โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระดูกสันหลังคด เพราะสะพายกระเป๋านักเรียนหนัก

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2562 เวลา 05.20 น. • Motherhood.co.th Blog

กระดูกสันหลังคด เพราะสะพายกระเป๋านักเรียนหนัก

ในช่วงไม่กี่วันมานี้ มีข่าวหนึ่งที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในบ้านเราคือ เด็กอายุ 14 มีอาการ "กระดูกสันหลังคด" โดยแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นเพราะสะพายกระเป๋านักเรียนที่หนักเกินไปมานาน ข่าวนี้สร้างความกังวลและความตกใจแก่ผู้ปกครองได้มากพอสมควร รวมทั้งเกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ว่าเด็กนักเรียนไทยสะพายกระเป๋านักเรียนที่หนักเกินพอดีมาเป็นเวลานานแล้วหรือไม่ การสะพายกระเป๋าหนักเกินพอดีจะส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังได้มากแค่ไหน หากลูกเริ่มมีอาการปวดหลังให้เห็นบ้างแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีป้องกันไม่ให้อาการทรุดลงกว่าเดิมได้อย่างไร ต้องติดตามกันในบทความตอนนี้ค่ะ

เด็กนักเรียนแบกกระเป๋าหนักจนส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลัง

กระเป๋านักเรียนใบโต อันตรายต่อลูกที่พ่อแม่คาดไม่ถึง

ภาพของเด็กนักเรียนตัวเล็กๆที่สะพายกระเป๋านักเรียนใบโตจนหลังโก่ง เป็นภาพที่ผู้ใหญ่แบบเราๆต่างก็เห็นกันจนชินตา แต่กลับไม่มีใครผลักดันให้มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังเสียที ในวันหนึ่งเด็กจะต้องเรียนประมาณ 7-8 วิชา เท่ากับว่าพวกเขาจะต้องแบกหนังสือไปอย่างน้อย 7 เล่ม ยังไม่รวมสมุดจด ชีท และอย่างอื่นๆอีกมากมาย ผลกระทบจากการที่เด็กต้องสะพายกระเป๋านักเรียนหนักเกินเหตุมักทำให้เด็กๆเกิดอากการปวดเมื่อยที่หลัง โดยเด็กผู้หญิงอาจจะมีอาการปวดได้มากกว่าเด็กผู้ชาย

ถึงแม้ว่าจะมีข้อมูลจากมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าในเด็กนักเรียนระดับชั้น ป.1 ป.2 และ ป.3 ไม่ควรจะต้องแบกกระเป๋านักเรียนที่หนักเกินร้อยละสิบของน้ำหนักตัวเด็กเอง แต่ประมาณ 80% ของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษายังคงใช้กระเป๋านักเรียนที่มีน้ำหนักเกินร้อยละยี่สิบของน้ำหนักตัว ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่วิกฤตมาก

นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะใช้กระเป๋าประเภทสะพายหลัง ทำให้น้ำหนักของกระเป๋ากดทับโดยตรงบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอ ไหล่ หลัง และกระดูกสันหลัง ทำให้เด็กประมาณ 29% มีอาการปวดคอ ไหล่ หลัง หรือแม้กระทั่งอาการปวดศีรษะ หากไม่ได้รับการดูแล การกดทับของน้ำหนักกระเป๋าจะลงไปสู่กระดูกสันหลังของเด็กและหมอนรองกระดูก ทำให้กระดูกสันหลังคดงอ และอาจจะเกิดปัญหาเพิ่มได้หากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ส่งเกิดผลเสียต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและสุขภาพของนักเรียนต่อไปในอนาคต

เด็กที่แบกกระเป๋าหนักเกินไปอาจส่งผลให้กระดูกสันหลังมีปัญหาได้

ปัญหานี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่จะนิ่งนอนใจไม่ได้เลย ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อหลายต่อหลายคนได้ลงความเห็นตรงกันว่าการสะพายกระเป๋านักเรียนหนักๆสามารถส่งผลกระทบต่อหมอนรองกระดูกสันหลังของเด็กได้จริง หากต้องสะพายกระเป๋าหนักๆไปโรงเรียนทุกวัน อาจทำให้เด็กมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามมาได้ นอกจากนั้นแล้วยังมีความเสี่ยงต่ออาการปวดหลังเรื้อรัง และส่งผลต่อรูปร่างของกระดูกสันหลังในอนาคติได้อีกด้วย

