โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ : โลกหลังความตาย ของคนหลายพันปี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ส.ค. 2564 เวลา 18.29 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 06.30 น.

 

โลกหลังความตาย

ของคนหลายพันปี

 

พิธีศพแบบดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ราว 2,500 ปีมาแล้ว ร่วมสมัยวัฒนธรรมบ้านเชียง (จ.อุดรธานี) และวัฒนธรรมบ้านเก่า (จ.กาญจนบุรี) ฝังดินไว้ใต้ถุนเรือนโดยไม่ใส่โลงศพ ชุมชนบางแห่งฝังศพใต้ถุนเรือนทับซ้อนบริเวณเดียวกันเพราะอยู่สืบต่อกันนานมากหลายชั่วคน พบคำอธิบายนี้พร้อมหลักฐานโบราณคดีจากกรมศิลปากรในหนังสือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ของ ชิน อยู่ดี (กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ.2510)

ต่อมาพบคำอธิบายในรายงานการขุดค้นที่บ้านเชียง จ.อุดรธานี ของนักวิชาการโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา มีผู้ถ่ายสำเนาส่งมาให้ดูเป็นภาพวาดจากจินตนาการของจิตรกรเป็นรูปเรือนเสาสูงมีใต้ถุนเป็นที่ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันและเป็นที่ฝังศพ โดยขุดพบหลักฐานกระจัดกระจายคล้าย “ขยะ” ทั้งเศษภาชนะดินเผารวมทั้งกระดูกสัตว์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ

ผมเชื่อตามคำอธิบายของนักปราชญ์ครูบาอาจารย์กับนักโบราณคดีรุ่นใหม่ตลอดมา จึงเคยเขียนไว้ในหนังสือหลายเล่ม เพราะวิถีชีวิตจริงของคนแต่ก่อนโน้นกิจกรรมประจำวันล้วนมีบริเวณใต้ถุนเรือนเสาสูง (ปัจจุบันถูกตีขลุมเหมาเรียก “เรือนไทย”) ได้แก่ หุงข้าว, ตีหม้อ, ทอผ้า, เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ส่วนบนเรือนเอาไว้ “ซุกหัวนอน” หนีสัตว์ร้ายตอนกลางคืน แต่ต่อมาเมื่อพบหลักฐานเพิ่มขึ้นจึงทบทวนข้อมูลทั้งหมดทำให้มีคำถามใหม่หลายอย่าง

หลังความตายในศาสนาผี

พิธีศพแบบดั้งเดิมราว 2,500 ปีมาแล้ว ทำตามความเชื่อในศาสนาผีเพราะยังไม่ติดต่อรับคติทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธจากอินเดีย จึงไม่มีเผาศพ, ไม่มีความเชื่ออย่างพราหมณ์กับพุทธ, ไม่มีเวียนว่ายตายเกิด, ไม่มีโลกหน้า, ไม่มีสุคติภพ, ไม่มีสวรรค์นรก และที่สำคัญคือไม่มีวิญญาณ

ศาสนาผีมีความเชื่อเรื่องขวัญว่าคนตายขวัญไม่ตาย เหตุที่คนตายเพราะขวัญหายแล้วไม่กลับร่าง เนื่องจากขวัญหลงทางกลับร่างไม่ได้ ต้องมีพิธีสู่ขวัญเรียกขวัญ ถ้าขวัญคืนร่างคนก็ไม่ตาย ส่วนคนตายแล้วถูกเรียกว่าผี และขวัญของคนตายถูกเรียกผีขวัญซึ่งมีวิถีประจำวันปกติเหมือนเมื่อยังไม่ตาย เพียงแต่อยู่ต่างมิติซึ่งสัมผัสไม่ได้ มองไม่เห็น [“ผีขวัญ” จากความเชื่อเรื่องขวัญทางศาสนาผี คือผีที่คนปัจจุบันทั่วไปรู้จักและเข้าใจ เช่น ผีแม่นาคพระโขนง ฯลฯ (ไม่ใช่วิญญาณตามความเชื่อในพราหมณ์, พุทธ ที่คนตายแล้ววิญญาณไปจุติใหม่) เพราะผีขวัญไปมาหาสู่กับคนปัจจุบันได้โดยผ่านพิธีเข้าทรง ซึ่งเป็นไปตามข้อความในพงศาวดารล้านช้างว่า “ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด”]

