โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นักเรียนเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ (ตอนที่ 13) มายอน (Mayon) ภูเขาไฟที่สวยที่สุด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 31 ก.ค. 2563 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 08.32 น.

ประเทศฟิลิปปินส์ (สาธารณรัฐฟิลิปปินส์) เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ช่วงรอยต่อการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและเป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่ในแนว “วงแหวนแห่งไฟ” (Pacific Ring of Fire) อันเป็นบริเวณที่มักเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดอยู่เป็นประจำ ดังนั้น จึงเกิดภัยพิบัติจากการระเบิดของภูเขาไฟและแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับประเทศอินโดนีเซียและประเทศญี่ปุ่น ประเทศฟิลิปปินส์มีภูเขาไฟหลายลูก ทั้งลูกที่ดับสนิทไปแล้วและลูกที่ยังมีพลังคุกรุ่นรอการระเบิดอยู่อีกหลายลูก มีภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุขึ้นมา 22 ลูก

มีภูเขาไฟบางลูกน่าสนใจและคนอยากไปชมกัน เช่น ภูเขามายอน (Mayon) ภูเขาปินาตูโบ (Pinatubo) ภูเขาไฟตาอัล (Taal) เป็นต้น เราเรียนอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากภูเขาไฟมาก จึงไม่กังวลในเรื่องการระเบิดของภูเขาไฟที่จะส่งผลมาถึงเรา

ส่วนแผ่นดินไหวนั้นเท่าที่เคยประสบมีเพียงครั้งเดียวตลอด 2 ปีกว่าเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2530 เวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ขณะอยู่ที่หอพักแค่สั่นไหวนิดเดียว เจอแต่พายุฝนช่วงมรสุมเข้าบ่อยทุกปีเพราะอยู่ในมรสุมเขตร้อน ได้มาเรียนอยู่ในประเทศที่มีภูเขาไฟเลื่องชื่อและสวยงามมากจึงอยากหาโอกาสไปดูภูเขาไฟมายอน (Mayon) ที่เล่าลือกันว่าสวยงามที่สุด ทำให้อยากจะไปเห็นภูเขาไฟสวยงามที่ยังคุกรุ่นอยู่สักครั้งหนึ่งในชีวิต ได้วาดฝันตั้งความหวังไว้ว่า เมื่อมาเรียนในดินแดนแห่งภูเขาไฟก็ไม่ควรพลาดไปเหยียบตีนภูเขาไฟมายอนสักครั้ง

ต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2529 จึงได้ไปเห็นภูเขาไฟครั้งแรก เป็นภูเขาไฟที่ไม่ได้คาดหวังไว้ แต่ก็เป็นภูเขาไฟลูกหนึ่งที่อยู่ในรายการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ นั่นก็คือภูเขาไฟตาอัล (Taal) เป็นภูเขาไฟที่อยู่ใกล้

…ห่างจากกรุงมะนิลาประมาณ 60 กว่ากิโลเมตร ลงทางใต้ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษที่เมืองตากาไต (Tagatay) ในจังหวัดบาตันกัส (Batangas) ภูเขาไฟตาอัลเป็นภูเขาไฟขนาดเล็ก สูงเพียง 331 เมตร จนได้ชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่เล็กที่สุดในโลกจึงกลายเป็นจุดสนใจ ระเบิดมาแล้ว 33 ครั้ง ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2522 ห้อมล้อมด้วยทะเลสาบตาอัล เราเดินทางไปถึงจุดใกล้ที่สุดริมฝั่งทะเลสาบ มองเห็นภูเขาไฟลูกเตี้ยๆ ส่วนยอดยุบลงจากการระเบิด…อยู่ข้างหน้าไม่สวย

ถ้าจะเข้าไปดูใกล้กว่านี้ต้องลงเรือข้ามเข้าไปดู เราไม่ได้ลงเรือเข้าไปดู ได้แต่ยืนดูในระยะไกลเพียงแค่นั้น ภูเขาไฟตาอัล (Taal) นับเป็นภูเขาไฟลูกแรกที่ได้เห็นในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อจากนั้นจึงเดินทางไปหานักเรียนไทยที่เรียนอยู่ที่คาวิเต้ (Cavite) ย้อนขึ้นมาอีกประมาณ 20 กิโลเมตร

จนกระทั่งต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2529 ได้ทราบข่าวว่า เพื่อนนักเรียนไทยที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ ลอสบานโยส 4 คนอยากไปเที่ยวภูเขาไฟมายอน (Mayon) แต่เป็นผู้หญิงทั้งหมด การไปเที่ยวยังสถานที่ห่างไกลและไม่เคยไปมาก่อน อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับพวกหล่อน ต้องหาผู้ชายไปด้วยเพื่อเป็นเพื่อนคุ้มกัน

