โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SFLEX เปิดงบ Q2/64 รายได้แตะ 428.5 ลบ. มั่นใจโค้งหลังโตต่อเนื่อง หนุนผลงานปีนี้โตทะลุเป้า

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 15.32 น.

บอร์ด SFLEX อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล อัตราหุ้นละ 0.04 บาท พร้อมจัดสรรวอร์แรนท์ฟรีให้ผู้ถือหุ้นเดิม 2 ชุด SFLEX-W1 และ SFLEX-W2 จำนวน 184.50 ล้านหน่วย ในอัตราส่วน 10:1 และ 8:1 ตามลำดับ หลังเปิดงบไตรมาส 2/2564 รายได้รวมทะยานแตะ 428.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32%ทำนิวไฮได้ต่อเนื่อง ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.3% ผลจากออเดอร์บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภค และบริโภคโตทะลัก ฟากซีอีโอ “สมโภชน์ วัลยะเสวี” ระบุแนวโน้มครึ่งปีหลังเข้าช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าตุนไว้เพียบ รุกบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหาร-เครื่องมือแพทย์ มั่นใจช่วยผลักดันรายได้ปีนี้โตทะลุเป้า 1,560 ล้านบาท
ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนชั้นนำในประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2564 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2564 ในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 32.8 ล้านบาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 23 สิงหาคม 2564 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record date) วันที่ 24 สิงหาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 9 กันยายน 2564
รวมทั้งมีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (SFLEX-W1) จำนวนไม่เกิน 82,000,000 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราการจัดสรร 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ SFLEX-W1 ซึ่งมีอายุ 18 เดือน และสามารถใช้สิทธิได้ครั้งแรกทุก 6 เดือน โดยอัตราการใช้สิทธิอยู่ที่ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ที่ราคาใช้สิทธิ 4.50 บาทต่อหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัท เพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินในการดำเนินโครงการในอนาคตและการนำไปใช้ในการลงทุนในต่างประเทศ
พิจารณาอนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่ 2 (SFLEX-W2) จำนวนไม่เกิน 102,500,000 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราการจัดสรร 8 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ SFLEX-W1 ทั้งนี้มีอายุ 4 ปี และสามารถใช้สิทธิได้ครั้งเดียว ณ วันครบกำหนดอายุฯ โดยอัตราการใช้สิทธิอยู่ที่ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ที่ราคาใช้สิทธิ 10 บาทต่อหุ้น จึงรวมเป็นทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 184,500,000 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจเพื่อสร้าง s curve ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวเป็นบริษัทผลิตบรรจุภัณท์ชนิดอ่อนระดับแนวหน้าของอาเซียน
ทั้งนี้คณะกรรมการยังมีมติอนุมัติเสนอให้พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 410,000,000 บาท เป็นจำนวน 502,250,000 บาท โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,004,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยออกหุ้นสามัญจำนวน 184,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท รวม 92,250,000 บาท โดยเพิ่มทุนในลักษณะกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้เงินทุน เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ SFLEX-W1 และ SFLEX-W2
โดยมีกำหนดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ในวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2564 และกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 16 กันยายน นี้
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2564 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564) มีรายได้รวมอยู่ที่ 428.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 324.7 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ยังคงทำสถิติสูงสุดได้ต่อเนื่อง ขณะที่มีกำไรสุทธิ 38.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8 ล้านบาท หรือ 29.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 30.1 ล้านบาท
"ในช่วงไตรมาส 2/2564 ภาพรวมผลการดำเนินงานเป็นไปตามคาดการณ์ไว้ และยังสามารถสร้างรายได้รวมที่สร้างสถิติสูงสุดได้อีกด้วย เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องจากแผนการขยายฐานลูกค้าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องคำนึงถึงการเตรียมวัตถุดิบให้เพียงพอกับคำสั่งซื้อของลูกค้า แต่บริษัทได้มีแนวทางการรับมือด้วยนโยบายการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ต่อไป”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวอีกว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ คาดว่าน่าจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นช่วง high season ของธุรกิจที่จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่ารายได้จากการขาย Flexible Packaging ในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 1,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างสถิติสูงสุดใหม่จากปีก่อน และเป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...