ด้วยรากฐานความเชื่อดังกล่าวเมื่อมีคนตายจึงมีพิธีกรรมดังนี้

1. พิธีสู่ขวัญ ไม่พบหลักฐานตรงไปตรงมาว่ามีสู่ขวัญบนเรือนคนตายหรือใต้ถุนเรือน แต่พบประเพณีสมัยหลังๆ ว่ามีสู่ขวัญหลายวันหลายคืนจนศพเน่า จึงเอาศพฝังดินเพื่อรอขวัญคืนร่าง โดยจัดเครื่องมือเครื่องใช้ฝังไปด้วยให้ขวัญของคนตายใช้สอยเหมือนตอนไม่ตาย

2. พิธีฝังศพครั้งที่สอง เมื่อฝังศพไว้ใต้ถุนเรือนนานนับปีหรือหลายปีจนเนื้อหนังผุเปื่อยกลายเป็นดิน จึงคงเหลือกระดูกเป็นโครง ก็พากันขุดโครงกระดูกล้างน้ำทำความสะอาดแล้วบรรจุภาชนะแบบใดแบบหนึ่ง (เช่น ไหหิน, หม้อดินเผา, แคปซูลดินเผา เป็นต้น) แล้วเอาภาชนะใส่กระดูกไปทำพิธีฝังอีกครั้งหนึ่ง

 

ลานกลางบ้าน

งานศพดึกดำบรรพ์ตั้งแต่เริ่มพิธีสู่ขวัญ แล้วตามด้วยพิธีฝังศพครั้งที่สอง น่าจะมีบนพื้นที่เดียวกันซึ่งสมมุติเรียกตามคำสมัยหลังว่า “ลานกลางบ้าน” ที่แต่ก่อนมีทุกหมู่บ้าน

สมัยดั้งเดิมหลายพันปีมาแล้ว หลุมฝังศพพร้อมเฮือนแฮ้วมีแหล่งรวมอยู่ลานกลางบ้านซึ่งเป็นย่านกลางรวมความเฮี้ยนทั้งปวงของชุมชน

ลานกลางบ้าน หมายถึงที่โล่งกว้างโดยไม่ต้องโล่งแจ้งเหมือนทุ่งราบก็ได้ จะเป็นที่โล่งมีต้นไม้เป็นหย่อมๆ ก็ได้ (คล้ายป่าชุมชนปัจจุบัน) ถือเป็นลานเฮี้ยนและขลังอยู่ท่ามกลางชุมชนหมู่บ้านตามธรรมชาติ โดยไม่แยกต่างหากจากชุมชน แต่เป็นพื้นที่เดียวกัน หรือเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน (ทางอีสานกับทางเหนือเรียกข่วง) ถูกใช้เป็นศูนย์กลางพิธีกรรมตลอดปีของชุมชน ที่สำคัญคือพิธีเลี้ยงผีฟ้าผีแถน จึงเป็นที่สิงสู่และไปมาของปวงผีที่เชิญมาในพิธี เพราะมีหลุมฝังศพของบรรพชนที่เคยเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์หลายชั่วคนพร้อมโคตรตระกูล ส่วนรอบๆ ลานกลางบ้านเป็นหมู่เรือนของหัวหน้าเผ่าพันธุ์และโคตรตระกูลเครือญาติ ถัดออกไปจึงเป็นเรือนของชาวบ้านบริวารบ่าวไพร่

