โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TL ชี้แจงงบ Q2/68 ยืนยันบริหารความเสี่ยงลูกค้ารายใหญ่-ล็อตเตอรี่พลัส พร้อมขยายธุรกิจเทค

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ TL ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้สอบถาม โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.การบริหารความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายเดียวซึ่งเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกัน เช่น การ KYC ลูกค้าในด้านต่าง ๆ (เช่น การรู้จักตัวตนของลูกค้า ความสามารถทางการเงิน และความเสี่ยงในด้านอื่น ๆ ของลูกค้า เป็นต้น) และนโยบายการหาลูกค้าเพิ่ม เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทมีความเสี่ยงจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารของบริษัทเป็นพรีเซ็นเตอร์ในสื่อการตลาดออนไลน์ของลอตเตอรี่พลัสหรือไม่ อย่างไร

บริษัท เพย์จีนิกซ์ จำกัด (PayGenix) (เดิมชื่อบริษัท จียูเพย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทเข้าลงทุนโดยการซื้อหุ้นเดิมในสัดส่วนร้อยละ 100 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568) เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจการให้บริการระบบชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway) ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจที่บริษัทประสงค์จะขยายการลงทุนไปยังธุรกิจ Tech

บริษัท ลอตเตอรี่พลัส จำกัด (LotteryPlus) เป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ที่มีการใช้บริการชำระเงิน (Payment Gateway Solution) การเสนอบริการให้กับ LotteryPlus เป็นไปตามเงื่อนไขการค้าปกติ และใช้มาตรฐานการกำหนดราคาค่าบริการเช่นเดียวกับลูกค้ารายอื่น ๆ ของบริษัท แต่ด้วย LotteryPlus มีการขอให้ PayGenix ให้การบริการในเรื่องที่ผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ที่ LotteryPlus ใช้บริการอยู่ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่ง PayGenix ได้ประเมินความเสี่ยงแล้วเห็นว่าการให้บริการแก่ LotteryPlus สามารถดำเนินการได้ และได้มีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อรองรับจำนวนธุรกรรมการชำระเงินในช่วงเวลาที่มีจำนวนผู้ใช้งานสูงในช่วงเวลาที่จำกัด ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบหนึ่งในการดำเนินธุรกิจประเภทนี้

ทั้งนี้ ด้วยรูปแบบและเงื่อนไขการบริการที่เพิ่มขึ้น จึงได้มีคิดค่าบริการเพิ่มขึ้นตามขอบเขตการบริการดังกล่าว ซึ่งเมื่อรวมถึงจำนวนปริมาณรายการที่ LotteryPlus ใช้บริการมีปริมาณที่มากกว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ของ PayGenix จึงส่งผลให้ค่าบริการที่ PayGenix ได้รับจาก LotteryPlus มีจำนวนมากกว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ของ PayGenix อย่างมีนัยสำคัญ

ภายหลังการเข้าลงทุนใน PayGenix เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน PayGenix ได้ใช้เงินเพิ่มทุนที่ได้รับมาในการต่อยอดธุรกิจทางด้าน Payment Gateway นอกเหนือจากการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการให้บริการแก่ LotteryPlus แล้ว PayGenix ยังได้ทำการปรับปรุงพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพิ่มเติมอื่นเพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น

ด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้น PayGenix มีการทำการตลาดแสวงหาลูกค้าใหม่เพิ่มเติมอยู่ตลอด ซึ่งก็อยู่ระหว่างการเจรจารูปแบบการให้บริการกับลูกค้ารายใหม่อยู่จำนวนหนึ่ง

ในกระบวนการสรรหาลูกค้า นอกเหนือจากกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า หรือ KYC แล้ว PayGenix ยังมีการประเมินความสามารถในการให้บริการตามรูปแบบที่ลูกค้าแต่ละรายร้องขอด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการให้บริการที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจนี้

นอกจากนี้ การที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัททำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ในสื่อการตลาดออนไลน์ของ LotteryPlus ด้วยนั้น ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อบริษัท หรือ PayGenix เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าวไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัท หรือ PayGenix จึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาให้บริการ และ/หรือการกำหนดค่าตอบแทนสำหรับการให้บริการแก่ LotteryPlus และการทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ดังกล่าวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่มีผลกระทบใดต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการในบริษัท และไม่ได้ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2.ตามที่วันที่ 19 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 24 มกราคม 2568 นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท โดยเปิดเผยข้อมูลในแบบ 247-4 และแบบ 250-2 ว่าภายใน 12 เดือนนับจากวันสิ้นสุดการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์

บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจกัญชงกัญชา แต่ปัจจัยภายนอกที่มีความเสี่ยงสูง บริษัทจึงมีแนวทางขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโต กล่าวคือ ธุรกิจ Tech

สำหรับนโยบายการทำรายการระหว่างกัน จะไม่มีรายการระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น ขอสอบถามนโยบายและการกำกับดูแลรายการระหว่างกันในปัจจุบัน รวมถึงรายการระหว่างกลุ่มบริษัทกับลอตเตอรี่พลัส พร้อมระบุว่ารายการดังกล่าวเป็นเงื่อนไขการค้าทั่วไปเช่นเดียวกับลูกค้าอื่นหรือไม่

นอกจากนี้ ปรากฏข่าวในสื่อหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ว่านายพันธุ์ธวัชเป็นผู้บริหารของลอตเตอรี่พลัส จึงขอสอบถามว่ารายการนี้ถือว่ามีลักษณะเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ อย่างไร

แม้ว่าฝ่ายบริหารของบริษัทได้พิจารณาว่าการให้บริการของ PayGenix แก่ LotteryPlus ซึ่งมีนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ (ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท) ที่ภายหลังดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน LotteryPlus ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 จะเข้าข่ายเป็นการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าการให้บริการแก่ LotteryPlus ดังกล่าวของ PayGenix เป็นการดำเนินการตามธุรกิจปกติของ PayGenix ด้วยเงื่อนไขการค้าและเกณฑ์ในการกำหนดค่าบริการ เช่นเดียวกับที่ให้บริการแก่ลูกค้ารายอื่น ๆ แต่มีรูปแบบการให้บริการเพิ่มมากขึ้นตามเงื่อนไขที่ LotteryPlus กำหนด ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการประมวลผล เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลการใช้งานในช่วงเวลาสำคัญ และรอบเวลาการตัดชำระเงิน (Settlement) และเงื่อนไขด้านความมั่นคงปลอดภัยอื่น ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นจากลูกค้ารายอื่น จึงได้มีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานการคำนวณค่าบริการที่ PayGenix ใช้ในการกำหนดค่าบริการแก่ลูกค้าแต่ละราย

ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทจึงได้พิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการนี้ โดยนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการอนุมัติด้วย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่ประกาศคณะกรรมการตลาดทุนกำหนดเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

นอกจากนี้ จากการสอบทานของผู้สอบบัญชีของบริษัทได้มีความเห็นว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการธุรกิจที่สำคัญกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันตามมาตรฐานการบัญชีในการพิจารณาการทำธุรกรรมนี้ คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบจึงเห็นสมควรให้ฝ่ายบริหารจัดการจัดทำสรุปรายละเอียดในการให้บริการต่อ LotteryPlus เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบสามารถสอบทานทั้งในด้านลักษณะความสัมพันธ์ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงความสมเหตุสมผลของรายการ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายทำรายการระหว่างกันของบริษัทที่กำหนดไว้ และเพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์หรือข้อสังเกตใด ๆ ที่อาจทำให้รายการดังกล่าวอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้น ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนในการเข้าทำรายการใด ๆ กลุ่มบริษัทจะตระหนักและคำนึงถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ โดยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่ามาตรการเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการดูแลความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ของบริษัทมีความเพียงพอและเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยธุรกิจของ PayGenix ถือเป็นธุรกิจใหม่ของบริษัท คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานเชิงรุก เพื่อให้การดำเนินธุรกิจ Tech เร่งเพิ่มกำไรและชดเชยผลขาดทุนสุทธิจากธุรกิจกัญชาและกัญชงที่เป็นธุรกิจหลักโดยเร็ว ที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารของบริษัทดำเนินการปรับปรุงและพัฒนามาตรการเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับลักษณะของธุรกิจใหม่ของบริษัท โดยจะรายงานถึงพัฒนาการของบริษัทให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการนำส่งงบการเงินในทุกไตรมาส หรือเมื่อมีความคืบหน้าในการดำเนินการที่สำคัญต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...