โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รีวิวกองทุน K-CHANGE-A (A) กองทุนผลตอบแทนเยี่ยมที่ให้คุณ "ช่วยโลก" ได้ เพียงแค่ลงทุน

Finnomena

อัพเดต 23 พ.ย. 2564 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 01.00 น. • Mr. Serotonin

“หากคุณใช้สีเทียน วาดผังธุรกิจของบริษัทที่คุณลงทุนไม่ได้ คุณอาจจะไม่เข้าใจธุรกิจนั้นอย่างแท้จริง” - Peter Lynch ประโยคข้างต้นเป็นหนึ่งในประโยคที่ Peter Lynch หนึ่งในผู้จัดการกองทุนระดับโลกที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงเวลาหนึ่งโดยการทุ่มเทและใส่ใจในธุรกิจอย่างแท้จริง  หลาย ๆ คนที่ยังไม่รู้จัก อาจจะไม่รู้ว่าคุณ Peter lynch เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างเหนือชั้นถึงปีละ 29.20% ตอนที่เขาจัดการกองทุนอย่าง Megellan Fund ของ Fedelity จากการเลือกหุ้นรายตัว โดยศึกษาและเข้าเยี่ยมชมบริษัท เพื่อเจาะลึกหาข้อมูลเพื่อจะได้ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต หากเรามาดูกองทุนหลาย ๆ กอง ณ ปัจจบันเราก็จะพบว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่มักจะมองภาพรวมเศรษฐกิจ และเลือกภูมิภาคที่จะลงทุน ซึ่งมีน้อยรายนักที่จะมาขุดและเลือกหุ้นรายตัวด้วย Passion อย่างแท้จริง หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงกองทุน ONE-UGG ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา มาเลือกธุรกิจในสาขาที่ตนเองชื่นชอบจริง ๆ แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่ามีอีกหนึ่งกองทุนจาก Baillie Gifford ที่ใช้ความหลงใหลในการเลือกหุ้นเข้ากองไม่ต่างกัน กองทุนนั้นคือ K-CHANGE-A(A) กองทุนที่ลงทุนในกองทุนแม่อย่าง Baillie Gifford Positive Change ซึ่งมีปรัชญาการลงทุนในธุรกิจที่จะเปลี่ยนโลกเรา “ให้ดีขึ้น”ในระยะยาว ที่ไม่เพียงแต่ให้ผลตอบแทนกับนักลงทุน แต่ให้ผลตอบแทนกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นเลยหลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโลกให้ดีขึ้นเติบโตได้จริงหรือ? ดังนั้นเรามาเช็กผลตอบแทนย้อนหลังกัน…

ดูรีวิวกองทุนประหยัดภาษีธีม ESG คุณภาพทั้ง K-CHANGE-SSF และ K-CHANGERMF ได้ ที่นี่

สร้างแผนและเปิดบัญชีกองทุนรวมกับ  FINNOMENA สะดวก รวดเร็ว เปิดออนไลน์ ไม่ต้องส่งเอกสารให้ยุ่งยาก พร้อมเลือกซื้อกองทุนกว่า 1,000 กอง จาก 22 บลจ. ครอบคลุมทุกบลจ. ในประเทศไทย สร้างแผนและเปิดบัญชี คลิก: https://finno.me/open-plan

ผลตอบแทนย้อนหลังกองทุนแม่ Baillie Gifford Positive Change Fund ของกองทุน K-CHANGE-A(A) เอาชนะดัชนีต่อเนื่อง

ภาพแสดงผลตอบแทนย้อนหลังกองทุน Baillie Gifford Positive Change เทียบกับดัชนี MSCI AC World +2% (ข้อมูลวันที่ 31 ธันวาคม 2020 จาก Fund Fact Sheet กองทุน)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.bailliegifford.com

