โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ตัวขี้เกียจอย่างข้าขอไม่เล่นบทนางร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 07.43 น. • คุณหนูยาจก - 穷光蛋小姐
จากกรรมกรออฟฟิศที่ปวดหลังทุกเดือน สู่นางร้ายอันดับหนึ่งผู้ร่ำรวย ในเมื่อสวรรค์ให้มีชีวิตที่ดีที่นี้ ใยข้าจะต้องเป็นนางร้ายตามบทให้ตายตอนจบด้วยเล่า มิสู้…นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ ยังจะดีเสียกว่า

ข้อมูลเบื้องต้น

ตัวขี้เกียจอย่างข้าไม่ขอเล่นบทนางร้าย /

นามปากกา : คุณหนูยาจก - 穷光蛋小姐

เพราะเชื่อคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน เฉียนซูเหยา จึงตัดสินใจไปจัดกระดูกเพื่อรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง

หากแต่ผู้ใดเล่าจะคาดคิด หมอที่เธอยอมควักเงินจ่ายในราคาย่อมเยาคนนั้นจะเป็นแค่หมอเถื่อน ทั้งสุดท้ายคนหลอกลวงผู้นั้นยังพลาดพลั้งทำเธอคอหักตาย

ไม่รู้ว่าสวรรค์เมตตาเห็นใจหรือหมั่นไส้อยากกลั่นแกล้งกันแน่ เพราะหลังที่นางฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เฉียนซูเหยาพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเฉียนซูเหยาอีกคน นางเป็นคุณหนูในตระกูลร่ำรวย ทว่ามีนิสัยร้ายกาจพ่วงตำแหน่งนางร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเรื่อง ชะตารักดอกบัวขาว ที่เฉียนซูเหยาเพิ่งอ่านก่อนตาย

ไม่คิดว่าเรื่องราวพิลึกพิลั่นที่มีให้เห็นดาษดื่นในนิยายบนเว็บไซต์ที่นางชอบสิงสถิตหลังเลิกงานนั้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงๆ

แต่แทนที่เฉียนซูเหยาจะอาลัยอาวรณ์โลกที่จากมา นางกลับทิ้งตัวลงนอนเอกเขนกบนเตียงเตาอบอุ่นอย่างสบายใจ

"ในเมื่อสวรรค์ให้มีชีวิตที่ดีที่นี่ ใยข้าจะต้องเป็นนางร้ายตามบทให้ตายตอนจบด้วยเล่า มิสู้…นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ เป็นตัวขี้เกียจปล่อยให้พระเอกนางเอกรักกันอย่างไร้อุปสรรคยังจะดีเสียกว่า"

*****

กลับมาพบกันในรอบ 2-3 ปี เห็นจะได้นะคะ หายหน้าไปนานเพราะว่าช่วงที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจนไม่มีเวลาสร้างผลงานเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงคุณหนูยาจกมั้ย แต่เราคิดถึงทุกคนนะคะ คิดถึงคอมเมนต์ของรี้ดทุกท่าน ยังไงก็ฝากลูกสาวกับลูกเขยคนใหม่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยเน้อ

แนะนำกติกาการอัพนิยายนะคะ ต้องอ่านนะทุกคนนนนน

สำหรับคนอ่านรายตอน เราจะอัพทุกวัน วันละหนึ่งตอน เมื่อถึงตอนที่ 10 จะติดเหรียญแบบอ่านล่วงหน้าและจะเริ่มปลดใน 3 วันหลังจากวันที่อัพ โดยจะปล่อยให้อ่านฟรีต่ออีกแค่ 7 วันนะคะ จากนั้นจะกลับไปติดเหรียญต่อในราคาเต็มค่ะ

สำหรับคนอ่านEbook ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเขียนบทส่งท้ายและตอนพิเศษค่ะ อดใจรออีกไม่นานนะคะ

ฝากติดตามด้วยนะคะ อย่าลืมมาคอมเมนต์ทักทายกันน้าาาา

บทนำ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ใต้หล้ากว้างใหญ่นั้นมีเรื่องพิลึกพิลั่นเช่นนี้อยู่จริงๆ

เฉียนซูเหยาไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าตัวเองจะตายในตอนที่อายุยังแตะไม่ถึงเลขสาม ทั้งยังประสบพบเจอเรื่องราวประหลาดอย่างการที่วิญญาณทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครในนิยาย ทั้งๆ ที่เดิมทีเรื่องพวกนี้เป็นเพียงพล็อตนิยายดาษดื่นที่คนมักชอบอ่านในเว็บไซต์ หญิงสาวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เงินเดือนครึ่งหนึ่งจากการทำงานหลังขดหลังแข็งล้วนถูกจ่ายซื้อเหรียญเพื่ออ่านนิยาย

หากให้กล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ในโลกก่อนตอนที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนของเฉียนซูเหยาแล้ว อาจต้องกล่าวว่าย่ำแย่อย่างยิ่ง

นอกจากจะเป็นเด็กกำพร้า ยังโตมากับญาติฝั่งแม่ที่ปากจัดและขี้ตระหนี่ ป้าใหญ่ของนางคนนี้เป็นพี่สาวคนเดียวของแม่ที่จำใจรับนางมาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีลุงเขยขี้เมาสามีของป้าใหญ่ที่วันๆ จ้องแต่จะลวนลามเฉียนซูเหยา

หญิงสาวอดทนอยู่หลายปีกระทั่งตอนที่เริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย จึงย้ายออกมาอยู่หอพักและทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินส่งเสียตัวเอง หลังเรียนจบก็เลือกทำงานในเมืองที่ห่างไกลบ้านเกิด

กระนั้นความเป็นอยู่ของนางก็ไม่นับว่าดีนัก รายได้ไม่ค่อยสัมพันธ์กับรายจ่าย ค่าหอพัก ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต รายจ่ายที่ใหญ่ที่สุดยังเป็นการจ่ายเพื่อซื้อนิยายของเหล่านักเขียนชื่อดังที่ขยันออกเล่มใหม่ทุกเดือน เรียกได้ว่าต้นเดือนอ่านนิยายไปกินหม้อไฟไป ปลายเดือนอ่านนิยายไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป

เพราะไม่วางแผนการใช้เงินให้ดี ยามที่ปวดหลังจนทนไม่ไหวจึงได้เลือกคลินิกจัดกระดูกไม่ได้มาตรฐานทว่าราคาถูก ผลสุดท้ายจึงได้ตายก่อนวัยอันควร

แต่ก็ช่างเถิด เรื่องพวกนี้ฟูมฟายไปก็ไม่ได้อะไร อีกทั้งในโลกเก่าเฉียนซูเหยาเองก็ไม่มีเรื่องอะไรที่พอจะทำให้อาลัยอาวรณ์ ดังนั้นหลังจากที่นางพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของนางร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเล่มเก่ามรดกที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ หญิงสาวก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งแรกที่นางทำคือฉีกบทนางร้ายของเจ้าของร่างคนเก่าอย่างไม่มีชิ้นดี จากที่มักกระทำการดุร้ายต่อว่าสาวใช้ด้วยถ้อยคำหยาบคายและทำร้ายร่างกาย กลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและใจดี สีหน้าของเหล่าบ่าวรับใช้ในตอนแรกที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้มีสีหน้าราวกับเห็นผี แต่ละคนมองตากันอิหลักอิเหลื่อ กระทั่งลับหลังผู้เป็นนายจึงได้จับกลุ่มพูดคุยกัน

ข่าวลือที่ว่าคุณหนูรองสกุลเฉียนเปลี่ยนนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้นแพร่กระจายไปทั่ว ตามโรงเตี๊ยมโรงน้ำชายังมีคนยกเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาเป็นประเด็น

ยิ่งถูกพูดถึงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะนี่เป็นสิ่งที่เฉียนซูเหยาต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อปูทางสู่เส้นทางการเป็นตัวขี้เกียจของตนเอง

ในนิยายที่เฉียนซูเหยาเคยอ่าน หลังจากที่นางร้ายตกน้ำพร้อมกับแม่ดอกบัวขาวนางเอกของเรื่อง เมื่อฟื้นขึ้นมานางก็ถูกพระเอกของเรื่องถอนหมั้น โดยให้เหตุผลว่านางร้ายผู้นี้จิตใจคับแคบ นิสัยดุร้าย

หลังจากเหตุการณ์นั้นนิสัยของนางก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้นทุกวัน กระทั่งถึงขั้นพลั้งมือทำร้ายสาวใช้คนสนิทจนถึงแก่ความตาย และนี่จึงนำไปสู่การล้างแค้นของตัวร้าย

