โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดอีกคลิป แก๊งป่วนตำรวจต่อยอาสากลางโรงพัก ญาติโวยตำรวจไม่ห้ามปล่อยโดนกระทืบ

Khaosod

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2560 เวลา 10.07 น.

  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สายไหม ได้เดินทางมาประชุมและติดตามความคืบหน้าคดี เหตุวิวาทในปั้มน้ำมันเรื่องห้ามสูบบุหรี่ ทำพ่อค้าน้ำมันเก่าฉุนทำร้าย ตร.ก่อนสกัดแล้วนำตัวมาที่สน.สายไหม   พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาตรวจสอบรายละเอียดของคดีดังกล่าว โดยประการที่ 1 ตนพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ประการที่ 2 เดินทางมาให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความอดทนอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่   พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ เปิดเผยว่า ขณะตนจากงานศพที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามได้ยินเสียงวอ สกัดจับรถยนต์บริเวณ ถ.ถนนเทพารักษ์ ( วัชรพลตัดใหม่ ) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตนเดินทางมาพอดี จากนั้นเห็นรถคันดังกล่าวจึงได้ให้คนขับรถของตนขับรถปาดด้านหน้าเพื่อไม่ให้หลบหนี จากนั้นก็ได้เรียกให้ลงมาจากรถเพื่อทำการซักถาม เมื่อลงมาก็อยู่ในอาการมึนเมา จะเข้ามาทำร้ายตนแต่ลูกน้องของตนเข้ามากันไว้ จึงกลุ่มผู้ต้องหาก็ได้จะทำร้ายลูกน้องของตนตนจึงได้เข้าห้าม แต่ด้วยความที่พวกตนมี 4 คน และกลุ่มผู้ก่อเหตุมี 5 คนตนจึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เจ้าหน้าทหารพูดคุย โดยใช้เวลาอยู่ตรงนั้นเวลาประมาณ 45 นาที ก่อนจะถูกควบคุมตัวมาที่สน.สายไหม อย่างไรขอยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปรวมทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้ต้องก่อเหตุแต่อย่างใด

ด้านด.ต.ธวัช สายเสมา อายุ 44 ปี ผบ.หมู่ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกทำร้าย เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.สุขาภิบาล 5 ซ.17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพ จึงได้ไปกับ ด.ต.วสุ ธนิชารุ่งเกษม ผบ.หมู่ป. สน.สายไหม เพื่อเข้าระงับเหตุ เมื่อไปถึงปั๊มพบกลุ่มคนดังกล่าวยืนโต้งเถียงกันอยู่กับคนดูแลปั๊มเรื่องการสูบบุหรี่ภายในปั๊ม ต่อมา 1 ในนั้นทราบชื่อต่อมานายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี พยายามจะขับรถกระบะนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีทอง หมายเลขทะเบียน ปพ 6910 กรุงเทพมหานคร ด้านหลังบรรทุกน้ำมันเก่า   ตนเกรงว่าถ้าปล่อยให้ออกไปจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถคนอื่นๆ จึงเข้าไปดึงกุญแจออกมา แต่กลับเป็นว่า ถูกนายโสภณ ชกเข้าที่คิ้วขวา 1 ครั้ง หลังจากนั้นคนอื่นๆกอื่นๆก็เข้ามาจนเกิดการชุลมุนกันขึ้น ตนเห็นท่าไม่ดีจึงถอยออกมา ทันใดนั้นมีอะไรมากระแทกที่ต้นคอด้านซ้ายจนทำให้ตนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาพบว่าบัตรประจำตัวข้าราชการและโทรศัพท์ได้หายไปด้วย หลังจากตั้งสติได้ ตนจึงวิทยุให้ช่วยสกัดจับ พบรถคันดังกล่าวบริเวณ ถ.ถนนเทพารักษ์ ( วัชรพลตัดใหม่ ) แยกลานกีฬา รามอินทรา จึงรุดไปตรวจสอบและเข้าสกัดจับ แต่กลุ่มนายโสภณ ยังอาละวาดไม่หยุด อีกทั้งยังเอาโทรศัพท์โยนทิ้งป่าหญ้าข้างทาง หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัครกู้ภัย อปพร.สายไหม อาสาสมัครกู้ภัยสยามรวมใจ เข้าร่วมสังเกตุการณ์ ซึ่งขณะนั้นกลุ่มนายโสภณได้อาละวาทด่าทอ ทุกคนที่อยู่ละแวกนั้น จึงรีบควบคุมตัวมาที่ สน.สายไหม   ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พนักงานปั๊ม กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายได้ขับขี่เข้ามาภายในปั๊มเพื่อต้องการจะเติมนำมันที่หัวจ่ายที่ 6 เมื่อเปิดกระจกรถพบเห็นคนภายในรถสูบบุหรี่ จึงเตือนและบอกว่าถ้าหากไม่เลิกสูบบุหรี่จะไม่เติมน้ำมันให้เพื่อความปลอดภัย ทางกลุ่มคนร้ายจึงเกิดความไม่พอใจ ก่อนจะเปิดฝากระโปรงรถพร้อมกับบอกว่า "งั้นขอซ่อมรถแทน หม้อน้ำเสีย" โดยระหว่างการซ่อมก็มีการสูบบุหรี่ไปด้วย ตนดูท่าทางไม่เป็นมิตรจึงเดินหนีและแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงกลุ่มคนร้ายยิ่งไม่พอใจหนักกว่าเดิม และมีการด่าเจ้าหน้าที่อย่างสาดเสียเทเสีย จากนั้นมีฝ่ายผู้ต้องหามีการถ่ายคลิปพร้อมกับพูดว่า "มึงผลักกูหรอ" ต่อมากลุ่มคนร้ายจะพยายามขับรถหนีและเกือบชนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนขวางอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดึงกุญแจรถออกมา คนร้ายจึงเปิดประตูลงจากรถและเตะก้านคอจนเจ้าหน้าที่ล้มทั้งยืนก่อนจะเตะหน้าซ้ำอีกหนึ่งครั้ง และขับรถหลบหนีไป   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายปกรณ์ 1 ใน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาสอบสวนต่อหน้าสื่อมวลชน ซึ่งนายปกรณ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งปลดทหารและมาเป็นลูกจ้างขนน้ำมันซึ่งก่อนเกิดเหตุตนไม่ได้สูบบุหรี่แต่แค่ใช้บุหรี่ทัดไว้ที่หูเท่านั้น โดยตนไม่ทราบว่าเพื่อนทะเลาะอะไรกับเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อมาถึงที่ สน.สายไหม ตนโดนผลักหน้าอกจึงเกิดความโมโหและก่อเหตุดังกล่าว   ด้าน นายสัมพันธ์ ทับหิรัญ อายุ 47 ปี น้าชายของนายโสภณ กล่าวว่า จากการสอบถามหลานชายถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ผ่านมาทราบว่าก่อนเกิดเหตุหลานชายและกลุ่มเพื่อนได้ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มดังกล่าว แต่ถูกตำหนิจากเด็กปั๊มว่าห้ามสูบบุหรี่ หลานชายและพวกจึงขออนุญาตใช้สถานที่ซ่อมรถแทนเนื่องจากรถมีปัญหาเกี่ยวกับหม้อน้ำไม่สามารถขับต่อไปได้ แต่ระหว่างนั้นทางเจ้าของปั๊มได้เดินเข้ามาต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงและพูดจาดูถูกจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ก่อนที่ทางเจ้าของปั้มจะให้พนักงานโทรศัพท์แจ้งตำรวจ พอทันทีที่เจ้าหน้าที่มาถึงก็ได้เดินไปที่รถแล้วถามหลานชายตนเองว่า “รู้ไหมว่าตนเป็นใคร” พร้อมกับทำการดึงกุญแจรถออกไป จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอีกระหว่างกลุ่มหลานขายของตนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกระทั่งมีการลงไม้ลงมือกันขึ้น แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่เป็นคนเริ่มใช้ความรุนแรงก่อน

