โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 27 กุมภาพันธ์ 2568

Businesstoday

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 08.58 น. • Businesstoday

‘แพทองธาร’ พร้อมรับศึกซักฟอกยันตอบทุกข้อในสภาฯ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าอาคารรัฐสภา เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจพุ่งเป้าไปที่ตัวนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว โดยนายกรัฐมนตรี ยิ้ม และบอกว่า ทราบข่าวมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) แต่เข้าสภาฯ

วันนี้ได้วางแผนไว้แล้วตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ว่าจะเข้าวันไหน แต่วันนี้บังเอิญตรงกับวันที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเอง ที่ผ่านมาก็มีภารกิจ แต่ก็หาเวลาว่างเพื่อที่จะเข้ามา ดังนั้น วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ยอมรับว่า ไม่เกินความคาดหมายที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าอภิปรายมาที่ตนเอง ถือเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ซึ่งเคยพูดคุยกันแล้วว่าอาจจะเป็นแบบนี้ ส่วนการรับประทานอาหารค่ำกับพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีรายชื่อว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีถึง 10 คนนั้น ตนเองก็ทราบรายงานตามข่าว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติในหัวข้อ “ไม่ซื่อสัตย์สุจริต” ว่า ตนเองจะตอบได้ทุกข้อ แต่ถ้ามีเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงใด ก็จะให้เจ้ากระทรวงนั้นเป็นคนตอบ เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจน ยืนยัน ตนเองพร้อมตอบอยู่แล้ว

ขณะที่การอภิปรายครั้งนี้มีการกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรี เป็นนั่งร้านให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น ยืนยันว่า พร้อมที่จะตอบ และไม่กังวลใด ๆ ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่นายทักษิณ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย และทุกอย่างต้องยึดหลักกฏหมาย ย้ำพร้อมที่จะตอบ

‘ฝ่ายค้าน’ โว ‘ซักฟอก’ นายกฯหวังผลถึงยุบสภาฯ

วันที่ 27 ก.พ.2568 ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ลงรายชื่อ 166 คน ประกอบด้วยพรรคประชาชน 143 คน , พรรคเป็นธรรม 1 คน , พรรคพลังประชารัฐ 19 คน และพรรคไทยสร้างไทย 3 คน ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านขออภิปรายนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว เนื้อหาในการอภิปรายจะครอบคลุมทุกประเด็น หลายกระทรวง หลายพรรคร่วมรัฐบาล

เราเชื่อว่าปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นจากการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีขาดภาวะผู้นำ ไม่สามารถควบคุมเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ขาดวุฒิภาวะขาดความรู้ความสามารถ มีการแต่งตั้งบุคคลที่เขาขอมา มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีอำนาจเหนือตนเอง รวมถึงยินยอมให้ผู้เป็นบิดาสามารถชักนำ จูงใจ มีส่วนให้บริหารราชการแผ่นดินได้ เราเชื่อว่าทุกปัญหาเกิดจากนายกรัฐมนตรี เราเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพราะปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รัฐมนตรีเพียงผู้เดียว และต้องตอบชี้แจงด้วยตนเองเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าหวังผลถึงขนาดยุบสภาฯเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งตนไม่สามารถตอบแทนรัฐบาลได้ แต่เชื่อว่าเนื้อหาที่เราเตรียมมา เข้มข้นและพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีหลายคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีเอง ส่วนมีข้อมูลชี้ชัดถึงการทุจริตคอรร์รัปชันเลยหรือไม่ ตนมีหลักฐานที่ชี้ชัดให้เห็นถึงการขาดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมาสภาฯในวันนี้ มีนัยยะอะไรหรือไม่ หรือเป็นเพราะฝ่ายค้านยื่นซักฟอก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาสภาฯ หากมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองก็จะดี มองว่าประชาชนคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าการอภิปรายนายกรัฐมนตรีคนเดียวแบบนี้ เป็นการกตัญญูต่อพรรคร่วมเลยไม่ซักฟอกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน พรรคร่วมฝ่ายค้านเรามองที่เนื้อหาเป็นหลัก แต่ที่ตัดสินใจยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวเพราะรากเหง้าปัญหาในการตัดตั้งรัฐบาลมาจากนายกรัฐมนตรี