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

จากภาพข้างต้นจะเห็นได้ว่าผลตอบแทนนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมากและอาจจะเรียกได้ว่า Outperform ดัชนีเทียบเคียงอย่างดัชนี MSCI AC World (ดัชนีหุ้นโลก) โดยผลตอบแทนนับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุน (Since inception) นั้นทำผลตอบแทนไปแล้วถึง 30.70% เทียบกับดัชนี MSCI AC World ที่ 8.80%

 

ภาพแสดงผลตอบแทนย้อนหลังกองทุน Baillie Gifford Positive Change (ข้อมูลวันที่ 31 ธันวาคม 2020 จาก Fund Fact Sheet กองทุน)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.bailliegifford.com

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ส่วนที่ให้อยากโฟกัสในภาพนี้คือผลตอบแทนนับตั้งแต่ปีที่แล้วก่อนเกิดวิกฤติโควิด จนถึงหลังวิกฤติผลตอบแทนของกองทุนปรับตัวเป็นบวกมากถึง 51.00% จากดัชนีหลักที่อยู่ที่ 5.70% เท่านั้น เรียกได้ว่าการเลือกหุ้นของผู้จัดการกองทุนแต่ละท่านนั้นทำผลงานได้ดีกว่าดัชนีเทียบเคียงมาก ๆ เลยทีเดียว ก่อนที่เราจะลงไปในหมวดหมู่ธุรกิจที่กองทุนได้ลงทุน เรามาดูผู้จัดการกองทุนแต่ละท่านกันก่อนว่ามีความสนใจและ Passion ในธีมธุรกิจรักษ์โลกด้านไหนกันบ้าง

สัดส่วนหุ้นหลักของกองทุน

ภาพแสดงสัดส่วนหลักกองทุน Baillie Gifford Positive Change (ข้อมูลวันที่ 31 ธันวาคม 2020 จาก Fund Fact Sheet กองทุน)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.bailliegifford.com

หลัก ๆ แล้วอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น คงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมสุดแกร่งเติบโตสูงอย่าง "เทคโนโลยี" และ "Healthcare" ซึ่งทั้งสองอุตสาหกรรมนั้นจะเรียกว่าเป็นพี่น้องกันก็ว่าได้ เพราะ Healthcare เองก็มีส่วนผสมอย่างการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อพลิกวงการและโลกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Dexcom เจ้าของเทคโนโลยีเครื่องตรวจระดับน้ำตาล โดยไม่ต้องเจาะเลือดให้เจ็บตัว หรือจะเป็น Teledoc ผู้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์แบบออนไลน์ที่พร้อมเข้ามาฉีกข้อจำกัดของการให้คำปรึกษาแบบเดิม ๆ นอกจากนั้น Top Holding หลักของกองทุนยังเป็นหุ้นเทคโนโลยีฟอร์มร้อนแรง อย่าง Tesla ที่พร้อมเปลี่ยนโลกด้วยการใช้พลังงานต้นทุนถูกกว่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างพลังงานไฟฟ้า แทนที่นำ้มันซึ่งสร้างผลกระทบเชิงลบให้กับสิ่งแวดล้อมของโลก

ผู้จัดการกองทุนที่มีความหลงใหลในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง

ข้อมูลภาพจากเว็บไซต์: www.bailliegifford.com

1) Kate Fox

เชื่อว่าภาคธุรกิจการเงินมีส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาโลกและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ดีขึ้นในอนาคต โดยเชี่ยวชาญทางด้านการวิเคราะห์บริษัทขนาดเล็กที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว อีกทั้งยังหลงไหลในธุรกิจที่สร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่และให้ประสบการณ์ใหม่ ๆ กับผู้บริโภค โดยคุณ Kate ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายลงทุนและวางกลยุทธ์สำหรับพอร์ตธีม Positive Change และจบการศึกษาในระดับปริญญาโทจาก University of Edinburgh ในสาขาเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์