เพื่อนรุ่นพี่ของเรามีแฟนเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ ลอสบานโยส แฟนจึงชวนให้รุ่นพี่ไปเที่ยวด้วยและให้ชวนผู้ชายไปอีก 2-3 คน เพื่อนรุ่นพี่เลยมาชวนเราสองคนอีกต่อ เป็นจังหวะเหมาะพอดีที่วาดฝันไว้จะได้เป็นจริงเสียที เมื่อกำหนดวันไปได้แน่นอนแล้วจึงนัดพบกันที่กรุงมะนิลา ได้ตกลงกันว่าตอนขาไปจะขึ้นเครื่องบินเพื่อประหยัดเวลา

ภูเขาไฟมายอน (Mayon) อยู่ที่เมืองเลกัสปี้ (Legazpi) จังหวัดอัลบาย (Albay) เขตบิคอล (Bicol region) ประเทศฟิลิปปินส์แบ่งการปกครองออกเป็น 17 เขต 79 จังหวัด กับอีก 117 เมือง หมู่เกาะลูซอนมีอยู่ 8 เขต หมู่เกาะวิสาย่าส์มี 3 เขต และหมู่เกาะมินดาเนามีมี 6 เขต ในเขตบิคอล (Bicol region) อยู่ทางใต้ของเกาะลูซอน ประกอบด้วยจังหวัดอัลบาย (Albay), คามาริเนส นอร์เต้ (Camarines Norte), คามาริเนส ซัวร์ (Camarines Sur), คาตันดูเนส (Catanduanes), มัสบาเต้ (Masbate) และ ซอร์โซกอน (Sorsogon)

เขตบิคอลนอกจากเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวและอะบาก้าแล้วยังเป็นดินแดนแห่งภูเขาไฟ มีภูเขาไฟอยู่หลายลูก มีทั้งที่ดับไปแล้วและที่ยังคุกรุ่นอยู่ ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับมีอยู่ 2 ลูก คือภูเขาไฟมายอน (Mayon) กับภูเขาไฟบูลูซา (Bulusan) และภูเขาไฟที่ดับไปแล้วอีก 5 ลูก

ภูเขาไฟมายอน (Mayon) เป็นภูเขาที่สวยงาม มีรูปทรงได้สัดส่วนสมมาตร ไม่ว่าจะมองที่ด้านไหนก็เห็นเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งภูเขาส่วนใหญ่มองด้านหนึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม แต่พอไปมองอีกด้านไม่ได้เป็นรูปสามเหลี่ยม เห็นเป็นรูปบูดเบี้ยว นอกจากมีภูเขาไฟแล้วที่นี่ยังมีน้ำตกที่สวยงาม ถ้ำดึกดำบรรพ์ชื่อ ถ้ำโฮยอป-โฮปัน (Hoyop-Hopan) ถ้ำที่เคยมีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่ก่อนไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี

การจะไปดูภูเขาไฟมายอน (Mayon) เริ่มจุดแรกไปที่เมืองเลกัสปี้ (Legazpi) เมืองเลกัสปี้ห่างจากกรุงมะนิลาประมาณ 600 กิโลเมตร การเดินทางไปยังเมืองเลกัสปี้มี 3 เส้นทาง ทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางใช้เวลาเดินทางเกือบทั้งวัน พอๆ กับการเดินทางด้วยรถไฟ

ดังนั้น การเดินทางด้วยเครื่องบินจะสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาในการเดินทางน้อยกว่า ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินมาเมืองเลกัสปี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะมาชมภูเขาไฟมายอน ดังนั้น เมื่อเครื่องบินบินถึงภูเขาไฟมายอน กัปตันจะโฉบไปใกล้ปล่องภูเขาไฟ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดูใกล้ๆ วันใดถ้าท้องฟ้าปลอดโปร่งกัปตันอาจจะบินวนไปให้ดูอีกรอบ

ลงจากเครื่องบินประมาณ 3 โมงเช้าต่อรถจี๊ปนี้ย์จากสนามบินเข้าที่พักเอากระเป๋าไว้ ไม่ต้องล้างหน้าอาบน้ำ ออกจากที่พักได้จ้างเหมารถจี๊ปนี่ย์ไปยังถ้ำโฮยอป-โฮปัน (Hoyop-Hopan) ก่อน เพราะอยู่ไม่ไกลอยู่ห่างจากเมืองเลกัสปี้ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร

เมื่อไปถึงมัคคุเทศก์ท้องถิ่นรอให้การต้อนรับอยู่แล้ว ถ้ำนี้ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2515 มัคคุเทศก์จุดตะเกียงเจ้าพายุหิ้วเดินนำหน้าเข้าไปในถ้ำ อธิบายเหลือบถ้ำแต่ละจุด จนมาถึงห้องโถงใหญ่เพดานถ้ำสูงและกว้างมาก ภายในถ้ำเย็นสบาย มัคคุเทศก์บอกว่า ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวบ้านกว่าร้อยคนได้เข้ามาหลบภัยอยู่ในห้องโถงนี้

อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส เคยมาเที่ยวชมที่ถ้ำแห่งนี้ ชมถ้ำอยู่พักใหญ่จึงออกจากถ้ำ เดินต่อไปยังภูเขาไฟมายอน รถจี๊ปนี่ย์บางคันไม่อยากไปเพราะมันต้องไต่ขึ้นไปบนเขา สภาพถนนไม่ดีและระยะทางยังไกลจากเมืองไปยังตีนเขาประมาณ 48 กิโลเมตร แต่เจ้าของรถจี๊ปนี้ย์คันนี้ใจถึงพร้อมที่จะพาพวกเราไป นั่งรถกระเด็นกระดอนจนมาถึงตีนเขา

รถค่อยๆ คืบคลานขึ้นมายังจุดชมวิว แวะพักชมวิวสักพักอากาศเย็นสบายดี รถไต่ขึ้นไปอีกจนถึงสถานีศึกษาภูเขาไฟ เข้าไปดูเป็นภาพโปสเตอร์ ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ รถจึงไต่ขึ้นไปอีกที่ระดับความสูง 762 เมตร มีจุดชมวิวอีก เป็นจุดที่สามารถมองเห็นปากปล่องภูเขาไฟมายอนกำลังปล่อยกลุ่มควันลอยขึ้นอย่างช้าๆ จากนี้ไปไม่สามารถเดินต่อขึ้นไปอีกได้

เนื่องจากเส้นทางแคบ นอกจากจะเดินด้วยเท้าขึ้นไปเท่านั้น บนนี้อากาศเย็นฉ่ำ หมอกละอองน้ำลอยอยู่ใกล้ๆ มีตะไคร่น้ำ มอสส์ เฟิร์น ขึ้นตามก้อนหินต้นไม้เต็มไปหมด เราอยู่ในที่มองเห็นยอดภูเขาไฟมามายอนใกล้กว่าตอนอยู่ข้างล่างหน่อย เมื่อเดินทางต่อไปอีกไม่ได้จึงเดินทางกลับลงมาเข้าในเมือง

ภูเขาไฟมายอน (Mayon) มีพื้นที่รอบตีนเขาเป็นวงประมาณ 130 กิโลเมตร ความสูง 2,462 เมตร ระเบิดมาแล้วไม่น้อยกว่า 47 ครั้ง เกิดการระเบิดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2159 แต่การระเบิดที่สร้างความหายนะให้มากที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2357 ชาวเมืองดาราก้าอยู่ห่างจากเมืองเลกัสปี้ไปทางตะวันตกประมาณ 6 กิโลเมตร ได้มีชาวเมืองส่วนหนึ่งพากันอพยพเข้าไปหลบภัยในโบสถ์กักซาว่า (Cagsawa) เพื่อสวดอ้อนวอนพระเจ้าให้ช่วยปกปักคุ้มครองอยู่รอดปลอดภัย

แต่ในคืนนั้นภูเขาไฟมายอนได้ระเบิดพ่นลาวาไหลลงมาครอกชาวเมืองในโบสถ์เสียชีวิตทั้งหมด 1,200 คน และเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 พายุไต้ฝุ่นทุเรียนมีส่วนร่วมกับภูเขาไฟมายอนด้วย เพราะได้เกิดน้ำท่วมพื้นที่รอบตีนภูเขาไฟคร่าชีวิตชาวบ้านไปอีกหลายร้อยคน

การปะทุของภูเขาไฟมายอนเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเป็นการปะทุที่รุนแรงในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561 ได้พ่นลาวาขึ้นไปบนอากาศสูงถึง 600 เมตร ก่อนจะไหลลงจากปากปล่องเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน ก็พ่นเถ้าถ่านขึ้นไปบนอากาศสูงถึง 5 กิโลเมตร ปกคลุมท้องฟ้าในจังหวัดอัลบายจนมืดครึ้ม ซึ่งทางการฟิลิปปินส์ก็ต้องเฝ้าจับตาอยู่ตลอด ทางการได้สั่งอพยพประชาชนในบริเวณใกล้เคียงเกือบ 60,000 คนออกจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561

