โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ด สปสช.เคาะเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาแพง 4 รายการ วงเงิน 77 ล้านบาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ส.ค. 2564 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 09.08 น.

บอร์ด สปสช.เคาะเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาแพง 4 รายการ วงเงิน 77 ล้านบาท

บอร์ด สปสช. มีมติเห็นชอบเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาบัญชี จ(2) รวม 4 รายการ ขยายข้อบ่งใช้เพิ่ม 2 รายการ และเพิ่มเป็นยาใหม่ 2 รายการ รวมเป็นภาระงบประมาณราว 76.4 ล้านบาท มีเป้าหมายสำหรับผู้ป่วยระบบบัตรทองปี 2565 รวม 316 คน

วันนี้ (10 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 2 ส.ค.64 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธาน ได้มอบให้รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาบัญชี จ (2) รายการใหม่ จำนวน 4 รายการ เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2565 โดยจะใช้เงิน “รายได้สูง(ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายสะสม” ของเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2564 จำนวนไม่เกิน 77 ล้านบาท สำหรับการดำเนินการ

ทั้งนี้ ยาบัญชี จ(2) เป็นรายการยาสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเฉพาะ เป็นยาที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญเฉพาะโรค หรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นยาที่มีราคาแพงมาก ดังนั้น เพื่อให้เข้าถึงยาได้อย่างสมเหตุผลและคุ้มค่า จึงต้องมีการจัดกลไกกลางเป็นพิเศษในกำกับการใช้ยาภายใต้ความรับผิดชอบร่วมกันของระบบประกันสุขภาพ ซึ่งดูแลโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง, สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า การเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาบัญชี จ(2) ดังกล่าว เป็นไปตามข้อเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.64 โดยยาทั้ง 4 รายการ ประกอบด้วย 1.อิมานิทิบ (Imatinib) 2.ดาซาทินิบ (Dasatinib) 3.โทซิลิซูแมบ (Tocilizumab) 4.เซฟตาซิดิม/อาวิแบคแทม (Ceftazidime/avibactam) ซึ่งมีเป้าหมายสำหรับผู้ป่วยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2565 รวม 316 คน คิดเป็นภาระงบประมาณราว 76.41 ล้านบาท

“สำหรับยาอิมานิทิบ และดาซาทินิบ จะขยายข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน ชนิดลิมฟอยด์ Acute Lymphoblastic Leukemia (ALL) ที่มี Ph+ ขณะที่ยาโทซิลิซูแมบจะเพิ่มเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับการรักษาโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุ ชนิด Systemic (Systemic Juvenile Idiopathic Arthritis: SJIA) ในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน ส่วนยาเซฟตาซิดิม/อาวิแบคแทม จะเพิ่มเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae ที่ไวต่อยาเซฟตาซิดิม/อาวิแบคแทม ในผู้ป่วยที่มีข้อห้ามใช้ยาโคลิสติน (Colistin) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด” นพ.จักรกริช กล่าวและว่า บอร์ด สปสช.ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยาจำนวน 4 รายการนี้ ในปีงบประมาณ 2565 โดยใช้เงิน “รายได้สูง(ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายสะสม” ของเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2564 จำนวนไม่เกิน 77 ล้านบาท และดำเนินการได้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...