2) Lee Qian

คุณ Lee เติบโตในประเทศจีนในช่วงเปลี่ยนถ่ายระบบเศรษฐกิจและสังคม และได้เห็นคนนับล้านรอบข้างอาศัยอยู่กับความยากจนและสภาวะความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก จนมามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังที่เราเห็นประเทศจีนในทุกวันนี้ และได้เห็นมากับตาว่าภาคธุรกิจนั้นมีความสำคัญต่อการยกระดับสภาพความเป็นอยู่และสังคมของผู้คน จึงแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจกระบวนการยกระดับคุณภาพชีวิตคนผ่านธุรกิจต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณ Lee ก็ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการลงทุนเช่นเดียวกันในโปรเจค Positive change และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก BA (Hons) สาขาเศรษฐศาสตร์และการจัดการจากมหาวิทยาลัย Oxford

3) Julia Angeles

ด้วยประสบการณ์การทำงานจาก McKinsey & Co บริษัท Consulting ชื่อดังและได้ให้คำปรึกษาธุรกิจกับประเทศต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Denmark, Russia รวมถึง Hungary จึงทำให้มีความรู้และความเข้าใจในกลยุทธการลงทุนในภูมิภาคต่าง ๆ อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีความหลงไหลในธุรกิจเทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งคุณ Julia มองว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงโลก เพราะ โลกกำลังจะเปลี่ยนจากการรักษาแบบเชิงรับ (Reactive) หรือการรอให้เกิดเหตุการณ์แล้วค่อยแก้ไข เป็นการป้องกันเชิงรุก (Proactive) หรือล่วงหน้าแทนซึ่งจะถูกผลักดันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์นั่นเอง

4) Kirsty Gibson

คุณ Kirsty มีพื้นเพการศึกษาในระดับปริญญาโทในสาขา การจัดการมลพิษและหลงไหลในการจัดการปัญหาภาวะโลกร้อนรวมถึงการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเชื่อว่าสองปัจจัยหลักนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนที่จะเติบโตในระยะยาว

5) Kieran Murray

เป็นหนึ่งในผู้จัดการพอร์ต Positive Change เช่นเดียวกัน โดยรับหน้าที่การวิเคราะห์ธุรกิจแบบ Bottom-up และมีความเชื่อว่าธุรกิจที่ให้คุณค่ากับ Stakeholders (ผู้มีส่วนเกี่ยวของกับธุรกิจทั้งหมด) และสิ่งแวดล้อมจะเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งการให้ความสำคัญกับ Stakeholders นั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจของทุกคนได้เช่นกัน

6) Michelle O’Keeffe

คุณ Michelle มีความเชี่ยวชาญในเรื่องปัญหาสภาพภูมิอากาศ (Climate change), การจัดการทรัพยากร, รวมถึงกฎเกณฑ์นโยบายต่าง ๆ ในยุโรป โดยจบการศึกษาจาก University College London’s Institute for Sustainable Resources, MSc in Climate Change, Risk Management จากมหาวิทยาลัย Exeter, และ BSc (Hons) สาขาสัตววิทยาจากมหาวิทยาลัย Cardiff 

7) Will Sutcliffe

คุณ Will อาจจะมีพื้นเพแตกต่างจากคนอื่นสักหน่อยตรงที่มาสายการลงทุนโดยตรง โดยเป็นนักลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) มาก่อน แต่สิ่งที่แตกต่างสำหรับนักลงทุนทั่วไปก็คือ Will มีความสนใจในการเปลี่ยนถ่ายฐานะทางสังคมของผู้คนจากผู้มีรายได้น้อยมาเป็นผู้มีรายได้มาก และเลือกที่จะมองหาบริษัทและสภาบันต่าง ๆ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้สิ่ง ๆ นี้เกิดขึ้น หากดูพื้นเพรวมถึงความหลงไหล (Passion) ของผู้จัดการแต่ละคนแล้วก็จะเห็นได้ว่าแต่ละคนมีสิ่ง ๆ หนึ่งที่เหมือนกันคือ “ต้องการเห็นสิ่งต่าง ๆ พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น” แต่ก็ยังมีความแตกต่างที่ลงตัว อย่างความรู้ทางด้านการวิเคราะห์การลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมคม Passion ของแต่ละคนเพื่อให้ได้ธุรกิจที่ดีที่สุดมาใส่ในพอร์ตการลงทุน “Positive Change” กองนี้ 

