โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 เทคนิคดีๆ สู่ความมั่นใจในตัวเอง

TERRABKK

อัพเดต 10 ต.ค. 2561 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 10.14 น. • TERRABKK
9 เทคนิคดีๆ สู่ความมั่นใจในตัวเอง

          คุณมักจะเห็นคนพวกนี้อยู่ในหลายๆ ที่ เดินอย่างมีความมั่นใจเข้าไปขอไลน์คนที่เจอในผับ พูดสร้างแรงบันดาลใจตามเวทีต่างๆ หรือเป็นหน่วยกล้าตายถามคำถามอันสุดแสนจะน่ากลัวกับเจ้านาย สิ่งที่คนเหล่านี้มีก็คือความมั่นใจ! คุณเคยแอบหวังว่าคุณจะมีความมั่นใจได้แบบพวกเขา กล้าที่จะทำในสิ่งที่พวกเขาทำ หรือกล้าที่จะพูดในสิ่งที่พวกเขาพูดไหมล่ะ?

          เมื่อพูดถึงคำว่า “ประสบความสำเร็จ” คุณนึกถึงอะไรคะ? ผู้คนในทีวี หรือชีวิตจริงที่ดูเหมือนจะไม่กลัวอะไรเลย และมักจะมีคำพูดดีๆ ไว้สอนคนอื่นตลอดเวลา พวกเขาดูมั่นใจมากเลยใช่มั้ย? แน่นอน ความมั่นใจนั้นจะทำคุณไปสู่ความสำเร็จและเรื่องอื่นๆ ด้วย

          บางคนอาจจะคิดว่าความมั่นใจเป็นเรื่องของพรสวรรค์เฉพาะบุคคล แต่จะบอกให้ว่า จริงๆ แล้ว ความมั่นใจนั้นเป็นทักษะที่ฝึกกันได้นะคะ ไม่มีใครมั่นใจในตัวเองตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่หรอก แต่เป็นสิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอ หรือตัวแปรทางสังคมต่างๆ ที่สร้างให้เรามีวิธีคิดแบบที่เป็นอยู่

          หรือบางคนคิดว่า คนที่มีความมั่นใจในตัวเองจะต้องไม่กลัวอะไรเลย ไม่จริงนะคะ พวกเขาก็มีข้อจำกัดและความกลัวที่ทำให้พวกเขาไม่มั่นใจได้เหมือนกับเราๆ เนี่ยแหละ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างก็คือ ความสามารถที่จะก้าวข้ามความกลัวและเอาชนะมันให้ได้

          และนี่ก็คือเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และมันก็เหมือนกับการฝึกนิสัยทั่วๆไป ก็คือคุณต้องทำให้ชิน ทำให้เป็นนิสัย แล้วความมั่นใจก็จะอยู่ใน DNA ของคุณเองล่ะ

1. รับรู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน

          ไม่ใช่เราทุกคนที่จะมีเวลาทำความเข้าใจกับความแข็งแกร่งของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม การรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญในการเพิ่มความมั่นใจ มันมีสื่อออนไลน์และหนังสือหลายเล่มเลยล่ะที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตรงนี้ได้ StrengthFinder 2.0 ก็เป็นหนังสือที่ดี และยังมีแบบทดสอบออนไลน์เพื่อค้นพบความแข็งแกร่งของคุณอีกด้วย 

          กุญแจสำคัญของข้อนี้ก็คือ การหาความแข็งแกร่งของตัวเองให้เจอและย้ำเตือนตัวเองไว้เสมอ คุณอาจจะลองเขียนออกมาเป็นลิสท์แล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋าสตางค์ โต๊ะทำงาน หรือติดไว้หน้ากระจกก็ได้ เพื่อที่จะได้ย้ำเตือนให้คุณมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองยังไงล่ะ

