โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แกะโมเดลความฝัน ออกแบบชุมชนยั่งยืนไปกับสองผู้ชนะจาก Asia Young Designer Award

The MATTER

อัพเดต 28 พ.ค. 2562 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 13.30 น. • Branded Content

*AYDA หรือ Asia Young Designer Award by Nippon Paint การประกวดที่ชวนนักศึกษาสาขาวิชาสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน มาออกแบบผลงานเพื่อสังคมและชุมชน *

โดยนิปปอนเพนต์จาก 15 ประเทศทั่วเอเชียได้จัดแข่งขันการประกวดออกแบบ ค้นหาตัวแทนประเทศเพื่อไปประกวดระดับนานาชาติ ซึ่งครั้งที่ผ่านมาจัดที่ประเทศสิงคโปร์ ผลคือสองนักศึกษาไทยสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Best Sustainable Design Award 

จากคอนเซ็ปต์ “FORWARD, Challenging Design Boundaries” นำเสนอทางออกหรือโอกาสที่ยั่งยืนด้วยงานออกแบบที่คำนึงถึงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จุดประกายความฝันของสองนักศึกษาที่อยากเห็นชุมชนกลับมามีวิถีชีวิตที่พึ่งพาตนเองได้ และการแข่งขันครั้งนี้ ก็พาพวกเขาไปเจอกับนิยามความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ

สำหรับ Asia Young Designer Award 2018 by Nippon Paint ประเทศไทยได้มีการคัดเลือกผู้ชนะ ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งกับผู้ชนะจากนิปปอนเพนต์ทุกประเทศทั่วเอเชียในระดับนานาชาติอย่างเข้มข้น โดยมีคณะกรรมการตัวแทนจาก ASA สมาคมสถาปนิกสยาม ตัวแทนจาก TIDA สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย ตัวแทนจาก IAIDAC สภาวิชาการสถาปัตยกรรมภายในและออกแบบภายในแห่งประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิ และดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่านร่วมเป็นกรรมการ

The MATTER มีโอกาสได้พูดคุยกับ “ตุลย์-เรืองวิทย์ วีระพงษ์” ผู้ชนะรางวัล Gold Winner สาขาสถาปัตยกรรม กับผลงาน Bang Keao Wave Brace และ “ดรีม-เจนจิรา เทียบเพชร” ผู้ชนะรางวัล Gold Winner สาขาออกแบบตกแต่งภายใน กับผลงาน S.A.L.T Farm

ทั้งสองคนเป็นผู้ชนะเลิศจาก Asia Young Designer Award 2018 by Nippon Paint และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Best Sustainable Design Award ในระดับนานาชาติ ที่ประเทศสิงคโปร์ จาก Asia Young Designer Summit

ด้วยความตั้งใจของตุลย์-เรืองวิทย์ ที่อยากแก้ไขปัญหาชุมชนและปัญหาคลื่นชายฝั่ง จึงออกแบบ Bang Keao Wave Brace แนวกันคลื่นไม้ไผ่ที่บริเวณอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จากแนวกันคลื่นเดิมของชาวบ้านถูกออกแบบและพัฒนาใหม่ให้สวยงาม ทันสมัย ช่วยเรื่องระบบนิเวศน์มากขึ้นและต่อยอดเป็นพื้นที่ของชุมชนได้ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ดรีม-เจนจิรา ได้เห็นปัญหาเกลือไม่ได้มาตรฐาน ชุมชนนาเกลือน้อยลง จึงออกแบบ S.A.L.T Farm นาเกลือเพื่อความยั่งยืน ที่บริเวณอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พลิกวิถีนาเกลือบนดินมาอยู่บนกระบะในโรงเรือนที่พร้อมจะเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

ผลงานของทั้งคู่ได้ผ่านตากรรมการที่คัดเลือกอย่างเข้มข้นภายในประเทศและบททดสอบระดับนานาชาติที่มาพร้อมกับความหลากหลาย กว่าโมเดลความฝันของทั้งคู่จะออกมาเป็นผลงาน ได้รางวัล และสมมุติว่าอนาคตนั้นสร้างได้จริง ขอชวนคุณไปแกะร่องรอยโมเดล ปัดฝุ่นความฝัน เพราะการออกแบบเพื่อความยั่งยืนอาจไม่ใช่แค่ฝันอีกต่อไป