ธีมการลงทุนหลักของกองทุน “เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาสังคม”

ทางกองทุนเองแบ่งธีมการเลือกหุ้นรายตัวเป็นธุรกิจที่ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง (Positive change) ในหมวดหมู่ต่อไปนี้

ข้อมูลภาพจากรายงาน Positive Change Impact Report ปี 2018 ของกองทุน Baillie Gifford

1) ธุรกิจที่สนับสนุนการพัฒนาสังคมและการศึกษา (Social Inclusion and Education)

ในส่วนนี้จะเป็นการลงทุนในธุรกิจที่พัฒนาสังคมและระบบการศึกษาผ่านเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยต้องเป็นธุรกิจที่สามารถลดความเหลื่อมลํ้าในด้านของโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล หรือโอกาสในการได้รับการศึกษาซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคม  ตัวอย่างธุรกิจที่อยู่ในขอบเขตการลงทุนดังกล่าวก็จะเป็น Alphabets ที่มีบริการสำหรับการเข้าถึงข้อมูล แหล่งเรียนรู้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Google Search ที่วัน ๆ หนึ่งคนเราต้องเปิดหาข้อมูลอะไรบางอย่างสักครั้งหนึ่ง, Google Maps คู่หูนักเดินทางสายไร้จุดหมายหรือสายหลงที่อาจช่วยชีวิตผู้คนมานักต่อนัก อีกทั้ง Youtube แหล่งความรู้ชั้นเยี่ยมที่ไม่ว่าคุณจะทำอะไรสักอย่างแล้วเกิดติดขัด ขอเพียงแค่คุณ Search หาวิธีทำก็ทำตามได้แบบไม่ยากเย็น โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทไปเข้าคอร์สเรียนยาก ๆ แพง ๆ  หรือจะเป็น Tencent ที่เชื่อมต่อการสื่อสารของคนนับล้านเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกทางด้านการใช้จ่ายออนไลน์ ทำให้ผู้คนหลาย ๆ คนใช้ชีวิตในระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่กันได้อย่างเท่าเทียม

ภาพแสดงความเหลื่อมลํ้าทางรายได้ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือได้ผ่านการลงทุนในธุรกิจ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาและเข้าถึงข้อมูล

(ข้อมูลจากรายงาน Positive Change Impact Report ปี 2018 ของกองทุน Baillie Gifford)

นอกจากนั้นในส่วนนี้ยังมีการสนับสนุนธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการลดต้นทุน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมลํ้าได้ จากการผลิตที่อาจจะทำได้มากขึ้นและคุ้มทุนกว่าเดิม รวมถึงราคาสินค้าที่อาจลดลง จากต้นทุนที่ลดลง โดยตัวอย่างธุรกิจก็จะเป็น ASML หรือ TSMC ที่ผลิตชิพต่าง ๆ ในราคาถูกซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการผลิตอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น

ข้อมูลภาพจากรายงาน Positive Change Impact Report ปี 2018 ของกองทุน Baillie Gifford

2) ธุรกิจที่สนับสนุนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (Environment and Resource Needs)

ในส่วนนี้ทางกองทุนเลือกลงทุนในธุรกิจที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงาน อาทิ Kingspan ที่ผลิตฉนวนกันความร้อนสำหรับโครงสร้างตึกที่จะช่วยลดอุณหภูมิและลดการใช้พลังงานหรือเครื่องปรับอากาศให้ลดลงได้ ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก 

อีกทั้งยังลงทุนในธุรกิจเปลี่ยนอนาคตทางอุตสาหกรรมการเดินทาง เช่น Tesla ที่ผลิตรถยนต์สุดลํ้าโดยใช้พลังงานไฟฟ้า 

ภาพแสดงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla Model 3 (วันที่ 19 มกราคม 2019)

