โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเหตุผล ทำไม 'สิงห์' ตัดใจ...เลิกผลิต U BEER หลังทำตลาดมา 3 ปี ?

Positioningmag

อัพเดต 09 พ.ย. 2563 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 04.32 น.

U BEER น้องใหม่ที่เคยเป็นดาวรุ่งของค่าย“สิงห์” เตรียมอำลาวงการ หลังวางขายได้3 ปี

อะไรที่ทำให้“บุญรอด” ต้องตัดใจปล่อยU BEER (ยูเบียร์) ออกจากพอร์ต“เลิกผลิต-เลิกทำการตลาด” ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดเบียร์ที่สะเทือนหนักจากวิกฤตCOVID-19 … เราจะมาหาคำตอบกัน

ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทได้ยกเลิกผลิตU BEER แล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ซีอีโอบุญรอดเทรดดิ้ง ตอบถึงเหตุผลของการยกเลิกผลิตU BEER เเบบกว้างๆ ว่า ปกติเเล้วจะมีการ“ให้เวลา” สินค้าเพื่อดูว่ามีการเติบโตเป็นอย่างไรในช่วง2-3 ปี หากไม่ประสบความสำเร็จ หรือ“ไม่ทำกำไร” ตามที่ตั้งเป้าไว้ก็จำเป็นต้องถอดออกไป เพื่อให้บริษัทได้หันไปทุ่มกำลังกับแบรนด์อื่นๆ ในเครือที่ยังเป็นเทรนด์เเละมีเเววจะไปต่อได้

โดยในอนาคต จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่U BEER จะฟื้นกลับมาทำตลาดอีกครั้งนั้น ภูริตขอไม่ตอบในประเด็นนี้

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี2559 เเบรนด์สิงห์ เปิดตัวU BEER เพื่อจับกลุ่มลูกค้า“คนรุ่นใหม่” อายุ21-25 ปีโดยเฉพาะ ไม่ทับไลน์กับเเบรนด์สิงห์เเละลีโอ ที่มีฐานเเฟนคลับ35 ปีขึ้นไป

ในช่วงเเรกU BEER “เเจ้งเกิด” ได้ดีในกระเเสโลกออนไลน์ ตามกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่นิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ประกอบกับการรุกทำการตลาดออนไลน์อย่างหนักหน่วงของเเบรนด์ ผ่านการทุ่มสารพัดเเคมเปญ

อีกจุดเด่นของU BEER “บรรจุภัณฑ์” ที่มีการดีไซน์ให้แหวกแนวไปจากแบบเดิม ด้วยการเน้น“สีเหลือง” และตัวอักษรU เเบบมินิมอล

U BEER เริ่มต้นจากการเน้นวางขายใน“ช่องทางเฉพาะ” ผ่านเอเย่นต์ในตลาดเล็กๆ ที่หาซื้อไม่ได้ตามร้านทั่วไปก่อน ค่อยๆ เข้าไปเจาะลูกค้าตามร้านอาหาร ผับ บาร์ เพื่อสร้างกระแสให้ในโลกโซเชียลก่อน ตามสไตล์ “ยิ่งหายาก คนยิ่งสนใจ” จากนั้นค่อยขยับมาตลาดเเมส กระจายสินค้าไปสู่โมเดิร์นเทรด ตามห้างร้านเเละซูเปอร์มาร์เก็ต

อย่างไรก็ตาม มาปีนี้“ตลาดเบียร์ไทย” ที่มีมูลค่าเกือบ2 แสนล้านบาท ที่ฟาดฟันกันระหว่าง2 ค่ายใหญ่ ได้รับผลกระทบจากการเเพร่ระบาดของCOVID-19 ไปไม่น้อย

เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติหาย สถานบันเทิงต้องปิดชั่วคราว เเละรัฐมีคำสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์1 เดือนในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเคยเป็นช่วงพีคของยอดขายจากการสังสรรค์ในเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าจบสิ้นปี2563 นี้ ตลาดเบียร์จะติดลบถึง15-20% เลยทีเดียว

