พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
THE STATES TIMES
อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Hard News Team(25 ต.ค. 68) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และเป็นสมเด็จพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10)
พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
พระราชประวัติ
สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระนามเดิมว่า สิริกิติ์ กิติยากร ประสูติเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ พระตำหนักสระปทุม กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นพระธิดาใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ณัฐนิภาธาร กิติยากร และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร
เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาในต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษและฝรั่งเศส ก่อนจะเสด็จกลับประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อศึกษาต่อที่โรงเรียนราชินี กรุงเทพมหานคร
ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษา ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองพระองค์ได้พบกันและหมั้นหมายในปี พ.ศ. 2492
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรส และได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
ภายหลังจากรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงสถาปนาพระราชมารดาเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เพื่อเทิดพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่
พระราชกรณียกิจสำคัญ
พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงมีหลากหลายด้าน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาและความห่วงใยต่อประชาชน
1. การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาชุมชน
พระองค์ทรงก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อสร้างงานและรายได้แก่ประชาชนในชนบท โดยส่งเสริมให้ราษฎรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นอาชีพ เช่น การทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย การปักผ้าและงานจักสาน การทำเครื่องเงินและเครื่องประดับพื้นเมืองโครงการศิลปาชีพไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังช่วยอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป
2. การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู ผ้าไหมไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ทรงส่งเสริมให้ผ้าไหมไทยเป็นทั้งเครื่องแต่งกายและสัญลักษณ์แห่งความงามแบบไทย
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสนับสนุนการจัดแสดง “โขนพระราชทาน” ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นการสืบสานนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติไทยให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาและภาคภูมิใจ
3. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และทะเลไทย ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เช่น โครงการสวนป่าห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูระบบนิเวศ โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก พระราชดำริเหล่านี้กลายเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ
4. การสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชน
พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลอยู่เสมอ ทรงรับฟังปัญหาและพระราชทานแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พระองค์ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มูลนิธิสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
พระเกียรติคุณและพระราชจริยวัตร
พระราชจริยวัตรของสมเด็จพระพันปีหลวงทรงงดงาม เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างแห่งกุลสตรีไทยที่มีทั้งความงาม ความเข้มแข็ง และความเสียสละ
พระองค์ทรงได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ของแผ่นดิน” ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนไทยทุกคนยึดมั่นในความพอเพียง ความเสียสละ และความรักชาติอย่างแท้จริง สมดังพระราชปณิธานที่ว่า
“ข้าพเจ้าจะทำทุกสิ่งเพื่อให้ประชาชนของข้าพเจ้ามีความสุข”