หรือแม้แต่ธุรกิจที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับภาคส่วนที่ขาดแคลน เช่น การขนส่งพื้นฐานหรือการเข้าถึงนํ้าสะอาด ที่นอกจากจะได้ช่วยคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว สิ่งจำเป็นเหล่านี้ยังมีความต้องการอย่างมากในเชิงธุรกิจอีกด้วย เพราะ เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตของผู้คน

3) ธุรกิจ Healthcare และธุรกิจที่ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น (Healthcare and Quality of Life)

ธุรกิจกลุ่ม Healthcare ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ยืนหยัดได้ไม่แพ้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา และมีผลตอบแทนที่ติดลบไม่มาก จากการที่ช่วงวิกฤติที่ผ่านมาการพัฒนาวัคซีนและการรักษามีความสำคัญ

ข้อมูลภาพจากเว็บไซต์ Seeking Alpha (วันที่ 24 เมษายน 2020)

โดยหลัก ๆ แล้วในส่วนนี้จะเป็นการลงทุนในธุรกิจกลุ่ม Healthcare ที่เน้นการวิจัยโรคต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนและรักษาได้ยาก ธุรกิจที่ช่วยในการตรวจโรคต่าง ๆ ให้มีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้น ธุรกิจที่ช่วยพัฒนาการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ธุรกิจที่ช่วยพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงธุรกิจที่ช่วยลดต้นทุนการรักษาเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ซึ่งหากสังเกตจากธีมหลัก ๆ ดังนี้แล้ว จะเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจแห่งอนาคตก็คงไม่ผิดนัก เพราะ เป็นการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย

4) ธุรกิจพัฒนาความเป็นอยู่พื้นฐาน (Base of the Pyramid)

หลัก ๆ แล้วในส่วนนี้จะเป็นการลงทุนในธุรกิจที่ให้การเข้าถึงบริการพื้นฐานต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นและควรจะมี โดยให้บริการในราคาที่ถูกกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น Sysmex ที่ให้คำแนะนำและตรวจสุขภาพผ่านมือถือในระบบออนไลน์ที่มีประโยชน์กับประเทศที่อาจจะไม่มีระบบโครงสร้างสาธารณสุขที่ดีนัก (โรงพยาบาลหรือคลีนิคอยู่ไกล เข้าถึงยาก เป็นต้น)

K-CHANGE-A (A) กองทุนผลตอบแทนเยี่ยมที่ให้คุณ

ข้อมูลภาพจากรายงาน Positive Change Impact Report ปี 2018 ของกองทุน Baillie Gifford

สร้างเงินทุนของเราให้เติบโต ไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนที่ดีขึ้น ไปด้วยกันดีกว่า… หลังจากนี้ผมขอเสริมมุมมองการวิเคราะห์ส่วนตัวจากภาพใหญ่ ๆ (Top-down)  เพิ่มสักนิดว่าช่วงนี้ภูมิภาคหลัก ๆ ที่ทางกองทุนได้ลงทุนในช่วงนี้เป็นจังหวะที่น่าเข้าซื้อหรือไม่ สำหรับคนที่ต้องการมุมมองเชิงลึก หลังมุมมองแบบการวิเคราะห์หุ้นรายตัว (Bottom-up) ทางกองนั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับใครที่ชอบข้อมูลเชิงลึกก็ลองอ่านต่อก่อนได้ครับ ก่อนตัดสินใจ…

สัดส่วนภูมิภาคการลงทุนหลักของกองทุน

 

ภาพแสดงสัดส่วนภูมิภาคการลงทุนหลักของกองทุน Baillie Gifford Positive Change (ข้อมูลวันที่ 31 ธันวาคม 2020)  ที่มา : www.bailliegifford.com 

มุมมองเชิงพื้นฐาน

เนื่องด้วยกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในอเมริกาเป็นหลัก หลังจากนี้จะเป็นการให้มุมมองภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

