หุ้นเล็กตัวจี๊ด
หลังจากให้พื้นที่หุ้นใหญ่มาเยอะพอสมควร ก็ถึงเวลาแบ่งพื้นที่ให้กับหุ้นเล็กเพื่อแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ให้แฟนคลับได้รับรู้ทั้ง “มุมบวก มุมลบ”หลังนักเล่นกำลังเม้าท์มอยการขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นบางตัวอย่างสนุกปาก “โมนิก้า” ในฐานะคนที่ชอบเผือกเรื่องหุ้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงกระโดดงับประเด็นดังกล่าวอย่างรวดเร็ว หลังเล็งเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีมากกว่าน่ะซี
ส่วนการขึ้นของตลาดหุ้นไทยต่อจากนี้คงต้องลุ้นแบบวันต่อวัน เพราะในบางจังหวะที่ควรขึ้นแรง กลับมีอาการอิดออด แต่ในบางจังหวะที่ควรจะยืนได้ กลับอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ พร้อมกับปรากฏภาพ “ตัวเอก ตัวร้าย”ที่นักเล่นพร้อมใจชี้นิ้วไปในทางเดียวกันคือ “กองทุน” แบบนี้ มันเป็นเรื่องที่สังคมต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินกันเอาเองนะจะบอกให้
เนื่องจากสิ่งที่อีฉันรับรู้ได้จากการขึ้นของดัชนีมาปิดที่ระดับ 1,150.95 จุด บวกไป9.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย2.76 หมื่นล้านบาท มันเกิดจากหุ้นใหญ่ที่เป็นขาประจำซึ่งเป็นหุ้นตัวเดิม ๆ ที่เคยเม้าท์ให้ฟังไปหมดแล้ว รวมทั้งจังหวะนี้ก็เป็นการซื้อกลับธรรมดา ๆ หลังราคาหุ้นต่ำกว่าราคาเหมาะสมค่อนข้างเยอะ ส่วนจะไปต่อหรือไม่?ก็ขึ้นอยู่กับตาแก่ “ทรัมป์”จะแสดงอาการบ้า ๆ บอ ๆอะไรอีกหรือเปล่า?
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” จำเป็นต้องเอ่ยถึงหุ้น KEX ขึ้นมาก่อนใครเพื่อน เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1.12 บาท บวกไป0.20 บาท หรือขึ้นไป21.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย51 ล้านบาท ทั้งที่ตัวบริษัทยังมีอาการร่อแร่เป็นเวลานาน รวมทั้งการห้ำหั่นราคาเพื่อส่งสินค้ายังคงดุเดือด อีฉันเลยไม่แน่ใจเหมือนกันว่า หุ้นเอาอะไรมาขึ้นอย่างร้อนแรงนะตัวเอง
เหมือนกับการขึ้นของ SABUY ท่ามกลางการฟ้องร้องผู้บริหารชุดเก่าและบรรดาลูกหนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็มีคำถามตามมามากมายว่า “เสี่ย ช.”กับ “เสี่ย ว.” จะออกมาแก้ข้อกล่าวหาเรื่องฉ้อโกงอย่างไร? เพราะเคสนี้เป็นที่จับตาของสังคมอย่างใกล้ชิด แถมพวกแมงลือก็เมาท์ไปในทางเดียวกันว่า ก.ล.ต.กำลังจับตาดูว่า กลุ่มใหม่จะลุยสุดซอยกลุ่มเก่าจริงไหม?..งานนี้มีเละกันไปข้างหนึ่งแน่ ๆ ค่ะ
ส่วนเรื่องดี ๆ ที่อีฉันอยากนำเสนอ คงมองไปที่หุ้นของ PSG เพราะบรรดาขาลุยเริ่มเมาท์มอยถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจสุดของเที่ยวนี้คือ นับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.มีการทำบิ๊กล็อตไปแล้ว 200 ล้านหุ้นแบบงียบ ๆ แต่กลายเป็นที่สนใจเพราะเมื่อศุกร์หุ้นขึ้นมาปิดที่ 0.36 บาท บวกไป 0.09บาท หรือขึ้นไป 33% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36ล้านบาท จึงทำให้แมงลือเดากันว่า เร็ว ๆ คงมีข่าวดีกระมัง!
สำหรับรายที่มีข่าวดีมาซัพพอร์ตมานาน แต่ภาวะตลาดหุ้นดันไม่เป็นใจ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น PIS แบบไม่ลังเลใจ เพราะทุกคนรับรู้ว่า งานในมือเยอะจริง ๆและปีนี้จะโตสุด ๆ อีฉันเลยไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 4.88 บาท บวกไป0.52 บาท หรือขึ้นไป12.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย11 ล้านบาท เพราะราคาเหมาะสมที่แท้จริงสูงกว่านี้มาก และทำให้จังหวะนี้กลายเป็นช่วงเก็บหุ้นพะย่ะค่ะ
ปิดท้ายกันที่หุ้นเสือซุ่มอย่าง PRAPAT กันดีกว่า เพราะเมื่อดูจากสตอรี่การท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น จนธุรกิจโรงแรม และอาหารโกยกำไรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย “โมนิก้า” ย่อมเชื่อว่า หุ้นตัวนี้ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เพราะยอดขายน้ำยาทำความสะอาด และเครื่องล้างจาน น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเหนืออื่นใดคือซื้อหุ้นตอนนี้รับทั้งหุ้นปันผล บวกกับเงินปันผล คุ้มกับที่ลงทุนไหมล่ะคะ
โมนิก้า: และทีมงาน