“ทักษิณ” เข้าบ้านพิษณุโลก ก่อน นายกฯ อิ๊งค์ เข้าหารือทีมที่ปรึกษา

วันนี้ (27 ก.พ.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากบ้านพิษณุโลก โดยมีทีมที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษา

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษา และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษา รวมถึงนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงมาส่งนายทักษิณขึ้นรถ หลังหารือร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้ามาของนายทักษิณ ครั้งนี้ เป็นการหารือกับทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี มาให้ความรู้แลกเปลี่ยนสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยและสถานการณ์โลก ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาฯ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. จากเดิมมีการประชุมกับคณะที่ปรึกษาทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 น. แต่วันนี้ได้เลื่อนมาเป็นช่วงบ่าย เพราะนายกรัฐมนตรีเข้าไปตอบกระทู้ที่สภาฯ

นายกฯเตรียมตรวจด่านคลองลึก อรัญฯสระแก้วตรงข้ามปอยเปตพรุ่งนี้

ทำเนียบ วันนี้ (27 ก.พ.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในพรุ่งนี้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ ที่บริเวณด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามบ้านปอยเปตของประเทศกัมพูชา

โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมลงพื้นที่ด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีจะประชุมหารือประเด็นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ ที่ห้องประชุม ร.12 พัน.3 รอ. กองทัพบก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมติดตามความคืบหน้าและเยี่ยมศูนย์คัดแยกเหยื่อขบวนการคอลเซ็นเตอร์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยัง ณ ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านปอยเปต จังหวัด บันทายมีชัยประเทศกัมพูชา เพื่อตรวจการดำเนินงาน หลังจากที่รัฐบาลมีการสั่งการให้ตัดไฟฟ้า รวมทั้งการงดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยัง พื้นที่ชายแดนทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของประเทศ

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังบริเวณด้านหลังตลาดเบญจวรรณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ติดตามการดำเนินการลดกำลังส่งสัญญาณการสื่อสาร และการดำเนินการตัดสายสัญญาณการสื่อสารบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก อรัญประเทศซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่เชื่อมต่อไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา

“สำหรับการลงพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อหารือติดตามความคืบหน้า ปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ให้สิ้นซาก โดยเน้นย้ำมาตรการ “ไม่จบ ไม่เลิก” พร้อมตรวจดูพื้นที่ตลาดเบญจวรรณและด่านบ้านคลองลึก ภายหลังงดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและการตัดสายสัญญาณการสื่อสาร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการใช้เป็นเส้นทางผ่านของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยนายกรัฐมนตรีจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมากำหนดทิศทางในการสั่งการวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือการหลอกลวงรูปแบบต่างๆทั้งในและจากต่างประเทศกลับมาสู่สังคมไทยอีกต่อไป“

“จิราพร” เร่งปราบบุหรี่ไฟฟ้า คุมเข้มการนำเข้าและจำหน่าย

ศูนย์ราชการฯ วันที่ ( 27 ก.พ.) นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นางสาวจิราพร เป็นประธานดำเนินการและให้รายงายผลถายใน 15 วันว่า กรณีบุหรี่ไฟฟ้าเป็นความกังวลอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กเยาวชน เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประชุม ซึ่งนายกมองว่า จะต้องควบคุมการนำเข้า ทั้งนี้ด่านศุลกากรถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะซีลออเดอร์ทั้งหมด

ในกรณีที่สองการให้ความสำคัญกับการปราบปราม ที่เวลาทะลักเข้ามาในประเทศแล้ว การปราบปรามเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการเข้มข้นเพราะฉะนั้นเราเน้นไปที่ผู้จำหน่ายที่จะลดการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน ในขณะเดียวกันการแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วนที่ต้องมีการกวาดล้าง นายกรัฐมนตรีก็อยากดูเรื่องข้อกฎหมายและสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย ซึ่งจะมีการหารือกันในช่วงบ่ายวันนี้ (27 ก.พ. )

เมื่อถามถึงระยะเวลารายงานผล จะเป็นการกดดันในการทำงานหรือไม่ นางสาวจิราพร กล่าวว่า เป็นความกังวลใจของนายกรัฐมนตรีที่อยากให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขให้เร็วที่สุด ไห้ผลออกมามีความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้เร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...