มุมมองสถานการณ์โควิด-19

ผู้คนและตลาดหุ้นอาจได้รับรู้ความกังวลในส่วนนี้และอาจสะท้อนราคาในช่วงขาลงของตลาดที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากการระบาดเกิดขึ้นอีกรอบผู้คนอาจมีความกังวลลดลง และออกมาดำเนินกิจกรรมตามปกติ เว้นเสียแต่ว่าเชื้อไวรัสมีการทวีความรุนแรงมากขึ้น  ดังนั้นเราจึงอาจสรุปโดยรวมได้ว่า ผู้คนได้รับรู้ความกังวลไปแล้ว แต่หากเกิดการพัฒนาของเชื้อ ซึ่งประมาณการไม่ได้ ก็อาจทำให้เกิดวิกฤติรุนแรงอีกครั้ง  ดังนั้นหากเทียบกับสถานการณ์ในตอนนี้การระบาดของโควิด-19 ถือว่ามีทิศทางดีขึ้นมากจากยอดผู้ติดเชื้อที่ลดลง 

ตลาดอาจกำลังวิ่งขึ้นรอบวัฎจักรใหม่ อย่างร้อนแรง

สาเหตุที่ผมมองเช่นนั้นก็เนื่องมาจากวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา ตลาดอาจไม่ได้พักฐานรุนแรงอย่างที่ควรจะเป็น (หากเทียบกับสถานการณ์ที่เลวร้าย)  รวมถึงยังมีมาตรการอัดฉีดที่เข้ามาจำนวนมากซึ่งอาจทำให้บริษัท ต่าง ๆ นั้นได้เงินทุนเยียวยาจัดการเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ก็เป็นการเพิ่มหนี้ในอนาคตเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาต่อไปอาจจะต้องเป็นทาง Jerome Powell และทางรัฐ ว่าจะจัดการปัญหาหนี้ต่าง ๆ ได้ดีแค่ไหนและทันก่อนเกิดภาวะถดถอยในรอบถัดไปหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นมาตรการเข้าช่วยแบบสุดโต่งด้วยวิธีต่าง ๆ ของ Fed ก็อาจช่วยหนุนนำให้บริษัทต่าง ๆ ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว  ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเข้าช่วยตราสารหนี้เอกชน หรือการให้เงินกู้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง สำหรับการฟื้นตัว จึงอาจทำให้วิกฤติครั้งนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว และอาจเป็นรอบขาขึ้นรอบใหม่ของตลาดหุ้นที่ร้อนแรง จากมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมาก่อนหน้า

สัญญาณการเริ่มต้นของวัฎจักรตลาด “ใหม่” (The New Market Cycle)

ดอกเบี้ยติด 0 หนุนการพัฒนาที่ “ร้อนแรง” 

ช่วงที่ผ่านมาทาง Fed เองต้องลดดอกเบี้ยให้มาอยู่ในระดับที่ตํ่า เช่นเคยหลังเกิดวิกฤติ เพื่อหนุนการกู้ยืมให้ผู้คนกลับมานำเงินทุนไปขยับขยายธุรกิจเพิ่มเติมกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่ตํ่าเป็นพิเศษก็ว่าได้ โดยอยู่ในระดับที่เเทบจะเรียกได้ว่าติด “0” (0.00%-0.25%) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นต้นทุนการกู้ที่โคตรถูกและอาจทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว หากบวกกับการอัด QE แบบจัดเต็มในช่วงที่ผ่านมา

มองผ่านสายตาประธานธนาคารกลาง สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัว เป็น “ช่วงที่ดีในการเข้าซื้อหุ้น”

ผมเชื่อว่าในตอนนี้หากเราลองมองในมุมของผู้ว่าการแบงก์ ก็จะเรียกได้ว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้นทำให้ “อุ่นใจ” แล้วก็ว่าได้