2. ฝึกมากๆ ก็จะเก่งไปเอง

          ยิ่งคุณทำอะไรบ่อยมากเท่าไหร่ คุณก็จะเชี่ยวชาญมากขึ้นเท่านั้น เมื่อคุณหัดขี่จักรยานครั้งแรก คุณอาจจะล้มบ่อยครั้ง แต่เมื่อคุณหัดไปเรื่อยๆ จนคุณไม่ล้มแล้ว แล้วคุณก็จะมีความสุขกับการขี่จักรยานในที่สุด นี่คือสิ่งที่คุณสามารถปรับใช้กับในหลายๆ แง่มุมของชีวิตได้ค่ะ

          เมื่อเจอสถานการณ์ที่คุณไม่คุ้นชินหรือไม่สบายใจ เช่นถ้าคุณไม่ชอบกินข้าวคนเดียว ก็ลองไปนั่งกินข้าวคนเดียวสัก 2-3อาทิตย์ดู ในตอนแรกมันอาจจะรู้สึกแปลกและแย่มากๆ คุณจะรู้สึกไม่มั่นใจและเวลาก็ช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน แต่เมื่อเข้าสู่อาทิตย์ที่สาม เรากล้าพูดเลยว่าคุณจะมีความมั่นใจมากขึ้น หรือถ้าคุณกลัวการพูดในที่สาธารณะ ก็ไปพูดในที่สาธารณะดู พูดให้มากๆ จนเลิกกลัวไปเลย และในเวลาไม่นาน คุณก็จะสามารถพรีเซ้นท์งานได้อย่างมั่นใจและสบายๆ

3. อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น?

          ในหลายๆ ครั้ง อาจจะมีเสียงเล็กๆ ในหัวเราแย้งขึ้นมาว่า “แน่ใจแล้วเหรอ? เราจะทำมันได้จริงเหรอ? ถ้าเกิดว่ามันแป้กล่ะ? ถ้าคนอื่นหัวเราะเยาะล่ะ?” และคำถามอื่นๆ อีกเพียบ

          นั่นคือเหตุผลที่ว่า คำถามอย่าง “อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้?” อาจจะให้มุมมองที่แตกต่างออกไปแล้วทำให้เจ้าเสียงพวกนี้มันหุบปากได้ อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณชวนคนที่คุณแอบชอบไปกินข้าว? เขาอาจจะปฏิเสธ แล้วยังไงล่ะ? โลกแตกมั้ย? ลองถามคำถามนี้กับตัวเองดูเมื่อเกิดความกังวลนะคะ

4. ความสำเร็จที่ผ่านๆ มา

          “ยิ่งคุณจดจำความสำเร็จที่ผ่านมาได้มากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งมีความมั่นใจในการเดินต่อไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จได้มากขึ้นเท่านั้น” – Jack Canfield

          ใจความสำคัญของเทคนิคนี้ก็ตามด้านบนเลยค่ะ การประสบความสำเร็จนั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็นับว่าเป็นความสำเร็จที่ควรจดจำและน่ายินดีค่ะ บางครั้งเราอาจจะหลงทางหรือหลงลืมความสำเร็จเล็กๆ ในระหว่างทางที่เรากำลังก้าวเดินไปสู่เป้าหมาย แต่ความสำเร็จแต่ละครั้งที่ผ่านมาก็ควรจะถูกระลึกถึงอยู่บ่อยๆ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงถึงความสามารถที่คุณมีและเพิ่มความมั่นใจให้แก่คุณ

5. เตรียมตัว

          สำหรับเรื่องบางเรื่อง การเตรียมตัวมาล่วงหน้าก็จะช่วยทำให้เจ้าเสียงเล็กๆ ในหัวที่ชอบมาลดทอนความมั่นใจของเราเบาลงไป และจะช่วงป้องกันไม่ให้มันดังขึ้นมาอีกด้วย เตรียมตัวสำหรับการพูดบนเวทีหรือการไปประชุมกับหัวหน้าที่คุณไม่มั่นใจเอาไว้ก่อน จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอย่างแน่นอน