มายอน (Mayon) มาจากคำว่า มากายอน (Magayon) มีความหมายในภาษาท้องถิ่นบิคอลว่า สวยงาม มีเรื่องเล่าของภูเขาไฟมายอนที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ในครั้งกระโน้นนานมาแล้วพื้นที่แห่งนี้ยังไม่มีภูเขาไฟ พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณต่างๆ ขึ้นงอกงาม มีตาเฒ่าคนหนึ่งชื่อ เฒ่ามากายอน ปลูกกระท่อมอาศัยอยู่กับหลานสาวคนสวย เฒ่ามากายอนหวงหลานสาวคนนี้มาก ความสวยของหลานสาวเป็นที่เลืองลือไปไกล แต่ไม่มีหนุ่มใดกล้าไปจีบ เพราะเฒ่ามากายอนนอกจากหวงหลานสาวแล้วยังดุมากอีกด้วย

แต่แล้ววันหนึ่งก็มีไอ้หนุ่มใจถึงมาฉุดเอาหลานสาวแกไป ทำเอาเฒ่ามากายอนโกรธจัดที่มีคนมาลองของ กล้าล้วงคองูเห่าแก่ๆ เฒ่ามากายอนจึงออกติดตามไปอย่างไม่คิดชีวิต แต่คล้ายสวรรค์จะรู้เห็นเป็นใจกับไอ้หนุ่ม อยากให้ไอ้หนุ่มฉุดหลานสาวแกไปเป็นเมียได้สำเร็จ จึงบันดาลให้ภูเขาถล่มมาทับร่างเฒ่ามากายอนจมตายอยู่ที่นั่น เวลาใดก็ตามที่เฒ่ามากายอนคิดถึงหลานสาว แกจะพ่นลาวาออกมา ไหลลงมาเผาผลาญบ้านชาวบ้านไหม้หมด การที่ภูเขาไฟมายอนระเบิดแต่ละครั้งก็เท่ากับว่าเฒ่ามากายอนแกคิดถึงหลานสาวแก ไม่ทราบเหมือนกันว่าเมื่อไรเฒ่ามากายอนจะหยุดคิดถึงหลานสาวแกสักที

นิทานพื้นเมืองบางตำนานเล่าว่า คำว่า Mayon มาจากชื่อเจ้าหญิงดารากัง มากายอน (Daragang Magayo) ชื่อของเจ้าหญิงมีความหมายว่า หญิงผู้เลอโฉม เป็นหญิงที่สวยงามที่สุดแห่งเมืองบิโกลาโน (Bikolano) ความงามของเจ้าหญิงทำให้เกิดสงครามแย่งชิงตัวเจ้าหญิง

เจ้าหญิงได้หนีไปกับชายคนรัก แต่พวกที่อยากได้ตัวเจ้าหญิงก็ไล่ตามและล้อมคนทั้งสองไว้ เจ้าหญิงจึงแทงตัวตาย ชายคนรักก็แทงตัวตายตามในอ้อมกอดของเจ้าหญิง ร่างทั้งสองจึงถูกฝังไว้ที่เดียวกัน ไม่นานแผ่นดินตรงนั้นก็สูงขึ้นเป็นภูเขาไฟมายอน

เราได้ลาจากเจ้าหญิงดารากัง มากายอนไปเที่ยวที่อื่นต่อ ตอนเดินทางกลับเข้ากรุงมะนิลาเราเลือกใช้บริการรถไฟเป็นตู้ปรับอากาศที่สถานีรถไฟเมืองนาก้า (Naga) รถออกประมาณ 1 ทุ่มกว่า สองข้างทางมืดมิดมองไม่เห็นทิวทัศน์อะไร รถไฟจอดที่สถานีไหนบ้างก็ไม่รู้ หน้าต่างกระจกถูกปิดและกั้นด้วยตะแกรงเหล็กตาเล็กๆ เขาบอกว่าที่ต้องมีตะแกรงเหล็กก็เพื่อป้องกันก้อนหิน ตอนกลางคืนมักมีพวกปาหินใส่หน้าต่างรถไฟกระจกแตกอยู่บ่อยๆ จึงต้องป้องกันด้วยวิธีนี้ ด้วยระยะทางประมาณ 377 กิโลเมตร ถึงกรุงมะนิลาตอนตี 4 ของวันใหม่พร้อมกับความอิ่มเอมใจที่ได้ไปเห็นภูเขาไฟที่สวยที่สุดสมดังความตั้งใจมาแล้ว…

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการอ้างอิง
https://www.britannica.com/place/Mayon-Volcano
https://www.en.wikipedia.org/wiki/Mayon
https://www.volcanodiscovery.com/mayon.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...