บุญรอดบริวเวอรี่ มีเเบรนด์ตัวท็อปอย่าง Singha , LEO ที่ติดลมบนอยู่ในตลาดเเมสมายาวนาน เเละมีเเบรนด์นอกที่นำเข้ามาอย่าง Carlsberg , Corona , Asahi , kronenbourg เเละโซจูของเกาหลีใต้ Jinro นอกจากนี้ ยังมี MY BEER ที่เป็นตัว Lager Beer นำมาเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ (เช่นเดียวกันกับ U BEER) เเละ Snowy Weizen ที่ทำตลาดเบียร์พรีเมียม ส่วน Est 33 Kopper เป็นแบรนด์ "คราฟต์เบียร์" ที่สิงห์ลงมาทำเอง

"ภูริต ภิรมย์ภักดี" เริ่มให้ความสำคัญกับ “คราฟต์เบียร์ไทย” มากขึ้น เห็นได้ชัดจากการประเดิมเข้าไปถือหุ้นใน‘ชาละวัน มาตั้งเเต่ปี2561 ซึ่งตอนนี้บริษัทได้ให้การสนับสนุนด้วยการผลิตและจัดจำหน่ายให้ โดยภูริต ย้ำว่าการเข้ามาของสิงห์ เป็นเพียงการเข้ามาถือหุ้นเพื่อสนับสนุนให้เเบรนด์ไปได้ไกลเท่านั้น การตัดสินใจเเละการบริหารต่างๆ ยังเป็นไปตามทิศทางของผู้ก่อตั้งเเบรนด์ชาละวัน

อีกหนึ่งสาเหตุที่น่าจะเป็นเหตุผลในการตัดใจปล่อยU BEER ของสิงห์ในครั้งนี้คือ คำสั่งซื้อห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์ เมื่อวันที่2 กรกฎาคม2563 เพื่อป้องกันเยาวชนไม่ให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย และเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านช่องทาง“ออนไลน์” ให้กับผู้บริโภคโดยตรงได้

ด้วยความที่ลูกค้าหลักของU BEER คือคนรุ่นใหม่ มีพฤติกรรมซื้อของผ่านออนไลน์ จึงได้รับผลกระทบโดยตรง ก่อนหน้านี้ บุญรอดได้ปลุกปั้น“Singha Online” จนเริ่มทำยอดขายจากเดือนละ10-30 ล้านบาท ขยับขึ้นมาเป็น100 ล้านบาทได้เเล้ว เเต่เมื่อมีคำสั่งดังกล่าว ยอดขายเบียร์ออนไลน์ทั้งหมดจึงกลายเป็น "ศูนย์" บริษัทจึงต้องปรับหาทิศทางเเละกลยุทธ์ใหม่

สิงห์ บุกขยายพอร์ตในเครื่องดื่มกลุ่มนอนแอลกอฮอล์มากขึ้น ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ตามกระเเสนิยมโลก อีกทั้งยังไม่มีข้อจำกัดด้านโฆษณามากเท่ากับกลุ่มเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์

ในปีนี้มีการออกสินค้า“นอน-เเอล” ตัวใหม่มาเจาะตลาดทั้ง สิงห์ เลมอนโซดา และ เพอร์ร่า วิตามิน วอเตอร์ โดยสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ สิงห์จะมีการออกสินค้าใหม่อีก1 ตัว เน้นไปที่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ อย่างกลุ่ม 0 cal เเละ Functional Drink

อ่านต่อ :เบื้องหลัง “เพอร์ร่า วิตามิน วอเตอร์” ช้าเเต่ชัวร์…สิงห์ส่งหมัดเด็ด ชิงตลาดน้ำผสมวิตามิน 

โดยสิงห์มีเเผนปรับสัดส่วนในพอร์ตเครื่องดื่ม ดังต่อไปนี้

ปี 2562 – alcoholic 85 : 15 non-alcoholic ปี 2563F – alcoholic 80 : 20 non-alcoholic ปี 2564F – alcoholic 70 : 30 non-alcoholic

เเม่ทัพบุญรอดเทรดดิ้ง มองว่าการที่ธุรกิจจะเติบโตได้ในปีนี้ ถือเป็น“เรื่องยาก จากผลกระทบของสถานการณ์ต่างๆ ต้อง“รัดเข็มขัด” ลดต้นทุน มอง “กำไร” ไว้ทีหลัง เพราะต้องประคองกิจการให้อยู่รอด เเละเตรียมความพร้อมกลับมาเเข็งเเกร่งให้ได้ในปีต่อไป ซึ่งปี2564 อาจจะ“สาหัส” กว่านี้ โดยบริษัทมีการจัดสรรงบฯ บางส่วนไปช่วยเหลือสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วน รวมถึงคู่ค้ารอดพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...