6. กล่าวขอบคุณสำหรับคำชม

          เวลาที่มีใครชมอะไรคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน อะไรที่คุณทำ อะไรที่คุณพูด หรือบอกว่าวันนี้คุณดูดีมากเลย จะตอบว่าอะไรดีคะ? อย่าตอบแบบนี้เชียวนะ “อ๋อ มันไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรอก” “เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมได้รางวัล แหะๆ” “เออจริงๆ ก็ไม่น่าจะทำได้หรอก” “มันก็แค่ฟลุกน่ะ” ประโยคพวกนี้มันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองที่อ่อนแอมาก เพราะคุณไม่เชื่อมันในตัวว่ามากพอที่จะยอมรับคำชมนั้น

          ลองเปลี่ยนวิธีคิดและยอมรับคำชมมากขึ้นอย่างเต็มใจ เมื่อมีคนชม จงเรียนรู้ที่จะขอบคุณพวกเขาอย่างสบายๆ ขอบคุณที่พวกเขาสามารถจดจำความสามารถของคุณได้และสนับสนุนในสิ่งที่คุณทำ มันเป็นภาพสะท้อนของการเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเมื่อทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ มันก็จะเริ่มฝังรากลึกลงไปกลายเป็นความมั่นใจในตัวเองนั่นเองค่ะ

7. แกล้งทำจนกว่าคุณจะทำได้จริงๆ 

          มันมีแนวคิดอยู่สองแบบสำหรับข้อนี้ อย่างแรกก็คือ เชื่อว่าการแกล้งทำอะไรสักอย่างจะเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการทำสิ่งนั้นๆ ได้ แต่มีอีกแนวคิดที่ตรงกันข้ามก็คือ เชื่อว่าการแกล้งทำอะไรที่มันไม่จริงนั้นไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ดังนั้น เราจะแนะนำให้คุณอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 แนวคิดนี้ค่ะ

          คุณลองนึกถึงการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานสิคะ นั่นก็เป็นการแกล้งทำในอีกรูปแบบหนึ่งเหมือนกันนะ คุณแกล้งแต่งตัวดีๆ ไปสัมภาษณ์งาน คุณต้องการงานนั้นๆ คุณเชื่อว่าคุณสามารถทำมันได้ และคุณก็แสดงให้กรรมการสัมภาษณ์เห็นด้วยการแต่งกายของคุณ (ถึงแม้ว่าเข้าไปทำงานแล้วคุณจะไม่ได้แต่งตัวหรือมีแนวคิดในแบบเดียวกับที่ตอบคำถามตอนสัมภาษณ์ก็ตาม)

          อย่างไรก็ตาม คุณอาจจะไม่สามารถแกล้งเป็นนักร้องมืออาชีพได้ถ้าคุณเคยแต่ร้องเพลงงืมงัมตอนอาบน้ำ แต่ถ้าคุณเป็นนักร้องที่มีความสามารถและประสบการณ์ และกำลังมองหาโอกาสที่ดีขึ้นในการร้องเพลง การเติมนั่นนิด นี่หน่อย มันก็ไม่ผิดอะไรใช่ไหมล่ะคะ บางที พอถึงจุดนั้นคุณอาจจะไม่ต้องแกล้งทำแล้วก็ได้นะ

8. พลังของการย้ำเข้าไปในจิตใต้สำนึก

          เทคนิคข้อนี้คือการใช้ประโยคตอกย้ำแบบง่ายๆ ให้พลังบวก เพื่อจุดมุ่งหมายในการย้ำเตือนข้อความบางอย่างลงไปในจิตใต้สำนึกเรา ซึ่งประโยคพวกนี้จะสร้างความเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จ และตอกย้ำมันลงไปในจิตใต้สำนึกเราให้เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ มันจะส่งสัญญาณไปยังสมองและช่วยให้เราหลุดออกมาจากกรอบความคิดที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับประโยคตอกย้ำพวกนี้ก็คือ มันไม่มีข้อจำกัดว่าคุณจะสร้างประโยคเหล่านี้ขึ้นมาได้กี่ประโยค และแต่ละประโยคก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับการตอกย้ำเรื่องบางเรื่องเข้าไปในใจเรา

