โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัยรุ่นเมืองกรุงดับปริศนา 7 ศพ ส่อโยงยานรกชนิดใหม่‘เคนมผง’

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 ม.ค. 2564 เวลา 01.59 น.

วัยรุ่นเมืองกรุงดับปริศนา 7 ศพ ส่อโยงยานรกชนิดใหม่‘เคนมผง’

11 มกราคม 2564 มีรายงานว่า ตลอดช่วงบ่ายของวันที่ 10 มกราคม ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 11 มกราคม 2564 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ในพื้นที่ย่านเจริญราษฎร์ที่พบอุปกรณ์การเสพยาในที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุเกิดจาก “เคนมผง” ยาเคสูตรใหม่ที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 10 มกราคม 2564 โดยพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตในซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 4 เมื่อโคโยตี้สาว อายุ 22 ปี นอนเสียชีวิตภายในบ้านพัก นอกจากนี้ยังพบว่าแฟนหนุ่มอยู่ในอาการสาหัส จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าทั้งคู่น่าจะเสพติดชนิดเคตามีนจนเกิดขนาด เนื่องจากพบซองพลาสติกบรรจุผงคล้ายเคตามีนกับหลอดที่ใช้สูดดม ซึ่งได้นำส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียด    

นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิต และอาการสาหัสอีกหลายราย เช่น ที่ซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 7-20 ย่านพระราม 3 มีผู้เสียชีวิตในห้องนอนตัวเองเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 20 ปี , ในซอยรัชดาภิเษก 18 ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย , ย่านซอยจันทร์ 31 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย , ย่านลุมพินี มีผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย 1 ราย เป็นต้น รวมในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีเหตุผู้เสียชีวิตปริศนา 7 ราย และอาการสาหัสอีกหลายราย

รายงานข่าว แจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตของคดีพื้นที่ย่านเจริญราษฎร์ 7 แยก 4 ที่พบอุปกรณ์การเสพยาในที่เกิดเหตุคาดว่าเกิดจากยาเคสูตรใหม่ ที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเรียกกันว่า “เคนมผง” โดยเป็นการผสมกันของยาเสพติดหลายชนิด ซึ่งเฟซบุ๊กของ “เสือดุสิต” ที่เคยตกเป็นข่าวโด่งดังเกี่ยวกับบ่อนการพนัน ก็เคยออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดใหม่นี้ว่าผลข้างเคียงอาจจะส่งผลกระทบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามหาเบาะแสความเชื่อมโยงของที่มายาเสพติดที่พบทุกเหตุการณ์ เพื่อทลายแหล่งที่มาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...