         

ทำไมถึงเข้าร่วมประกวดในหัวข้อการออกแบบเพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน ชุมชน ของโครงการ AYDA

ตุลย์ : ตุลย์อยู่แถวชานเมืองทำให้เห็นชัดเลยว่ารอบข้างเปลี่ยนเป็นบ้านจัดสรรจากที่แต่ก่อนเป็นป่าชายเลน แล้วตุลย์ก็ชอบทำงานที่เกิดส่วนร่วมกับชุมชน มันไม่เหมือนงาน Commercial มันสนุกตรงที่ว่าแต่ละชุมชนก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันไป

ดรีม : โครงการนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน ดรีมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวกับทุกคน อยากนำปัญหาหรือวิถีชีวิตมาจัดระเบียบใหม่ให้มีมุมมองใหม่มากขึ้น เพื่อจะให้เข้ากับมุมมองของคนในยุคอย่างเราค่ะ

จุดเริ่มต้นของผลงานที่เข้าร่วมประกวดคืออะไร

ตุลย์ : คือตอนแรกมันเป็นแค่ชิ้นงานเล็กๆ ส่งอาจารย์ เกิดจากภาพข่าวที่ติดตาเป็นวัดที่ถูกคลื่นซัดหายไปในทะเล เลยไปเสิร์ชดูว่าคลื่นซัดชายฝั่งส่งผลกระทบอะไรบ้าง ก็เลยหยิบขึ้นมาทำ เพราะคลื่นซัดชายฝั่งไม่ได้เอาไปแค่ฝั่ง มันเอาไปทั้งวิถีชุมชน มันเอาไปทั้งธรรมชาติ ก็เลยเอามาใช้เป็นแนวคิดสร้างแนวกันคลื่น

ดรีม : เริ่มแรกมาจากดรีมไปทะเลเห็นการทำนาเกลือมันเริ่มน้อยลง แล้วพอไปศึกษาจริงๆ ก็เข้าใจว่ามันลดลงเพราะเกลือไม่ได้รับมาตรฐาน คนรุ่นใหม่ไม่กลับมาทำ

กว่าจะออกมาเป็นชิ้นงานต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ตุลย์ : ส่วนมากเป็นการโทรฯ ไปสัมภาษณ์คนในพื้นที่ คนมีความรู้ คือเราไม่ได้คิดแค่งานเพื่อแก้ปัญหา แต่ว่าขั้นตอนในการสร้างงานตัวนี้ขึ้นมา มันต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่การเลือกวัสดุไปถึงการรื้อถอน มันต้องช่วยพัฒนาชุมชนด้วย ไม่ใช่แค่เราเป็นคนเข้าไปสร้าง

ดรีม : ดรีมไปเจอ Case study ของเมืองนอกเขาเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแล้วได้น้ำที่บริสุทธิ์มากขึ้น เราก็สามารถนำน้ำนี้มาเป็นเกลือเพิ่มคุณภาพได้เหมือนกัน แล้วดรีมก็เข้าไปถามกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นหัวหน้าสหกรณ์ว่ามันทำได้จริงๆ ใช่ไหม เขาก็ให้ความรู้สนับสนุนแนวคิด

มองอนาคตของผลงานเราไว้ว่ายังไง

ดรีม : ที่ดรีมสร้างโครงการนี้เพื่อที่จะให้คนเจเนอเรชั่นใหม่ สามารถเข้าไปทำนาเกลือได้โดยไม่ต้องกลัวที่จะลำบากเหมือนแต่ก่อน อยากให้เกิดการแชร์กันระหว่างชาวบ้านกับคนรุ่นใหม่

ตุลย์ : ของตุลย์คิดว่าเป็นงานที่เราจะเห็นผลสำเร็จในระยะยาว คงอยากเห็นความเป็นไปของมันไปจนถึงในจุดที่ชุมชนกับธรรมชาติไม่ต้องการงานของเรามา Sustain แล้วก็ได้

ถ้าตัดเรื่องงบประมาณในการสร้างออกไป คิดว่าผลงานของเราจะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน

ดรีม : ถ้าเป็นสเกลที่เล็กลงมาชาวบ้านก็สามารถทำได้เลย แต่ถ้าเป็นทั้งโปรแกรม แล้วมีคนสนับสนุนชาวบ้านมันก็เกิดขึ้นได้จริง งบประมาณไม่ได้มากมาย

