โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยถอดบทเรียนเวียดนาม อนุสัญญา UPOV ก่อนเข้า CPTPP

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 27 ม.ค. 2562 เวลา 14.04 น.

ประเด็นการเข้าภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ หรือ UPOV 1991 เป็นหนึ่งในประเด็นอ่อนไหวที่ภาคประชาสังคมห่วงกังวลและต้องหาข้อสรุปให้ได้ก่อนการพิจารณาเข้าร่วม Comprehensive and Progressive Trans-Pacific Partnership หรือ “CPTPP” ในโอกาสที่ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำคณะเดินทางเยือน “เวียดนาม” เพื่อนบ้านอาเซียนที่ได้ชิมลางเข้าสู่ CPTPP ไปแล้วเมื่อ 12 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

โดยเหตุที่ภาคประชาสังคมไทยกังวลเนื่องจากเกรงว่าการเข้า UPOV 1991 จะกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร ทำให้ไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ และอาจถูกผูกขาดเมล็ดพันธุ์จนทำให้เมล็ดพันธุ์มีราคาแพง ในหลายประเทศอย่างมาเลเซียและเม็กซิโก ได้ใช้เวลาเตรียมและปรับตัว 4 ปี บรูไน 3 ปี ขณะที่เวียดนามใช้เวลาถึง 5 ปี ดังนั้น จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่ไทยศึกษาต้นแบบ เพื่อเตรียมความพร้อม โดยคาดว่าภายในเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ จะสรุปภาพรวมผลการศึกษาทั้งหมด

สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชภายในกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนาม ระบุว่า “เวียดนาม” มีการวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชอย่าง ข้าว ข้าวโพด และมีการขึ้นทะเบียนพืชไร่สายพันธุ์ใหม่ ๆ 242 คำขอ (ซึ่งเป็นคำขอจากต่างชาติ 42 คำขอ) จากพืช 140 สายพันธุ์ในระยะเวลาช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2550-2561) มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนวันนี้เวียดนามมีสัดส่วนการส่งออกถึง 12.6% ในหลายประเทศและสินค้าเกษตรมีสัดส่วนถึง 20% ของ GDP

แหล่งข่าวจากบริษัท Vinaseed ซึ่งเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ของเวียดนาม ได้วิจัยข้าว ข้าวโพด และพืชผักชนิดต่าง ๆ เพื่อใช้ภายในและส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปขายในลาว กัมพูชา ระบุว่า เวียดนามเป็นภาคี UPOV 1991 แต่ไม่ได้รับผลกระทบตามที่หลายฝ่ายกังวล เพราะราคาเมล็ดพันธุ์ขึ้นอยู่กับกลไกตลาด เกษตรกรสามารถนำเมล็ดพันธุ์ปลูกต่อและขายผลผลิตได้ ห้ามเพียงการนำเมล็ดพันธุ์ขายในแบรนด์ของเจ้าของพันธุ์เท่านั้น

ในขณะที่ความกังวลถึงการละเมิดสิทธิ์นำพันธุ์ไปขึ้นทะเบียน Vinaseed เองกลับไม่พบปัญหานี้ เนื่องจากต่างชาติไม่รู้ศักยภาพพื้นที่ ดินฟ้าอากาศ ความต้องการตลาดมากกว่าเกษตรกรในท้องถิ่นเอง

แต่ทางตรงกันข้ามเวียดนามกลับได้สายพันธุ์ใหม่จากสมาชิก UPOV 1991 มาช่วยพัฒนา โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างชาติ เห็นได้จากสวนส้มโอ Trang Trai Ha Dan ซึ่งเกษตรรายนี้สามารถพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ส้มโอจนสามารถจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ที่มีลักษณะพิเศษตรงกับที่ตลาดต้องการ มีรายได้ 1 ล้านบาท/ปี ส่วนใหญ่เป็นการขายกิ่งพันธุ์และผลผลิตรองลงมา ขณะเดียวกัน ยังทำให้ราคาของผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 30 บาท เป็น 120 บาท/ลูก

นางสาวธิดากุญ แสนอุดม นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบายให้เห็นว่า ปัจจุบันไทยมีกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ปี 2542 อยู่แล้ว และอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริง และให้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรมากที่สุด อย่างไรก็ตาม มองว่าการเข้า UPOV 1991 นั้น ไทยยังสามารถยกร่างหรือกำหนดกฎหมายได้เอง

ด้าน นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า UPOV 1991 ถ้าทำแล้วไม่กระทบก็ควรเข้า แต่ไทยยังมีเวลาศึกษา เราดูเวียดนามเป็นตัวอย่าง เราห่วงเพียงรายย่อยที่ยังไม่เข้าใจด้วยขาดข้อมูลข่าวสาร รัฐต้องทำงานเชิงรุกลงพื้นที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น ปรับปรุงระเบียบราชการ เนื่องจากเกษตรกรนำพืชพันธุ์ใหม่ขึ้นทะเบียนเพียง 1% เท่านั้น นอกจากนี้ไทยจำเป็นต้องวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วย

นายมานพ แก้วโกย ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ขวัญทุ่งกุลา กล่าวว่า เวียดนามถือเป็นคู่แข่งของไทย ด้วยความสามารถในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ใหม่ ๆ ได้เองและสามารถขายออกสู่ตลาดได้ UPOV 1991 ทำให้เขาได้เทคโนโลยี และพันธุ์พืชใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ รัฐบาลเวียดนามให้เงินสนับสนุนด้านการวิจัยให้ถึง 4% ของงบประมาณ รัฐบาลไทยจำเป็นอย่างมากที่ต้องหันมาดูเรื่องวิจัยอย่างจริงจัง

“วันนี้ไทยยังไม่ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม CPTPP หรือไม่ แต่แน่นอนว่าไทยต้องหันมาศึกษาเรื่อง UPOV 1991 อย่างจริงจัง เพราะจะเป็นโอกาสในการรับพันธุ์พืชใหม่ ๆ เข้ามา ลดการผูกขาดจากรายใหญ่ หรืออาจถูกต่างชาติก๊อบปี้แล้วไปขึ้นทะเบียนก็เป็นไปได้ทั้งหมด”

จะเห็นว่าในปี 2560 เวียดนามส่งออกสินค้าข้าว ข้าวโพด มัน ยาง กุ้ง รวมมูลค่า 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 11% จากปีก่อนหน้านี้ ขณะที่ไทยส่งออกสินค้าหลัก ข้าว ไก่ มัน กุ้ง ยาง และประมง รวมมูลค่า 42,555 ล้านเหรียญสหรัฐมี อัตราการเติบโต 11.4% ถือว่าสูสันกัน แต่หากไทยไม่สามารถพัฒนาวิจัยพันธุ์พืชใหม่ ๆ ได้ ไทยจะไม่เพียงแค่ตกขบวน CPTPP แต่ยังจะถูกแซงอย่างน่าเสียดาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...