ทั้งนี้ ด้วยการเปรียบเทียบพิธีศพของผู้ไท (เวียดนาม) ทำในป่าแฮ้ว หรือป่าเฮ่ว (พื้นที่สาธารณะของชุมชนใช้ฝังศพ ความหมายเดียวกับป่าช้า) ให้หลุมฝังศพอยู่ใต้เฮือนแฮ้ว (หมายถึงเรือนเสาสูงขนาดย่อส่วนเรือนจริง ใช้ปลูกคร่อมหลุมฝังศพ) ด้วยเชื่อว่าผีขวัญได้ใช้งานเฮือนแฮ้ว เหมือนเรือนจริงเมื่อมีชีวิต [คำว่า “ป่า” ความหมายดั้งเดิมคือ ย่าน, บริเวณ (มีใช้สืบมาถึงสมัยรัฐอยุธยา เรียกตลาดย่านต่างๆ ว่า ป่า) ดังนั้น ป่าแฮ้ว, ป่าเฮ่ว สมัยดั้งเดิมหมายถึงย่านฝังศพซึ่งอยู่ในชุมชนเป็นที่รู้กัน อาจเป็นลานกลางบ้านก็ได้]

พิธีศพตั้งแต่ฝังครั้งแรกต่อเนื่องพิธีศพครั้งที่สองรวมอยู่บนพื้นที่เดียวกัน มีนักวิชาการโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากรบอกว่าพบหลักฐานเป็นแหล่งสำคัญขนาดใหญ่อยู่บ้านเมืองบัว (อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด)

ชุมชนลักษณะพิเศษ อยู่ที่แหล่งโคกพนมดี อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีลานกลางบ้านเป็นที่ฝังศพพร้อมเฮือนแฮ้วอยู่บนเนินดินสูงเหมือนเนินเขาเตี้ยๆ อยู่โดดๆ ท่ามกลางทุ่งราบล้อมรอบเป็นที่ตั้งบ้านเรือนกลุ่มชนหรือบริวาร (ปัจจุบันเป็นทุ่งนา)

 

 

 

ฝังศพใต้ถุน “เฮือนแฮ้ว”

คําอธิบายเก่ามีว่าชุมชนดึกดำบรรพ์ฝังศพใต้ถุนเรือน มาจากการตีความเมื่อนักโบราณคดีขุดพบโครงกระดูกพร้อมหลุมเสาที่เข้าใจว่าเป็นเสาเรือน แต่หลักฐานจากพิธีศพของผู้ไท (ในเวียดนาม) เป็นพยานชวนให้เชื่อว่าใต้ถุนเรือนที่นักโบราณคดีอ้างถึงนั้นแท้จริงเป็นใต้ถุน “เฮือนแฮ้ว” มีต้นเสาปลูกคร่อมหลุมฝังศพ ไม่ใช่เรือนจริงเป็นที่อยู่อาศัยของคนทั่วไป

 

เครื่องมือเครื่องใช้

บริเวณที่ฝังศพพบเครื่องมือเครื่องใช้หลากหลายอาจแยกได้ 2 ประเภท ดังนี้ (1.) สิ่งของที่ใช้ฝังรวมกับศพซึ่งเป็นปกติที่รับรู้กันทั่วไป และ (2.) สิ่งของในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปสมัยนั้นซึ่งมีลักษณะต่างจากที่พบในหลุมศพ ตรงนี้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นแรก ลานกลางบ้านเป็นแหล่งฝังศพบรรพชนซึ่งเคยเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์และโคตรตระกูล จึงมีพิธีเลี้ยงผีสู่ขวัญกับส่งขวัญสม่ำเสมอตรงนี้ตรงนั้นตรงโน้น

ประเด็นหลัง ลานกลางบ้านเป็นแหล่งรวมศูนย์พิธีกรรมของเผ่าพันธุ์ซึ่งคนหลายชุมชนที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเข้าร่วมจำนวนมาก มีกิจกรรมทั้งปี และมีครั้งละนานๆ หลายวัน เช่น 10 วัน, 15 วัน, 20 วัน เป็นต้น ล้วนเป็นพิธีกรรมเพื่อขอความมั่นคงและความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร (มีตัวอย่างสมัยหลังๆ ในกฎมณเฑียรบาลของรัฐอยุธยาตอนต้นๆ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...