โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอนามัยเตือน ดื่ม "น้ำบาดาล" ไม่ผ่านระบบกรองอันตราย-ฟันตกกระ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2564 เวลา 09.22 น.

กรมอนามัย แนะนำให้ดื่มน้ำบาลที่ผ่านระบบกรองตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก หลีกเลี่ยงรับโดยตรงจากแหล่งน้ำดิบ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 จากกรณีที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกมายืนยันว่า “น้ำบาดาลโซดา” ที่เจาะพบที่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี สามารถดื่มได้ ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ล่าสุด มติชนรายงานว่า นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า การนำน้ำมาดื่ม ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำดิบมาดื่มโดยตรง ควรเป็นน้ำดิบที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพด้วยการกรอง

สำหรับ “น้ำบาดาลโซดา” จากแหล่งน้ำดิบตามที่เป็นข่าวนั้น มีค่าฟลูออไรด์สูง อยู่ที่ปริมาณ 1.1 – 1.4 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีค่าเหล็กสูงอยู่ที่ปริมาณ 10 – 28 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งสูงเกินกว่าเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563 กำหนดตามคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก ระบุว่า

ฟลูออไรด์ต้องมีค่าไม่เกิน 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร และเหล็กต้องมีค่าไม่เกิน 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร เนื่องจากหากร่างกายได้รับฟลูออไรด์ ปริมาณสูงเกิน 0.07 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เป็นเวลานานจะเป็นสาเหตุของการเกิดสภาวะฟันตกกระตามมาได้

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหล็กนั้น หากมีในน้ำดื่มไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถดื่มได้ทุกวันโดยไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ถ้ามากกว่านั้นอาจจะเกิดการสะสมจนเกิดภาวะเหล็กเกิน ตามอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อต่อ ตับ ตับอ่อน และหัวใจ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคตับ โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน เนื่องจากในแต่ละวันคนเราจะได้รับเหล็กในอาหารเป็นหลักอยู่แล้ว

“ทั้งนี้ น้ำที่เหมาะสำหรับการบริโภคในครัวเรือนนั้น ควรมีคุณภาพตามเกณฑ์แนะนำขององค์การ อนามัยโลก ซึ่งกรมอนามัยใช้เป็นแนวทางในการจัดทำเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้มาโดยตลอด ซึ่งประกาศกรมอนามัย เรื่องเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563 ได้กำหนดเกณฑ์เพื่อชี้วัดคุณภาพน้ำประปา ที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค”

“โดยมีตัวชี้วัดทั้งทางด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ จำนวน 21 รายการ เพื่อเป็นเกณฑ์อ้างอิงทางวิชาการที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาให้เหมาะสมสำหรับการบริโภคในครัวเรือน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...