โดยมีการศึกษาชัดเจนพบว่า หากมีอาการปวดหลังตั้งแต่ตอนอายุยังน้อย เมื่อโตขึ้นไปอาการปวดหลังจะเกิดแบบเรื้อรังได้ โดยในต่างประเทศนั้น ผู้ที่ปวดหลังแบบเรื้อรัง เช่น ผู้ใหญ่ในวัยแรงงานก็มีปัญหาเดียวกันนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหรือเมื่อเป็นวัยรุ่น ยิ่งถ้าแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากเกินกว่า 20% ของน้ำหนักตัวแล้วละก็ จะเห็นได้เลยว่ากระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกจะเกิดความคดงอที่ผิดปกติออกไป

การที่เด็กๆต้องแบกกระเป๋านักเรียนหนักเกินจำเป็นนั้นไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูกสันหลังของพวกเขาเองโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กด้วย ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่การที่เด็กสะพายกระเป๋าหนักๆเป็นประจำ กล้ามเนื้อทั้งที่ไหล่และบริเวณเอวจะเมื่อยล้า เป็นไปได้ที่สมาธิในการเรียนรู้ของเด็กจะลดลง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยังแสดงความเป็นห่วงถึงปัญหานี้ และเรียกร้องว่าควรมีหน่วยงานมาดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะทางโรงเรียนเองที่ควรเข้ามามีส่วนช่วยเหลือ โดยหาตู้หรือโต๊ะไว้เพื่อให้เด็กเก็บสัมภาระและหนังสือ รวมถึงควรสอนให้เด็กจัดตารางสอนให้พอดี และนำแต่ของที่จำเป็นใส่กระเป๋าไปโรงเรียนเท่านั้น

ก้นกระเป๋าสะพายไม่ควรอยู่ต่ำกว่าเอว

แนวทางแก้ไขปัญหากระเป๋านักเรียนหนัก

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหานี้ ทางศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้เป็นทางเลือกเพื่อแก้ปัญหา ดังนี้

  • เลือกใช้กระเป๋ามีล้อลากหรือเข็น กระเป๋าในลักษณะนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนักที่จะกดทับลงกระดูกสันหลัง อย่างไรก็ตามเด็กนักเรียนก็ยังคงต้องแบกกระเป๋าล้อลากขึ้นลงบันไดตึกเรียนหรือรถโดยสารอยู่ดี ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกได้ง่าย ดังนั้นพ่อแม่จึงควรพิจารณาน้ำหนักโดยรวมทั้งหมดของกระเป๋า ต้องไม่ควรเกิน 20% ของน้ำหนักตัวเด็ก เช่น เด็กที่หนักประมาณ 20 กิโลกรัม น้ำหนักกระเป๋ารวมสิ่งของภายในที่เขาควรแบกคือไม่เกิน 4 กิโลกรัม
  • การใช้กระเป๋าเป้ต้องเลือกขนาดให้เหมาะสม หากใช้กระเป๋าสะพายหลัง พ่อแม่ต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับลูก ต้องมีช่องว่างใส่ของอย่างเพียงพอ และจัดวางของลงไปอย่างเหมาะสม โดยให้น้ำหนักกระจายไปทั่วกระเป๋า สายสะพายไหล่ควรมีความกว้างมากกว่า 6 เซนติเมตร สายสะพายไหล่ที่เล็กเกินไปจะทำให้เกิดการกทับที่บริเวณไหล่ ซึ่งอาจจะกดลงไปลึกจนมีผลต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้
  • จัดของลงกกระเป๋าตามวิธี ควรจัดสิ่งของที่มีน้ำหนักมากที่สุดให้อยู่ชิดบริเวณกลางหลังมากที่สุด และจัดวางให้น้ำหนักกกระจายทั่วกระเป๋า ไม่ให้น้ำหนักเทไปที่ซีกใดซีกหนึ่งของกระเป๋ามากเกินไป
  • การใช้กระเป๋าสะพายหลังต้องปรับสายให้ดี ควรปรับสายเพื่อให้กระเป๋าแนบไปกับหลัง ไม่ห้อยต่ำ ก้นกระเป๋าจะต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าบั้นเอว และเด็กต้องเดินตัวตรงในขณะสะพายกระเป๋า ไม่ใช่โน้มตัวหรือศีรษะไปข้างหน้า ถ้าเด็กสะพายกระเป๋าแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า แสดงว่าน้ำหนักกระเป๋ามากเกินไป
  • ห้ามสะพายไหล่ด้วยสายสะพายเพียงข้างเดียว การแบกกระเป๋าสะพายหลังนั้นจะต้องใช้งานสายสะพายไหล่ทั้งสองข้างเพื่อให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล การสะพายด้วยไหล่ข้างเดียวจะทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการปวดต้นคอ ไหล่ และหลังได้ เพราะน้ำหนักถ่วงไม่สมดุลนั่นเอง และยังส่งผลทำให้ไหล่ไม่เสมอกันด้วย

