อุทาหรณ์! เด็กจีนวัย 11 เผลอกลืนทอง แพทย์เร่งช่วยชีวิตได้ทัน
เป็นอุทาหรณ์เหล่าพ่อแม่ที่มีลูกบุตรเล็กในบ้าน อย่าเผลอแม้เสี้ยววินาที อาจไม่โชคดีแบบเคสดังกล่าว..
วานนี้ (29 เม.ย 68) เพจเฟซบุ๊ก Jeenthainews – จีนไทยนิวส์ ได้เปิดเผยเรื่องราวอุทาหรณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากเด็กชายวัย 11 ปี จากเมืองซูโจว ประเทศจีน เผลอกลืนทองคำแท่งหนักถึง 100 กรัม เข้าไปในร่างกาย ซึ่งทองมีขนาด 1.6×6.9 เซนติเมตร ทำให้ไม่สามารถขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติได้
รายงานระบุว่า คืนวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่พ่อแม่กำลังจัดของมีค่าในบ้าน ด้านเด็กชายได้หยิบทองคำแท่งขึ้นมาเล่นตามประสาเด็ก ก่อนเผลอใส่เข้าไปในปากและกลืนลงไปโดยไม่ทันรู้ตัว จากนั้นเริ่มรู้สึกแน่นท้อง ทางพ่อแม่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเด็กมหาวิทยาลัยซูโจวอย่างเร่งด่วน
ในเวลาต่อมา หลังเข้ารับการตรวจเอกซเรย์ แพทย์พบว่าทองคำแท่งตกอยู่ในกระเพาะอาหาร จึงต้องใช้วิธีส่องกล้องทางกระเพาะเพื่อนำทองออกจากร่างกาย แต่เนื่องจากเด็กเพิ่งทานอาหารมาใน 2 ชั่วโมงก่อนหน้า จึงยังไม่สามารถวางยาสลบและทำหัตถการได้ทันที และจำเป็นต้องรออย่างน้อย 4 ชั่วโมง
ระหว่างรอนั้น แพทย์สังเกตว่าทองเริ่มเคลื่อนตัวจากกระเพาะไปสู่ลำไส้เล็ก จึงปรึกษากับครอบครัวและตัดสินใจให้การรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน เนื่องจากเด็กยังไม่มีอาการรุนแรง จึงใช้ยาช่วยกระตุ้นการขับถ่าย พร้อมเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าร่างกายจะสามารถขับทองออกมาได้เอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากนอนโรงพยาบาลได้ 3 วัน แพทย์สังเกตว่าทองยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับอยู่ที่บริเวณหนึ่งของลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงจะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอุดตัน ปวดท้อง หรือรุนแรงถึงขั้นลำไส้ทะลุ จึงตัดสินใจทำการส่องกล้องลำไส้เพื่อดึงออก แต่หากไม่สำเร็จ อาจต้องผ่าตัดเปิดช่องท้อง
สุดท้าย ถือว่าโชคดีที่ทองได้เคลื่อนไปถึงลำไส้ใหญ่ส่วนลึก ทีมแพทย์จึงสามารถนำออกได้สำเร็จภายในเวลา 30 นาที แม้จะต้องใช้ความระมัดระวังสูง เนื่องจากทองมีขนาดใหญ่ หนัก และลื่น แต่การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และเด็กสามารถกลับบ้านได้ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
แพทย์ผู้ทำการรักษา ระบุว่า การกลืนวัตถุแปลกปลอมเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็ก โดยวัตถุที่พบบ่อย ได้แก่ เหรียญ ชิ้นส่วนของเล่น วัตถุมีคม แม่เหล็ก และแบตเตอรี่กระดุม ซึ่งแต่ละชนิดมีอันตรายแตกต่างกัน
ทั้งนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า หากพบว่าเด็กกลืนสิ่งของแปลกปลอมเข้าไป ควรตั้งสติและ หลีกเลี่ยงการพยายามทำให้เด็กอาเจียน จดจำและบันทึก เวลาที่กลืนเข้าไป ลักษณะของวัตถุ และหากเป็นไปได้ให้นำวัตถุตัวอย่างไปด้วย รีบพาไปพบแพทย์ ที่มีเครื่องมือทางส่องกล้องสำหรับเด็กโดยเฉพาะ อย่าใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น ให้กลืนต้นกุยช่าย ฯลฯ เพราะอาจทำให้วัตถุเคลื่อนผิดทางหรือทำให้เกิดบาดแผลภายในมากขึ้น
โปรดสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Jeenthainews – จีนไทยนิวส์