แม้ถิงถิงจะเป็นสาวใช้ในจวนที่ตระกูลเฉียนซื้อมา ทว่าเบื้องหลังของนางกลับมีชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดา นั่นก็เพราะว่าเดิมทีสาวใช้คนนี้คือบุตรสาวคนเล็กที่ถูกขโมยไปของจิ้งเป่ยโหว อีกทั้งนางยังเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเจิ้งซี ตัวร้ายอันดับหนึ่งในนิยายเรื่องนี้

ในตอนที่ได้รับการยืนยันว่าถิงถิงเป็นน้องสาวของเขา เจิ้งซีกลับได้รับข่าวร้ายในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้น้องสาวต้องตายจึงมิอาจอยู่เฉย เขาฉวยโอกาสตอนที่เฉียนซูเหยาออกจากบ้านลักพาตัวนางไปทรมานและสังหารทิ้งอย่างโหดเหี้ยมในป่านอกเมือง

บทบรรยายฉากที่ว่านี้น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง แม้แต่หญิงสาวผู้มากประสบการณ์ในการอ่านนิยายแนวไล่ล่าสังหารยังต้องเปิดข้ามไปอ่านฉากอื่นด้วยความรู้สึกขนลุกขนชัน หากต้องพบจุดจบเช่นนั้นเฉียนซูเหยายอมถูกจัดกระดูกจนคอหักตายเหมือนเดิมดีกว่า

"ขอแค่น้องสาวตัวร้ายไม่ตายทุกอย่างก็ยังแก้ไขได้"

"คุณหนูว่าอย่างไรนะเจ้าคะ" ถิงถิงที่ยืนเกล้าผมอยู่ด้านหลังเอ่ยถามเสียงเบา เฉียนซูเหยาที่เหม่อลอยจนเผลอพูดคำในใจออกพลันได้สติจึงกระแอมไอเล็กน้อย

"ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากแต่งตัวให้เสร็จเร็วๆ จะได้ออกไปพบคุณชายเสิ่น" ไหนๆ คนเขามาขอถอนหมั้นถึงที่ รีบๆ ทำให้เสร็จจะได้หมดเรื่องวุ่นวายเสียที ใครจะรักกันก็รักกันไปเถิด ตัวขี้เกียจอย่างนางไม่สนใจเรื่องพันนี้หรอก

เห็นผู้เป็นนายคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ถิงถิงกลับเข้าใจไปคนละอย่าง คุณหนูของนางคงดีใจอย่างยิ่งที่คุณชายเสิ่นเดินทางมาเยี่ยมเยียนถึงที่

นายบ่าวเข้าใจกันคนละอย่าง 5555

บทที่ 1 ถอนหมั้น (1/1)

เฉียนซูเจี๋ยสีหน้าไม่ใคร่ดีนักหลังจากได้ฟังจุดประสงค์ในการมาเยี่ยมเยียนของเสิ่นเหวยเจ๋อผู้ซึ่งเป็นคู่หมั้นของบุตรสาว หากมิใช่เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นบุตรชายขององค์หญิงหนิงอันกับเสิ่นป๋อ ทั้งยังเป็นพระราชนัดดาที่ฮ่องเต้ทรงโปรดเขาคงตบโต๊ะชี้หน้าด่าอีกฝ่ายไปแล้ว

"เรื่องนี้…ไม่เหมาะที่จะพูดเวลานี้"

เสิ่นเหวยเจ๋อยกมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "เหตุใดใต้เท้าเฉียนจึงคิดว่าไม่เหมาะ"

แม้ฐานันดรเป็นรองทว่าประสบการณ์ในราชสำนักนั้นมีมิใช่น้อย เฉียนซูเจี๋ยอยู่ท่ามกลางพยัคฆ์และมังกรมากว่ายี่สิบปี จากบัณฑิตยากจนสู่ตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังนั้นมิใช่เรื่องง่าย เขี้ยวเล็บของเขาจึงมีมากตามกาลเวลา

"ที่ไม่เหมาะคือการที่คุณชายเสิ่นเดินทางมาเพื่อขอถอนหมั้นเพียงลำพัง มิใช่ว่าตอนนั้นเป็นใต้เท้าเสิ่นกับองค์หญิงหนิงอันหรอกหรือ ที่กล่าวว่าจะขอหมั้นหมายท่านกับบุตรสาวของข้า"