3 เป้าหมายของธนาคารกลางกำลังฟื้นตัว

1) การจ้างงานรากฐานหลักเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

หากว่ากันถึงส่วนที่เรียกได้ว่าแทบจะสำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ ก็คงหนีไม่พ้นภาคการจ้างงาน ที่หากออกมาในทิศทางดี ก็จะทำให้ผู้คนมีรายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จับจ่ายใช้สอยดัน GDP ให้ผู้ผลิตรีบผลิตสินค้าออกมา หรือ CPI รวมถึงดัชนีทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ให้พลุ่งพล่านในอนาคต ดังนั้นผมเชื่อว่าการจ้างงานที่ดีขึ้นอาจแสดงให้เห็นถึง ตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ในอนาคตและอาจนำไปสู่สัญญาณการกลับตัว โดยล่าสุดตัวเลขผู้ว่างงานขอรับสวัสดิการในสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา และส่งผลเชิงบวกกับอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) ให้ดีขึ้นในทันควัน หลังช่วงที่ผ่านมาอัตราการว่างงานพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 14.7% และปรับตัวดีขึ้นในท้ายที่สุด อีกทั้งการประชุมของ Fed ในช่วงที่ผ่านมา ทาง Jerome Powell เองก็ได้มีการคาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานในปี 2020 นี้อาจจะอยู่ที่ 9.3% ซึ่งก็ยังเป็นในทิศทางที่ดีขึ้นถึงแม้จะอยู่ในระดับที่สูงก็ตาม ดังนั้นเราอาจจะสรุปได้ว่าตลาดแรงงานที่เรียกได้ว่าเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจ กำลังฟื้นตัวก็คงจะไม่ผิดนัก

ภาพแสดงอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) ในสหรัฐฯ (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2020)

2) ความคาดหวังเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

ภาพแสดงความคาดหวังเงินเฟ้อของสหรัฐฯ

ปัจจุบันความคาดหวังเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมาที่เกือบ ๆ 1.86% และจะถึงเป้าหมายที่ 2.00% ในอีก 0.14% โดยรวมอัตราเงินเฟ้ออาจมีแรงหนุนมาจากมาตรการกระตุ้นต่อเนื่องของทาง Fed อย่าง unlimited qe ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในอนาคต ทาง Fed เองก็ได้เปิดเผยว่าอาจมีการใช้มาตรการกระตุ้นอีกราว ๆ 500 ล้านดอลลาร์ในอนาคตรวมถึงมาตรการทางการคลังแบบจัดเต็มที่จะมีมาอีกด้วย ดังนั้นหากดูจากแนวโน้มท่าทีของ Fed มาตรการกระตุ้นอาจมีต่อเนื่องจนกว่าจะทำให้การจ้างงาน เงินเฟ้อ และ เศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ และอาจส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในอนาคต หลังปัจจุบันพันธบัตรรัฐบาลเหลือพื้นที่ผลตอบแทนที่น้อยมาก ๆ จนทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่หุ้น

3) ตลาดหุ้นที่กำลังฟื้นตัว

ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้น NASDAQ ของอเมริกาปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้อย่างร้อนแรง ซึ่งทางกองทุน K-CHANGE-A(A) ก็มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มผู้นำเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น Tesla หรือ Google ที่นอกจากจะสร้างผลตอบแทนได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ยังช่วยพัฒนาโลกให้ดีขึ้น (การช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูล) และอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าให้กับคนรุ่นหลังอีกต่างหาก (รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla)  หรือแม้แต่ Moderna เองที่ช่วงวิกฤติก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่เรียกได้ว่า เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ในการช่วยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ดังนั้นจะเรียกได้ว่าการเลือกหุ้นรายตัวของผู้จัดการกองทุนแต่ละท่านด้วย Passion ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ และด้วยสามปัจจัยบวกข้างต้นนี้เอง อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของอเมริกากำลังฟื้นตัว…

รัฐพร้อมสนับสนุนกระตุ้นธุรกิจเล็กใหญ่ต่อเนื่อง

ข่าวเด่นดังล่าสุดทางสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติงบมาอีก 2 ล้านล้านเหรียญ! เข้าช่วยธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ หลังมาตรการกระตุ้นชุดเก่ากำลังจะหมดลง  รวมถึงจะมีการเข้าซื้อหุ้นยักษ์ใหญ่อีกต่อเนื่อง นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสอันดีหลังทางรัฐและ Fed ดูจะไม่ยอมผ่อนการกระตุ้นง่าย ๆ จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจหนุนให้ตลาดหุ้นวิ่งขึ้นต่อไปได้ในอนาคต!