ทั้งนี้ ต่อมาระหว่างที่กำลังทะเลาะกันอยู่นั้นก็ได้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิหนึ่งเข้ามาช่วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้กลุ่มของหลานชายตนเกิดการกระทบกระทั่งกับทางกลุ่มของเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฯขึ้นมาอีก ก่อนจะแยกย้ายกันไป แต่ทางกลุ่มเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฯไม่ยอมจบ ตามมาที่โรงพักอีก ก่อนที่จะมีการดักรอทำร้ายกลุ่มของหลานชายที่บริเวณด้านหน้าโรงพักในช่วงเวลาต่อมา   ทั้งนี้ ระหว่างที่เกิดเหตุหน้าโรงพักนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ปฏิบัติหน้าที่เข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์เท่าที่ควร จะมีก็เพียงเจ้าหน้าที่ทหารส่วนใหญ่ที่คอยเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่กลุ่มเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯจะแยกย้ายกันหลบหนีไปได้หมด ทั้งๆที่ระหว่างเกิดเหตุนั้นทาง ผกก.สน.สายไหม ก็ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์หมดทุกอย่าง กลับกลายเป็นกลุ่มของหลานชายตนเท่านั้นที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว   นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ภายหลังจากที่หลานชายของตนถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ยอมให้ญาติทำการแจ้งความเอาผิดกับทางกลุ่มผู้ที่รุมทำร้ายในทันที แต่ให้มาติดต่อใหม่อีกครั้งในวันต่อมาแทน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ยอมให้หลานชายของตนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน ทั้งๆ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กลับให้ทำการรักษาในเบื้องต้นก่อนนำตัวกลับมาคุมขังที่โรงพักต่อ แล้วส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้งในช่วงเช้าอีกครั้งแทน อย่างไรก็ตามการที่ตนออกมาเรียกร้องนั้นก็เพื่อขอความเป็นธรรมในส่วนของการที่หลานชายตนถูกรุมทำร้ายที่บริเวณด้านหน้าโรงพักเพียงเท่านั้น ส่วนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตนก็พร้อมที่จะยอมรับและว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ส่วนลักษณะนิสัยหลานชายของตนนั้น ตนยืนยันเค้าเป็นคนดี เป็นคนขยันทำมาหากิน ไม่ใช่วัยรุ่นเที่ยวเตร่ เสพยาเสพติด เหมือนกับที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัย แต่ยอมรับว่าเป็นคนใจร้อน ไม่ยอมคนหากไม่ได้ทำผิด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน พร้อมข้อหานายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี และนายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี ในข้อหา "ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน", "ต่อสู้และขัดขว้างการจับกุม" , "ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน" , "ลักทรัพย์" , "ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน" ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็นสมาชิกของแก๊ง "ยันหว่าง" ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีการรวมตัวกันในพื้นที่และเคยก่อเหตุยิงคนตายมาแล้วที่ซอยสายไหม34 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติทั้ง 4 คนพบว่านายโสภณ เคยมีประวัติเมาแล้วขับ ทำลายทรัพย์สิน และขัดขวางการจับกุมมาแล้ว 4 ครั้ง ส่วน 3 คนที่เหลือไม่พบประวัติการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...