากใช้เป็นคำนามก็เรียกอย่างง่ายๆ ได้ว่าstoning หรือหากจะเขียนเป็นกริยา ก็จะพูดว่าstone someone to death เช่นAdulterers were stoned to deathin certain cultures in the past. (ในบางวัฒนธรรมในอดีต คนที่คบชู้จะถูกประหารด้วยการปาหิน)
แต่ถ้าอยากได้คำที่หรูหน่อย ก็สามารถใช้คำว่าlapidation (n.) หรือlapidate (v.) ได้(เป็นญาติกับคำว่าdilapidated ที่แปลว่า ซอมซ่อ และlapis lazuli ที่เป็นหินอัญมณีชนิดหนึ่ง) เช่น Lapidationis a form of capital punishment still in use in several countries. (หลายประเทศยังใช้การปาหินเป็นวิธีการประหารชีวิต)
ฆ่าด้วยของมีคม
คำที่ใช้เรียกการฆ่าด้วยของมีคมมีอยู่หลายคำ จะเลือกใช้คำไหนก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการฆ่า ถ้าเป็นการแทงก็อาจจะใช้คำว่าstab to death เช่นA man was stabbed to deathin my neighborhood yesterday. (เมื่อวานมีผู้ชายแถวบ้านคนหนึ่งถูกแทงตาย) แต่หากฆ่าด้วยดาบแบบในสงครามสมัยก่อน ก็จะเรียกว่าput to the sword เช่นThe ruthless knight had no qualms about putting his enemies to the sword. (อัศวินจอมโหดไม่กระดากใจที่จะฆ่าศัตรู)
แต่ถ้าต้องการเจาะจงว่าใช้มีการคว้านไส้คว้านพุง ก็จะใช้คำว่าdisembowel (มาจากส่วนเติมหน้าdis- ที่แปลว่า นำออก รวมกับbowel ที่แปลว่า ลำไส้) หรือeviscerate (ประกอบจากส่วนเติมหน้าex- ที่แปลว่า ออก รวมกับviscera ที่แปลว่า ตับไตไส้พุง) เช่นThe serial murderer always disemboweledhis victims. (ฆาตกรต่อเนื่องรายนี้คว้านไส้เหยื่อทุกครั้ง) แต่ถ้าอยากพูดให้ดูนักเลง ก็อาจจะใช้คำว่าgut ซึ่งปกติใช้กับการคว้านไส้สัตว์ที่นำมาทำอาหารแทน เช่นI’ll gutyou like a fish. (เดี๋ยวคว้านไส้แม่งเลย)
ส่วนถ้าเป็นการฆ่าปาดคอ เราก็ใช้กริยาslit เช่นKnife-wielding attackers pinned down a police officer and slittedhis throat. ก็คือ กลุ่มคนถือมีดจับตำรวจกดลงบนพื้นแล้วฆ่าปาดคอ ทั้งนี้ การฆ่าปาดคอมีศัพท์หรูๆ ที่แทบจะไม่มีคนใช้จริงด้วย นั่นก็คือjugulate (เป็นญาติกับคำว่าjugular ที่หมายถึง เกี่ยวกับลำคอ แบบที่เจอในคำว่าjugular vein ที่หมายถึง เส้นเลือดที่คอ หรือในสำนวนgo for the jugular ที่หมายถึง เล่นงานที่จุดตาย)
ฆ่าด้วยการวางยา
อีกวิธีหนึ่งที่มนุษย์ใช้เข่นฆ่ากันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็คือการวางยา แบบนี้เราสามารถใช้คำง่ายๆ ว่าpoison ได้เลย เช่นThe pharmacist was accused of poisoninghis own kids. (เภสัชกรคนนี้ถูกกล่าวว่าวางยาฆ่าลูกตัวเอง) แต่ถ้าเกิดเป็นการประหารด้วยการฉีดยา จะเรียกว่าlethal injection เช่นThe bomber was sentenced to death by lethal injection. (มือระเบิดถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการฉีดยา)
ฆ่าด้วยการยิง