          กุญแจสำคัญก็คือ พูดประโยคเหล่านี้บ่อยๆ เพื่อย้ำเตือนให้เราจำได้ ทำให้ประโยคเหล่านี้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นด้วยการยืนหน้ากระจกแล้วพูดกับตัวเอง และนี่ก็คือตัวอย่างของประโยคตอกย้ำค่ะ

  • ฉันมั่นใจในความสามารถที่จะทำอะไรก็ตามที่ฉันตั้งใจจะทำ
  • ฉันค้นพบสิ่งดีๆ เกี่ยวกับตัวเองเพิ่มขึ้นทุกวัน
  • ฉันชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ และนี่ก็จะทำให้คนอื่นๆ ยอมรับฉันในแบบที่ฉันเป็น
  • ฉันเชื่อในตัวเองอย่างสุดหัวใจ
  • ฉันเชื่อว่าฉันสามารถประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่ฉันต้องการ
  • ฉันมีความสามารถอย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่จะเอาชนะความท้าทายที่ผ่านเข้ามา
  • ศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จของฉันนั้นมันไม่มีที่สิ้นสุด
  • ฉันรู้ว่าตัวฉันเองนั้นมีค่า

9. รู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

          ในโลกที่หมุนอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน บางครั้งเราก็อาจจะหลงทาง หรือไปสนใจกับเรื่องแย่ๆ ที่ผ่านเข้ามาและสร้างความท้าทายให้กับชีวิตเรา จนลืมที่จะนึกถึงและซาบซึ้งกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราบ้าง การยินดีกับเรื่องดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรากลายมาเป็นของตาย ที่บางทีเราก็ลืมไปว่าเรื่องพวกนี้แหละที่ทำให้ชีวิตเราสวยงาม

          นิสัยดีๆ อีกอย่างที่คุณควรจะมีก็คือการให้เวลาซาบซึ้งและรู้สึกดีกับเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้น ลองเขียนบันทึกความซาบซึ้งด้วยการใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 นาทีก่อนนอน เขียน 3-5 อย่างในชีวิตที่คุณรู้สึกซาบซึ้งหรือรู้สึกดีด้วย พลังของตัวหนังสือนั้นถูกพิสูจน์แล้วว่ามีมากกว่าคำพูดค่ะ สิ่งที่คุณเขียนลงไปไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่หรือว่าซีเรียส เรื่องอย่าง กลิ่นคุ้กกี้ที่พึ่งอบใหม่ อ้อมกอดจากคุณพ่อคุณแม่ หรือเรื่องใหญ่ๆ อย่างการได้เลื่อนขั้น หรือ ได้มีเวลาอ่านหนังสือเป็นชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครรบกวน ต่างก็เป็นเรื่องที่เราควรจะยินดีด้วยกันทั้งนั้น และมันก็ไม่มีข้อจำกัดด้วยว่าเราจะยินดีกับเรื่องต่างๆ ได้กี่เรื่อง ดังนั้น ทำให้กลายเป็นนิสัย แล้วมันจะเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณอย่างแน่นอน แล้วความมั่นใจของคุณก็จะพุ่งทะลุปรอทไปเลยล่ะ 

          อย่างที่บอกไปข้างบนนะคะ เทคนิคเหล่านี้ต้องมีการฝึกใช้ และทบทวนจนกว่ามันจะเข้ามากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ แต่มันก็คุ้มนะเวลาที่คุณเห็นตัวเองมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามความมั่นใจไม่ใช่การรู้คำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง แต่คือการพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าโดยที่รู้ว่าเดี๋ยวคำตอบมันก็มาเองนั่นแหละ มันคือการที่รู้ว่าคุณจะสามารถจัดการกับอะไรก็ตามที่เข้ามาได้นั่นเอง   ขอบคุณข้อมูลจาก www.workventure.com  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...