ตุลย์ : ถ้าทำ ก็ทำได้เลย ตัว Element หลักของงานตุลย์ที่เป็นแนวกันคลื่นทำด้วยไม้ไผ่ ตัวนี้ก็มีอยู่แล้วในชุมชน ตัวอาคารหลักที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ชาวบ้านสร้างได้อยู่แล้ว ทุกอย่างไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือว่าเทคโนโลยีที่เป็นอุตสาหกรรมจ๋ามาใช้ในโครงการเลย อย่างที่บอกคือตอนเริ่มก็คิดเพื่อชุมชน ก็เลยออกแบบมาแล้วว่าคนในชุมชนต้องสร้างได้

จากการแข่งขันระดับนานาชาติที่ผ่านมา มีผลงานชิ้นไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษ

ดรีม : มีหลายงานที่ดรีมรู้สึกประทับใจ อย่างจีนจะพูดเรื่อง LGBT เพิ่มขึ้น อย่างประเทศอินเดีย (ประเภทออกแบบตกแต่งภายใน) เขาจะพูดเรื่องความเท่าเทียมของผู้หญิงที่แบบว่าในอินเดียผู้หญิงก็จะโดนข่มขืน โดนลุกล้ำ ไม่มีสิทธิเท่าเทียมผู้ชาย

ตุลย์ : จริงๆ แล้วชอบผลงานจากประเทศอินเดีย (ประเภทสถาปัตยกรรม) เขาเลือกที่จะไม่ทำในประเทศตัวเอง คือเขาทำพื้นที่การเรียนรู้จากซากปรักหักพังของสงครามในซีเรีย มาทำให้เกิดเป็น Space สำหรับเด็กแล้วมัน Impact มาก

คิดว่าจุดไหนของผลงานที่กรรมการนานาชาติชื่นชอบแล้วเทคะแนนให้

ตุลย์ : ตุลย์คิดว่าน่าจะเป็นการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นหลัก เป็นแนวกันคลื่นแล้วก็มีศูนย์การเรียนรู้ กรรมการถามด้วยว่าทำไมโฟกัสแค่เฉพาะหมู่บ้านชาวประมง ตุลย์ก็ตอบไปว่าวัตถุประสงค์ของโครงการคือฟื้นคืนแผ่นดินชายฝั่งที่ต้องใช้เวลา และไม่อยากให้มีกิจกรรมที่รบกวนธรรมชาติมากเกินไป อยากจะให้ความสำคัญกับชุมชนจริงๆ

ดรีม : คล้ายๆ กับตุลย์ที่ว่าเราจะคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคนในชุมชนเป็นหลัก เราสามารถสร้าง Community นี้ขึ้นมา แต่ว่ายังคงวิถีชีวิตเดิมของชาวบ้าน แล้วก็สร้าง Experience ใหม่ระหว่างคนรุ่นใหม่กับชาวบ้าน

มุมมองเรื่อง Sustainable ของเราเปลี่ยนไปไหมหลังการประกวด

ตุลย์ : พอได้ไปแข่งที่สิงคโปร์ เราจะเห็นเลยว่า Sustainable ของเรากับของเขาไม่เหมือนกัน เขาจะอยู่ในบริบทที่แตกต่างจากเรา บางคนก็ทางภูมิประเทศ สภาพสังคมอะไรอย่างนี้

ถ้าเป็นอินโด Sustainable ของเขาก็จะเป็นเรื่องประชากร อย่างจีนก็จะเป็นเรื่องการศึกษา หรืออินเดียเขาก็เลือกที่จะไปทำที่ซีเรีย เป็น Sustainable ทางความรู้สึก มันมีหลายแบบ

 

อุปสรรคที่เจอระหว่างแข่งขันระดับนานาชาติผ่านมันมาได้ยังไง

ดรีม : น่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารด้านภาษา ที่เราต้องนำไปพรีเซนต์กับต่างชาติ แต่ก็มีอาจารย์เป็น Advisor ที่คอยช่วยเหลือตลอด มีกรรมการจากที่ไทยช่วย Support ทำให้งานของเราดูเนื้อหาแน่นขึ้น

