UNSEEN จุดแคบสุด แม่น้ำน่าน จ.พิษณุโลกห่างแค่เมตรกว่า ลำน้ำโค้งวิ่งสวนทางกัน
ชมจุดแคบที่สุดของแม่น้ำน่านที่ ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก สายน้ำคดเคี้ยววิ่งสวนทางกันเลี้ยวโค้งอ้อมพื้นที่สีเขียว ลักษณะคล้ายเกาะใหญ่รูปร่างคล้ายหัวใจ เนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ ซึ่งก่อให้เกิดช่วงตลิ่งที่แคบที่สุด ความกว้างบนสันดินเชื่อมไปยังเกาะ กว้างแค่เมตรกว่าๆ เท่านั้น คล้ายบางกะเจ้า แม่น้ำเจ้าพระยาไหลโอบอ้อมที่ กทม. ชาวพิษณุโลกจำนวนมากต่างเดินทางมาบุกพิสูจน์ให้เห็นกับตา
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวพาชมจุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำน่าน ที่บริเวณหมู่ 3 ต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นธรรมชาติของแม่น้ำน่านช่วงนี้ที่ไหลคดเคี้ยว แม่น้ำน่านไหลผ่าน ต.วังน้ำคู้ ลงทิศใต้เข้าสู่ จ.พิจิตร เลี้ยวโค้งอ้อมพื้นที่สีเขียวลักษณะคล้ายเกาะใหญ่ รูปร่างคล้ายหัวใจ เนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ ซึ่งก่อให้เกิดช่วงตลิ่งที่แคบที่สุด ความกว้างบนสันตลิ่งเพียงแค่เมตรกว่าๆ เท่านั้น เป็นพื้นที่ลักษณะคล้ายบางกะเจ้า ปอดของชาวกรุงเทพมหานคร ที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลคดเคี้ยว และมีพื้นที่สีเขียวคล้ายกระเพาะหมู โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา
จุดแคบสุดของแม่น้ำน่านที่ ต.วังน้ำคู้ อยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกบนเส้นทางถนนประมาณ 26 กม. ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 30 นาที บนถนนสายพิษณุโลก-บางกระทุ่ม มาทาง ต.วังน้ำคู้ ถ้าเปิดแผนที่นำทางของกูเกิลแมป เมื่อเลยจากเทศบาลตำบลวังน้ำคู้มาไม่กี่กิโลเมตร เลี้ยวเข้ามาทางสถานีอนามัยวังน้ำคู้ ก็จะมาจุดที่จะเข้าไปชม ซึ่งต้องจอดรถยนต์ไว้ด้านนอก ริมถนนภายในหมู่บ้าน และเดินเข้าไปชมจุดที่แคบที่สุดระยะทางประมาณ 200 เมตร
เมื่อมาถึงจุดที่แคบที่สุด และไปยืนอยู่บนสันตลิ่ง ความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ด้านขวามือจะเป็นแม่น้ำน่านที่ไหลลงทิศใต้ ตรงด้านหน้าที่หันเข้าไปจะเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ป่า พื้นที่ทำเกษตร ที่เป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของชาวบ้านหลายราย ด้านซ้ายมือก็จะเป็นแม่น้ำน่าน ที่ไหลอ้อมผ่านพื้นที่สีเขียวรูปหัวใจ ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีชาวพิษณุโลกจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาพิสูจน์จุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำน่านใน จ.พิษณุโลกแห่งนี้ หลังจากอาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ อาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ ได้เดินทางมาชมและเก็บภาพโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก
ขณะที่ภาพจากโดรนของทีมข่าว จะเห็นได้ชัดเจนมากว่า จุดที่แคบที่สุดนั้นมีทางเดินเชื่อมไปยังพื้นที่สีเขียวรูปหัวใจ ระยะทางยาวประมาณ 30 เมตร ความกว้างของทางเดินเมื่อมองจากมุมสูงลงมายิ่งดูแคบมากๆ
ชาวบ้าน ต.วังน้ำคู้ให้ข้อมูลว่า เป็นธรรมชาติของแม่น้ำน่านช่วงนี้ที่ไหลคดเคี้ยวและเกิดขึ้นมานานมากแล้ว ในอดีต 40-50 ปีก่อน เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงเกือบล้นตลิ่ง จะมีลำคลองเล็กๆ ที่ชาวบ้านใช้ล่องเรือผ่านจุดแคบสุดของแม่น้ำน่านช่วงนี้เพื่อร่นระยะเวลาการเดินทาง ขณะที่ช่วงน้ำหลากมากๆ โดยเฉพาะปีมหาอุทกภัย 2554 น้ำได้กัดเซาะจุดที่แคบสุดจนดินตลิ่งพังทลายลง ชาวบ้านก็จะนำไม้มาปัก นำดินมาถม เพื่อให้คงสภาพเป็นทางเดินไปยังพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านหลายราย