"คุณหนูสามเฉียนมีจิตใจคับแคบ ทั้งยังมีนิสัยดุร้าย เมื่อหลายวันก่อนนางยังผลักคุณหนูชางตกสระบัวในงานเลี้ยงที่จวนสกุลถาน ข้าทนไม่ได้หากภายภาคหน้าฮูหยินของข้าจะเป็นเช่นนี้ จึงมาที่นี่ด้วยตัวเอง" เสิ่นเหวยเจ๋อไม่ยอม ในเมื่อมาเหยียบที่นี่แล้ว สิ่งที่ควรทำก็ควรทำให้สำเร็จ

"ไม่ทราบว่าคุณชายเสิ่นได้รับข่าวลือจากที่ใดมา บุตรสาวของข้าเป็นคนจิตใจดีและอ่อนโยน มดสักตัวก็ไม่เคยฆ่า และหากจะกล่าวถึงเหตุการณ์ในจวนตระกูลถานเมื่อหลายวันก่อนเรื่องราวก็ยังไม่ชัดเจนมิใช่หรือ สตรีสองคนพลัดตกลงไปในน้ำพร้อมกันไยจึงกลายเป็นเหยาเหยาของพวกเราที่เป็นฝ่ายผิด คุณชายเสิ่นกล่าวหากันเช่นนี้ไม่มากไปหน่อยหรือ"

หากมิใช่เพราะว่าซูเหยาหลงรักคุณชายหน้าจืดผู้นี้หนักหนา เฉียนซูเจี๋ยคงจะตอบรับอีกฝ่ายและขอถอนหมั้นด้วยตัวเองไปแล้ว มีอย่างที่ไหน มีคู่หมั้นอยู่แท้ๆ กลับเอาตัวไปพัวพันกับสตรีนางอื่นอย่างเปิดเผย เหยาเหยาของเขาหลงรักคนผิดจริงๆ

"ที่ใต้เท้ากล่าวมาใช้เฉียนซูเหยาคนเดียวกันกับข้าแน่หรือ"

เฉียนซูเจี๋ยแค่นเสียง 'หึ' ออกมาคำหนึ่ง เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้อยากถอนหมั้นกับลูกสาวของเขา จนกล่าววาจาล่วงเกินกันหลายครั้งแล้ว เส้นความอดทนของชายวัยกลางคนใกล้ขาดลงเต็มที

"หากคุณชายเสิ่นอยากถอนหมั้น เช่นนั้นก็ถอนเสียเถิดเจ้าค่ะท่านพ่อ" เสียงหวานใสราวกับกระดิ่งดังแว่วเข้ามาด้านในโถงรับรอง พร้อมกับปรากฏร่างบอบบางในอาภรณ์สีม่วงฉูดฉาด หญิงสาวเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามของผู้มาเยือน

"ลูกรัก เจ้ามาพอดี" เฉียนซูเจี๋ยมองไปยังบุตรสาวพลางยกยิ้มอ่อนโยน "เมื่อครู่ที่เจ้าพูด หมายความว่าอย่างไรหรือ"

เฉียนซูเหยายิ้มตอบบิดาจนดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ก่อนจะปรายตามองเสิ่นเหวยเจ๋อพระเอกของเรื่องอย่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกเขาก็รูปร่างหน้าตาดีอยู่พอสมควร ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเครื่องหน้าสมส่วน นับว่าหล่อเหลาสมกับที่เป็นพระเอกสายอบอุ่น เพียงแต่ใบหน้านั้นไม่อาจทำให้หญิงสาวคิดเปลี่ยนใจ บุรุษที่ทำเพื่อสตรีแบบไม่ลืมหูลืมตาไม่สนผิดถูกไม่ต่างจากกองไฟกองหนึ่ง ซูเหยาไม่ต้องการแตะต้องจนพาลทำตัวเองถูกแผดเผาเหมือนกับเจ้าของร่างเดิม

"ลูกอยากถอนหมั้นเจ้าค่ะ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี"

"จริงหรือ" เฉียนซูเจี๋ยดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบเรียกพ่อบ้านให้เข้ามาด้านในและสั่งการ "พ่อบ้านเจียง เจ้ารีบไปที่คลังเก็บสมบัติ นำหนังสือหมั้นของคุณหนูสามกับของหมั้นที่จวนตระกูลเสิ่นมอบให้มา อย่าให้ขาดแม้แต่รายการเดียว"

