คลัง คาดจีดีพี Q1/68 โต 3.4% ย้ำศก.เป็นขาขึ้น แต่ตลาดหุ้นไม่สะท้อนพื้นฐาน ลุยกระตุ้นศก.ช่วง Q2-Q3/68
คลัง คาดจีดีพี Q1/68 โต 3.4% ย้ำศก.เป็นขาขึ้น แต่ตลาดหุ้นไม่สะท้อนพื้นฐาน ลุยกระตุ้นศก.ช่วง Q2-Q3/68
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 68 10:57 น.
รมช.คลัง คาดจีดีพี Q1/68 จะโตได้ถึง 3.3-3.4% สูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ย้ำเตรียมงบ 1.5 แสนลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจช่วง Q2-Q3/68 เพื่อให้ถึงเป้า 3.5% พร้อมขออภัยสื่อสารเรื่องโอกาสในตลาดหุ้นไม่ชัดเจน ย้ำแค่อยากให้นักลงทุนเห็นโอกาสเพราะหุ้นไทยไม่สะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจจริง พร้อมชมแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยทันท่วงที หวังเดินหน้าลดต่อเพื่อเอื้อต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการโทรทัศน์ ถึงประเด็นที่อาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำพูดวานนี้เรื่องโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นว่า อยากให้เห็นถึงเจตนารมย์ โดยไม่ได้มีเจตนากล่าวหานักลงทุน และขออภัยหากมีการสื่อสารที่สั้นเกินไป หรือสร้างความเข้าใจผิด
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าข้อมูลที่กระทรวงการคลังมีอยู่ในมือ กับภาพรวมตลาดหุ้นไทย ณ ปัจจุบัน ถือว่าค่อนข้างสวนทางกัน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ทางกระทรวงการคลังเห็นเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งในหลายด้าน ซึ่งตลาดหุ้นที่ลงมาอย่างหนักถือว่าไม่ได้สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจในขณะนี้เลย
"ในฐานะกระทรวงการคลัง ผมพูดไม่ได้ว่าให้ซื้อหรือขายหุ้น แต่ตลาดหุ้นตอนนี้ไม่สะท้อนตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จึงไม่อยากให้นักลงทุนเสียโอกาส เจตนารมย์ที่ผมต้องการสื่อคือเรื่องนี้มากกว่า "
สำหรับปัจจัยที่มองว่ากระทบตลาดหุ้นขณะนี้คือ 3 ปัจจัย คือ 1.เรื่องที่พี่น้องประชาชนยังไม่เห็นฐานเศรษฐกิจจริง ซึ่งเป็นหน้าที่ที่กระทรวงการคลังต้องให้ประชาชนเห็นข้อมูล 2.สงครามการค้าที่ยังคาดไม่ได้ว่าจะจบแบบไหน 3. การเมืองที่ยังไม่แน่นอน แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งน่าจะทำให้ตลาดชัดเจนขึ้น
ขณะที่เป้าทั้งปี 68 ที่ 3.5% ยืนยันว่าจะต้องทำให้ได้ ซึ่งรัฐบาลต้องอัดมาตรการเพิ่มเพื่อให้ถึงเป้าหมาย โดยปัจจัยที่ไม่แน่นอนยังมีอีกมาก โดยเฉพาะสงครามการค้า ถ้าไทยไม่ทำอะไรเลย เราจะเจ็บตัว แต่ถ้าเจรจาดีๆ จะเป็นประโยชน์ต่อไทยอย่างมาก
โดยตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/68 มองว่าจะออกมาดี โดยทางกระทรวงฯ คาดการว่าจะออกมาที่ 3.4% ดีสุดในรอบ 10 ไตรมาส สูงกว่าไตรมาส 4/67 ที่ 3.2% ส่วนไตรมาส 2 และ 3 ปีนี้ ถือว่าเป็นท้องช้างที่ต้องเร่งกระตุ้น ซึ่งรัฐบาลเตรียมแผนไว้อยู่แล้ว เนื่องจากมีเม็ดเงินเหลืออยู่อีก 1.5 แสนล้านบาท จะทยอยนำออกมาใช้ เช่นดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 รวมถึงการกระจายในหลายมิติ รวมถึงนโยบายอื่นโดยเฉพาะภาคสินเชื่อรถ อสังหาริมทรัพย์ ก็สำคัญ โดยเฉพาะสินเชื่อรถกระบะ ที่จะเร่งให้ทันในเดือนมี.ค.นี้ โดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อรถกระบะ และเร่งกฎหมายอีกหลายตัว ทั้งเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ - Financial hub - National Credit Guarantee Agency (NaCGA) และหวยเกษียณ
"จีดีพีเราโตต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 67 ถ้าเป็นรายไตรมาส เห็นจาก Q1/67 ที่โต 1.7% , Q2/67 โต 2.3% , Q3/67 โต 3.0% และมาพุ่งใน Q4/67 ที่ 3.2% ซึ่งในไส้ในไตรมาส 4 นี้ดีทุกส่วน ยกเว้นภาคการผลิต ส่วน Q1/68 เราคาดไว้ที่ 3.3 -3.4% เพราะฉะนั้นถือว่าเศรษฐกิจไทยเป็นขาขึ้น ส่วนเงิน 1.5 แสนลบ.ต้องมาวางแผนกันว่าใส่เงินช่วงไหน จะดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร"
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/67 รมช.คลัง ชี้แจงว่า ไส้ในของจีดีพี ถือว่าดีขึ้นในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนภาครัฐโตสูงสุดรอบ 9 ปี , ส่งออกสูงสุดรอบ 11 ไตรมาส , ภาคบริการสูงสุดรอบ 7 ไตรมาส , ภาคก่อสร้างสูงสุดในรอบ 9 ปี , อสังหาริมทรัพย์โตสุดรอบ 6 ไตรมาส , การเก็บภาษีสูงสุดรอบ 16 ไตรมาส
ส่วนการลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ทันท่วงดี และดีต่อเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ คือการที่ธปท.ยังไม่พูดถึงดอกเบี้ยขาลง ซึ่งหากทำได้จะเป็นความคาดหวังของรัฐบาล
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