ถ้าพูดถึงการฆ่าด้วยอาวุธปืน ส่วนใหญ่ก็จะพูดง่ายๆ ว่าshoot someone dead เช่นThe drug smuggler was shot deadby police. (ผู้ลักลอบขนยาเสพติดถูกตำรวจยิงเสียชีวิต) หรืออาจจะเอาคำว่าfatally มาขยายก็ได้ เช่นHe was fatallyshot. แบบนี้ก็จะเห็นภาพแล้วว่าไม่ใช่แค่ถูกยิง แต่เสียชีวิตด้วย หรือไม่อย่างนั้น ก็อาจใช้สำนวนgun down แทน เช่นHe was gunned down. (ส่วนใหญ่ถ้าใช้สำนวนนี้หมายถึงว่าถูกยิงเสียชีวิต ถ้าไม่เสียชีวิตก็คือบาดเจ็บสาหัส) แต่ถ้าอยากใช้สแลง ก็อาจใช้คำว่าsmoke แทน เพราะเวลายิงปืน ก็จะเห็นควันลอยออกมาจากปลายกระบอกปืน หรือถ้าอยากให้ดูติดตลกนิดนึง ก็อาจจะใช้คำว่าventilate ซึ่งปกติแปลว่า ระบายลม ในที่นี้ก็จะเห็นภาพคนถูกลูกกระสุนยิงทะลุจนเป็นรูให้ลมผ่านได้
ฆ่าด้วยการบริหารวัคซีนผิดพลาด
ในภาษาอังกฤษยังไม่มีคำที่คิดขึ้นมาเพื่อใช้พูดถึงการทำให้ประชาชนเสียชีวิต จากการที่รัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งบริหารวัคซีนผิดพลาดแต่อย่างใด
บรรณานุกรม
http://oed.com/
https://www.merriam-webster.com/words-at-play/hung-or-hanged
Ammer, Christine. The American Heritage Dictionary of Idioms: American English Idiomatic Expressions & Phrases. 2nded. Houghton Mifflin Harcourt: Boston, 2013.
American Heritage Dictionary of the English Language
Ayers, Donald M. English Words from Latin and Greek Elements. 2nded. The University of Arizona Press: Tuscon, 1986.
Ayto, John. Oxford Dictionary of English Idioms. OUP: Oxford, 2009.
Barnhart, Robert K. The Barnhart Concise Dictionary of Etymology: The Origins of American English Words. H. W. Wilson: New York, 1995.
Bowler, Peter. The Superior Person’s Little Book of Words. Hawthorn Press: Perth, 1987.
Bowler, Peter. The Superior Person’s Second Book of Weird & Wondrous Words. David R. Godine Publisher: New Hampshire, 1992.
Cambridge Advanced Learners’ Dictionary
Cresswell, Julia. Oxford Dictionary of Word Origins. OUP: New York, 2009.
Elster, Charles Harrington. There’s a Word for it: A Grandiloquent Guide to Life. Pocket Books: New York, 2005.
Funk, Wilfred. Word Origins: A Classical Exploration of Words and Language. Gramercy Books: New York, 2008.
Gates, Michael. The Word I’m Thinking of: A Devilish Dictionary of Difficult Words. Zabriskie Street Press, 2013.
Glazier, Stephen. Random House Word Menu. Random House: New York, 1992.
Gulland, Daphne M., and Hinds-Howell, David. The Penguin Dictionary of English Idiom. Penguin Books: London, 2002.
Hoad. T. F. (Ed.). Oxford Concise Dictionary of English Etymology. OUP: Oxford, 2003.
Longman Dictionary of Contemporary English
Longman Idioms Dictionary. Pearson: Essex, 2010.
Merriam-Webster Dictionary
Oxford Advanced Learners’ Dictionary
Oxford Idioms Dictionary for Learners of English. OUP: New York, 2006.
Shipley, Joseph T. The Origins of English Words: A Discursive Dictionary of Indo-European Roots. John Hopkins University Press: Maryland, 1984.The Merriam-Webster New Book of Word Histories. Merriam-Webster, 1991.