ตุลย์ : คงเป็นเรื่องแรงกดดันเพราะเป็นตัวแทนประเทศ แล้วก็ส่วนเรื่องตัวโปรเจกต์น่าจะเป็นเรื่องการนำเสนองาน เพราะว่าเรากำลังจะนำเสนองานที่เป็นงานแก้ไขปัญหาแค่เฉพาะภูมิภาคของเรา การนำเสนอก็คือต้องทำให้เขาเชื่อก่อนว่าปัญหานี้มันเกิดขึ้นจริงๆ จะเป็นจุดที่ยากในการเกลี้ยกล่อมให้เขาเชื่อว่าชายฝั่งมันหายไป

ความแตกต่างระหว่างโครงการนี้กับการประกวดอื่นเป็นยังไง

ดรีม : เราต้องหาโจทย์อะไรก็ได้ที่คิดว่าจะดึงดูดหรือว่าดึงใจกรรมการได้

ตุลย์ : ความยากของการประกวด AYDA คือมันกว้าง เราจะเจออะไรก็ได้ อย่างของอินเดียที่เป็นซากระเบิด ใครจะไปคิดว่าจะมีคนเอาซากระเบิดมาทำเป็นผลงาน มันไม่มีหรอก และมันก็เป็นอะไรที่ไม่ได้เจอกันง่ายๆ ในสายงานออกแบบ การได้เข้าไปคุย ได้แชร์ความคิดเห็น ได้เข้าไปปะทะกับพวกเขาได้อะไรกลับมาเยอะ เยอะมาก

ความฝันต่อไปของทั้งสองคนเป็นยังไง

ตุลย์ : คนที่เรียนออกแบบก็อยากเห็นงานตัวเองถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ แล้วเวิร์ก พอถึงจุดๆ นั้นแล้วมันอาจจะมีแรงผลักดันให้ไปทำอย่างอื่นต่อ

ดรีม : ก็คล้ายๆ ตุลย์ แต่ดรีมเป็นคนที่ชอบหาไอเดียใหม่ๆ อยากให้ไอเดียเราไปปรากฏบนเวทีโลก อยู่ในระดับที่ทั่วโลกรู้จัก

ทิ้งท้ายฝากอะไรถึงคนที่สนใจอยากประกวดในครั้งถัดไป

ดรีม : ถ้าเราไม่กล้าเอาผลงานของเราไปส่งที่มหาวิทยาลัย เราสามารถเอาความคิด ผลงานของเรามาส่งประกวดที่นี่ได้เลย เขาจะไม่มีกรอบ อย่างดรีม ดรีมคิดแบบนอกกรอบของ Interior มากๆ

ตุลย์ : ก็อย่างที่ดรีมบอกคือพอในช่วงที่เรียน มันมีโอกาสไม่มากที่จะออกแบบอะไรก็ได้ ไม่ต้องมีใครมาตีโจทย์ มันก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้แน่ๆ

ตุลย์ : นอกจากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ คงเป็นของรางวัล

ดรีม : รางวัลเยอะมาก

ตุลย์ : AYDA เป็นงานประกวดที่ได้เงินรางวัลเยอะที่สุดแล้ว

ดรีม : คุ้มค่าที่ลงทุนไปมากๆ         

ตุลย์ : ชวนน้องๆ นักออกแบบหน้าใหม่ครับ โครงการ Asia Young Designer Award  by Nippon Paint ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งในการประกวดออกแบบ ที่เราจะได้ทำอะไรที่มันไม่ใช่แค่ได้ทำงานที่เราอยากทำ แต่ว่ามันเป็นการทำงานที่ช่วยให้เราค้นหาตัวเองด้วย

Asia Young Designer Award 2019 by Nippon Paint จะเปิดรับสมัคร ภายใต้หัวข้อ FORWARD: A Sustainable Future ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2019 นักออกแบบรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่หาจากไหนไม่ได้ ลองก้าวเข้าไปเปิดโอกาสของคุณกันได้เลย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/YoungDesignerThailand/ หรือ  wwww.asiayoungdesigneraward-th.com/

แอบขอบอกว่าของรางวัลพิเศษของปีที่ผ่านมาสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับนานาชาติคือได้เข้าร่วมโปรแกรมการเรียนรู้ด้านการออกแบบชนิดเข้มข้นกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 6 สัปดาห์เลยนะ

Content by  Pantawan Siripatpuwadon

Illustration by Yanin Jomwong

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...