มุมมองเชิงเทคนิคอล

ในมุมมองทางเทคนิคผมขอใช้ดัชนีที่เป็นตัวเทียบเคียง (Benchmark) ผลตอบแทนของกองทุน อย่างดัชนี MSCI AC World Index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นทั่วโลก สอดคล้องกับทางกองทุนที่เฟ้นหาหุ้นที่ดีที่สุดจากหลาย ๆ ภูมิภาคทั่วโลก

ภาพแสดงราคาดัชนี ISHARES TRUST MSCI ACWI ETF ที่เป็นดัชนีเทียบเคียงหลักของกองทุน 

จากภาพจะเห็นได้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ MA 50 (สีฟ้า) กับ MA 200 (สีส้ม) ยังไม่ตัดกันลงมาสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้นที่ยังมีอยู่ อีกทั้งราคายังทะลุ High เดิม และได้ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย! แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้นที่ยังอาจมีอยู่ หรือหลัก ๆ รวม ๆ แล้วระหว่างทางราคาอาจจะมีพักบ้าง แต่ยังอยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้นอยู่ จะมีกองทุนสักกี่กองที่ผู้จัดการกองทุนใช้ “หัวใจ” ในการเลือกหุ้นเข้าพอร์ต อีกทั้งยังเติบโตได้อย่างโดดเด่น ดังนั้นการลงทุนในกองทุน K-CHANGE-A(A) นอกจากจะเพิ่มความมั่งคั่งให้คุณอย่างโดดเด่นแล้ว ยังทำให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนธุรกิจที่พัฒนาโลกให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกด้วย ขอให้ทุกคนโชคดีครับ Mr. Serotonin

ดูรีวิวกองทุนประหยัดภาษีธีม ESG คุณภาพทั้ง K-CHANGE-SSF และ K-CHANGERMF ได้ ที่นี่

สร้างแผนและเปิดบัญชีกองทุนรวมกับ  FINNOMENA สะดวก รวดเร็ว เปิดออนไลน์ ไม่ต้องส่งเอกสารให้ยุ่งยาก พร้อมเลือกซื้อกองทุนกว่า 1,000 กอง จาก 22 บลจ. ครอบคลุมทุกบลจ. ในประเทศไทย สร้างแผนและเปิดบัญชี คลิก:  https://finno.me/open-plan

คำเตือนผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุน K-CHANGE-A (A)  มีการลงทุนแบบกระจุกตัว จึงอาจมีความเสี่ยงและความผันผวนของราคาสูงกว่ากองทุนรวมทั่้วไปที่มีการกระจายตัวในหุ้นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

References

https://fred.stlouisfed.org/series/T5YIFR https://news.cgtn.com/news/2020-07-30/The-2nd-stimulus-package-is-just-a-bandit-to-U-S-s-pandemic-economy-SxrzcQ1aog/index.html https://www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/funds/positive-change-fund/about-the-fund/ https://www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/funds/positive-change-fund/performance/portfolio/ https://www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/literature-library/funds/oeics/positive-change-fund/positive-change-fund-monthly-factsheet/ https://www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/literature-library/positive-change-impact-report/positive-change-impact-report-full-year-2018/ https://www.investing.com/economic-calendar/federal-budget-balance-369 https://www.investing.com/economic-calendar/unemployment-rate-300 https://www.investopedia.com/terms/p/peterlynch.asp https://www.kingspan.com/us/en-us/product-groups/insulation/insulation-boards https://seekingalpha.com/article/4339708-healthcare-stocks-lead-this-year-for-u-s-equity-sector-returns https://www.teslarati.com/tesla-model-3-destroys-ev-prejudice-germany-review/  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...