โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตาตาย-ยายติดคุก! แรงหึงคว้ามีดพร้าถีบคว่ำ ยายนั่งหั่นหมูสวนไม่ยั้งคาครัว

Khaosod

อัพเดต 01 ก.ย 2564 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2564 เวลา 09.37 น.

ระแวงเมียมีชายอื่น ตาคว้ามีดพร้าเดินเข้าหาคู่ถีบคว่ำ ทำท่าจะฟันซ้ำ ยายนั่งหั่นหมูเตรียมทำกับข้าวโมโหคว้ามีดแทงไม่ยั้งดับคาครัว

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 ก.ย. 2564 พ.ต.ท.หญิงวีระญา คชบริรักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุชายถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านพัก ต.สี่ขีด อ.สิชล จึงประสานแพทย์ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ รามสวัสดิ์ ผกก.สภ.สิชล ตำรวจฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ้งสิชล

ที่เกิดเหตุบริเวณห้องครัวหลังบ้านพบศพ ชาย อายุ 63 ปี สภาพนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว มีบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมแทงเข้าตามร่างกาย กว่า 30 แผล ใกล้กันมีมีดพร้า 1 เล่มตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนมือมีดไม่ใช่ใครที่ไหน คือ ภรรยา อายุ 63 ปี ยืนรอมอบตัวอยู่หน้าบ้านด้วยอาการตกใจ พร้อมของกลาง มีดทำครัว 1 เล่ม

ตาหึง

สอบสวนภรรยา ให้การว่า อยู่กินกับสามีมาหลายสิบปี จนลูกๆโตไปทำงานต่างจังหวัดกันหมด อาศัยอยู่บ้านหลังนี้กันเพียง 2 คน ก่อนเกิดเหตุขณะนั่งหั่นหมูทำกับข้าวอยู่ในครัว ปรากฏว่าสามีถือมีดพร้าเดินเข้ามาหาแล้วถีบตน 1 ที แล้วทำท่าจะใช้มีดพร้าฟัน ด้วยความโกรธที่โดนถีบเลยคว้ามีดทำครัวแทงสวนอย่างไม่ยั้งจนนับไม่ถูกว่าแทงกี่ครั้ง แล้วสามีก็ล้มฟุบนอนแน่นิ่งไป จากนั้นร้องตะโกนเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย แต่สามีเสียชีวิตไปแล้ว

ขณะที่ตำรวจ ระบุ จากการสอบสวนแล้วทราบว่า ผู้ตายเป็นคนขี้หึง มักจะระแวงอยู่ตลอดว่ามีชายอื่นมาติดพันภรรยาทั้งๆที่อายุมากแล้ว ก่อนเกิดเหตุเกิดอาการหึงหวงภรรยาขึ้นมาแล้วได้ถือมีดพร้าจะเข้าไปฟันแต่โดนภรรยาแทงสวนเสียชีวิต ซึ่งจะได้สอบสวนเพิ่มเติมและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาภรรยาเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...