เฉียนซูเหยามีสีหน้าพึงพอใจ ไม่คิดว่าบทจะถอนก็ถอนง่ายขนาดนี้ ในนิยายยังต้องยืดเยื้ออยู่นาน กว่านางร้ายกับพระเอกจะได้ถอนหมั้นกัน

"เรื่องของหมั้น ข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องคืน อย่างไรก็เป็นสกุลเสิ่นที่เอ่ยปากเรื่องนี้ก่อน นับว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา ของหมั้นนี้เก็บเอาไว้เป็นสินเดิมให้กับคุณหนูเฉียนเถิด ถือเสียว่าเป็นของที่พี่ชายมอบให้น้องสาว"

"หากจะกล่าวว่ายกให้เพราะฝ่ายท่านเป็นผู้ผิดสัญญานั้นสกุลเฉียนย่อมรับของเอาไว้ ทว่าหากจะมอบให้ในฐานะพี่ชายซูเหยาคงรับเอาไว้ไม่ได้" เห็นเสิ่นเหวยเจ๋อเลิกคิ้วไม่เข้าใจหญิงสาวจึงเอ่ยประโยคต่อมา "ชีวิตนี้ข้ามีพี่ชายเพียงคนเดียวซึ่งไม่ใช่ท่าน ฉะนั้นหลังจากนี้ระหว่างเราเป็นเพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น เจอหน้าที่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทักทาย ห่างไกลได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี"

"นี่เจ้าประชดข้าหรือ เมื่อครู่เป็นเจ้ามิใช่หรือที่กล่าวว่าจะยอมถอนหมั้น" เสิ่นเหวยเจ๋อรีบเอ่ยแย้งขึ้นมา หากน้ำเสียงกระแทกกระทั้นและสีหน้าที่แสดงออกมา กลับสามารถบอกตัวตนของเขาได้อย่างชัดเจน นี่คือผู้ชายที่ยึดเอาความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่เปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่น

"ใช่ ข้ากล่าวว่ายอมถอนหมั้นแล้วจะประชดท่านให้ได้อะไร ที่พูดไปก็เรื่องจริงทั้งนั้น ถอนหมั้นแล้วท่านก็เป็นคนอื่นสำหรับข้า ข้าพูดผิดตรงไหน"

"ใช่ๆ เชิญคุณชายเสิ่นกลับไปเถิด นำหนังสือหมั้นกับของหมั้นพวกนี้ไปด้วย สกุลเฉียนมิใช่ยากไร้ ย่อมไม่จำเป็นให้ผู้ใดมาช่วยเติมสินเดิมของบุตรสาว" เฉียนซูเจี๋ยเป็นขุนนางตงฉินทว่าวาจาจัดจ้าน เมื่อไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอีกฝ่ายอีกต่อไป เขาจึงเอ่ยปากไล่คนแซ่เสิ่นกลับไปทันที

"ถอนหมั้นได้ก็ดี ต่อไปพ่อจะหาคนที่ดีกว่านี้มาแต่งงานกับเจ้า ดีหรือไม่" เฉียนซูเจี๋ยหันมากล่าวกับบุตรสาวอย่างเอาใจ ก่อนหน้านี้เคยเกลี้ยกล่อมให้นางถอนหมั้นอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งล้วนตอบปฏิเสธอย่างเอาแต่ใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันที่นางเอ่ยปากเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เกรงว่าคุณชายเสิ่นคนนั้นจะล้ำเส้นนางเข้าแล้วกระมัง

"ท่านพ่ออย่าเพิ่งคิดเรื่องพวกนี้เลยเจ้าค่ะ ลูกยังอยากอยู่เงียบๆ สักพัก บุรุษพวกนั้นยิ่งดีเท่าไหร่ รูปงามเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสตรีเข้ามาติดพันมากเท่านั้น ลูกคร้านจะต่อกรกับพวกนางแล้ว" เฉียนซูเหยาตอบปฏิเสธอย่างเป็นธรรมชาติทั้งๆ ที่ภายในใจตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะกระดอนออกมา

เดิมทีใต้เท้าเฉียนคนนี้ย่อมสังเกตได้ว่าลูกสาวของตัวเองเปลี่ยนไป กระนั้นก็เป็นความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความเจ้าอารมณ์ลดลง มีเหตุและผลมากขึ้น ครั้นเห็นนางแสดงท่าทีเบื่อหน่ายเช่นออกมาเข้าจึงค่อยเข้าใจในเวลาต่อมา

