โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ใดๆ ในโลกล้วน 'ชาร์โคล' | กินชาร์โคล ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

Campus Star

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2561 เวลา 07.17 น.

ถือเป็นเมนูเรียกลูกค้าของหลายแบรนด์หลายร้าน ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร รวมถึงร้านทั่วไปตามท้องตลาด ที่เอาชาร์โคลมาเป็นส่วนผสมของอาหารต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่ม เพื่อให้มีสีสันแปลกตา คนซื้อก็ได้รูปสวยๆ ไปลงไอจี และยังเคลมว่ามีประโยชน์มากมาย ช่วยดูดซับสารพิษในร่างกายได้ ลองมาดูกันว่า จริงๆ แล้ว ชาร์โคลที่อยู่ในอาหารที่เรากินๆ กันนั้น มันมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราจริงหรือไม่

ชาร์โคล ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา การนำชาร์โคลมาผสมในอาหารเป็นที่นิยมกันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเครป พิซซ่า เส้นสปาเก็ตตี ขนมปัง วาฟเฟิล เค้ก รวมถึงเครื่องดื่ม ไอศกรีม และอีกมากมาย

ไม่ใช่ชาร์โคล แต่เป็น ‘activated charcoal’

activated charcoal หรือถ่านกัมมันต์ เป็น ชาร์โคล หรือถ่าน ที่ผ่านการกระตุ้นด้วยความร้อน ปกติจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับยาเกินขนาด หรือได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย โดยจะช่วยลดการดูดซึมสารพิษหรือสารเคมีไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ส่วนมากได้มาจากเปลือกมะพร้าวเผา ที่ผ่านความร้อนสูง จนกลายเป็นผงสีดำ

ชาร์โคล ประโยชน์เพียบ?

หลายเว็บ หลายข่าว หลายสำนักมีการแนะนำให้ใช้ activated charcoal หรือถ่านกัมมันต์ เพื่อการดีท็อกซ์ หรือดูดซับสารพิษในร่างกาย บ้างก็บอกว่าจะช่วยรักษาอาการแฮงก์ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เรื่องนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามันช่วยได้จริง ๆ และที่สำคัญร่างกายของเราก็มีกลไกที่สามารถกำจัดสารพิษได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วด้วย

นอกจากนี้ยังมีการนำมาผสมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นที่มาสก์หน้า ที่จะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขน หน้าสะอาด ผิวใสไร้สิว หรือจะเป็นยาสีฟันชาร์โคล ที่ใช้แล้วฟันขาว เหมือนไม่เคยเหลืองมาก่อน นอกจากนี้ยังมีการเคลมว่า ชาร์ดคลสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีก

แต่กลับไม่มีใครพูดถึงผลเสียของมัน

ถ้าร่างกายได้รับ activated charcoal มากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน ถ้าคุณกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ผสมชาร์โคล ควบคู่กับการกินยารักษาทางการแพทย์ ชาร์โคลก็จะเข้าไปดูดซึมยา ทำให้ร่างกายคุณไม่สามารถดูดซึมยาที่กินเข้าไป (ยาคุมก็ด้วยนะ ระวังจะท้องแบบงง ๆ)

นอกจากนั้น ความสามารถในการดูดซึมของมันยังจะไปดูดซับสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไป ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ขาดน้ำ และทำให้ท้องผูกได้อีกด้วย

โดยล่าสุด ที่นิวยอร์ก สหรัฐฯ เริ่มมีการสั่งห้ามใช้ชาร์โคลเป็นส่วนผสมในอาหาร โดยเป็นไปตามแนวทางของอย. และกระทรวงสาธารณสุข สหรัฐฯ ที่ระบุว่า การกินชาร์โคลมาก ๆ อาจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้

ขอบคุณข้อมูลจาก: theculturetrip, home

บทความที่เกี่ยวข้อง

Written by: Typrn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...