หากผู้ใหญ่ยังไม่รีบหาทางแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม เด็กๆของเราอาจจะมีปัญหาความเสี่ยงด้านสุขภาพตามมาในอนาคต และนั่นหมายถึงว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขาก็จะด้อยตามไปด้วย

หากลูกมีอาการปวดหลังหรือสังเกตอาการผิดปกติให้รีีบพบแพทย์

น้ำหนักของกระเป๋านักเรียนควรอยู่ที่เท่าไหร่แน่

ในต่างประเทศ มีการกำหนดน้ำหนักของกระเป๋านักเรียนที่เหมาะสม คือที่ร้อยละ 10-20 ของน้ำหนักตัวเด็ก แต่เด็กไทยเราตัวเล็กกว่า จึงควรลดลงมาอยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 15 ของน้ำหนักตัวเด็ก ตัวอย่างเช่น เด็กนักเรียนอายุ 7 ปี มีน้ำหนักมาตรฐานประมาณ 22.5 กิโลกรัม ดังนั้นกระเป๋านักเรียนรวมกับของภายในไม่ควรมีน้ำหนักเกิน 3.375 กิโลกรัม

ทางแก้หากไม่สามารถลดน้ำหนักของสิ่งที่จะต้องนำไปโรงเรียนได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้กระเป๋าที่มีล้อลากแทน เพื่อให้กล้ามเนื้อได้หยุดพักบ้าง และต้องจัดกระเป๋าไม่ให้น้ำหนักเทไปข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป อีกทั้งต้องใช้สายทั้งสองข้างในการสะพายกระเป๋าด้วย

เลือกกระเป๋าสะพายให้ลูกอย่างไร

คำแนะนำในการเลือกซื้อกระเป๋าสะพายหลังมีดังนี้

  • กระเป๋าต้องมีน้ำหนักเบา
  • ความกว้างของกระเป๋าต้องไม่กว้างกว่าความกว้างของช่วงไหล่
  • ความสูงของกระเป๋าเมื่อนั่งลงจะต้องไม่สูงเกินกว่าไหล่
  • สายสะพายไหล่ควรหุ้มเบาะ และมีความกว้างมากกว่า 6 เซนติเมตรทั้งสองเส้น เพื่อทำหน้าที่กระจายแรงกดอย่างดี
  • ลองปรับสายสะพายให้กระชับพอดี เพื่อให้กระเป๋าแนบหลังและก้นกระเป๋าอยู่สูงกว่าเอว
  • หากกระเป๋ามีสายรัดเอวก็ควรใช้ด้วย เพราะจะช่วยให้กระเป๋ากระชับกับแผ่นหลัง ไม่แกว่งไปมาขณะเดินหรือวิ่ง

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกผิดปกติไหม

เริ่มจากให้ลูกถอดเสื้อ ไม่ใส่รองเท้า และยืน แล้วสังเกตว่าไหล่และสะโพกทั้งสองข้างอยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่ ดูแนวกระดูสันหลังของลูกว่าคดหรืองอไหม ถ้าผิดปกติหรือลูกมาบ่นให้ฟังบ่อยว่าปวดหลัง ก็สมควรไปพบแพทย์ เพราะนอกจากอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง กระดูกสันหลังคด และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว การสะพายกระเป๋าหนักยังมีส่วนทำให้การทำงานของปอดลดลงได้เช่นกัน

เรื่องการสะพายกระเป๋านักเรียนที่หนักเกินไปของลูกเป็นอีกภัยเงียบที่พ่อแม่อาจจะมองไม่เห็น และไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร หากปล่อยจนเคยชินจะกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังสำหรับลูกได้ อย่าปล่อยให้หลังของลูกเสียและมีผลกระทบต่อเขาในวัยผู้ใหญ่เลยนะคะ รีบดูแลหลังของลูกตั้งแต่วันนี้

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...