ความอดทนของคนเราย่อมมีขีดจำกัดเสมอ วันนี้ทนได้ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้จะทนได้ อย่างไรเสิ่นเหวยเจ๋อคนนั้นก็ทำให้นางผิดหวังเสียใจอยู่หลายครั้ง ขนาดยังไม่แต่งงานก็หักหน้านางต่อหน้าผู้คนจำนวนมากเพื่อสตรีอื่น

เฉียนซูเหยาพูดคุยกับบิดาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะกลับมายังเรือนส่วนตัว ตอนที่จากมาบิดายังมอบเงินถุงใหญ่ให้หญิงสาว กล่าวว่าให้นางไปเที่ยวเล่นพักผ่อนให้สบายใจ ซึ่งเฉียนซูเหยาเองก็รับมาอย่างนอบน้อม นางยังได้ยินบิดากล่าวไล่หลังทำนองว่า "ลูกรักของพ่อเจ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว" พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีตามมาด้านหลัง

ครั้นกลับมาถึงเรือนหญิงสาวก็ตรงมาที่ศาลาพักผ่อนในสวนบุปผา นางเอนกายพิงเสาต้นใหญ่อย่างสบายใจ มือข้างหนึ่งถือหนังสือนิยายประโลมโลกที่ค้นเจอในห้องของเจ้าของร่างเดิม มืออีกข้างคว้าขนมเข้าปากอย่างสบายใจ

คิดไปคิดมานี่ก็คล้ายว่าสวรรค์ส่งนางมาพักร้อนที่นี่จริงๆ บิดามารดาตามใจ มีคนคอยปรนนิบัติเอาใจใส่ ไม่ต้องตื่นเช้าเพราะเจ้าของร่างเดิมตื่นสายเป็นปกติ วันทั้งวันสามารถนั่ง ๆ นอน ๆ ได้ตามอัธยาศัย อีกทั้งยังไม่มีหัวหน้าปากร้ายคอยเร่งงานยิกๆ ให้รำคาญหู

ชีวิตที่เรื่อยเปื่อยเช่นนี้ช่างเหมาะกับตัวขี้เกียจอย่างนางอย่างยิ่ง

ไม่รู้ว่าลูกสาวจะมีเวลาขี้เกียจได้อีกกี่วัน

บทที่ 1 ถอนหมั้น (1/2)

วันรุ่งขึ้นเฉียนซูเหยาออกมาจากจวนด้วยสีหน้าอารมณ์ดีจนปิดไม่มิด ในมือมีตำลึงเงินถุงใหญ่ที่ต้องอุ้มด้วยสองมือ ใต้เท้าเฉียนช่างเป็นบิดาที่ตามใจบุตรสาวอย่างแท้จริง เมื่อวานนางยังค้นพบว่าทรัพย์สินของแม่นางร้ายนั้นมีมากจนล้นเรือน ข้าวของเครื่องใช้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นของที่ดี

สิ่งที่นางค้นพบอีกเรื่องก็คือตอนนอนหลับภาพความทรงจำของนางกับเจ้าของร่างเดิมนั้นคล้ายจะผสมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียว ราวกับว่ามีบางอย่างเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน บางขณะยังรู้สึกเหมือนเป็นคนคนเดียวกัน

นางรับรู้และเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของแม่นางร้าย รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีจุดมุ่งหมายและความใฝ่ฝันที่เป็นไปแนวทางเดียวกัน ดังนั้นเมื่อตื่นขึ้นมาหญิงสาวก็ตั้งใจว่านางจะต้องใช้ชีวิตให้ดี และจะต้องทำจุดมุ่งหมายนั้นให้สำเร็จ หลังจากนี้ทุกย่างก้าวของนางล้วนมีแบบแผน หากอยากใช้ชีวิตให้ดีสิ่งแรกที่ต้องทำคือเปลี่ยนอนาคตให้ได้

"คุณหนูจะไปที่ไหนก่อนหรือเจ้าคะ"

คำถามของถิงถิงทำเฉียนซูเหยาที่เหม่อลอยกลับมามีสติอีกครั้ง "ไปที่อารามดีกว่า เริ่มต้นของวันพวกเราไปขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรกันเถอะ"

จบคำของนางสาวใช้ตัวน้อยก็ตะโกนบอกคนขับรถม้า ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามในที่สุดก็มาถึงอารามเต๋าที่ตั้งอยู่บนภูเขา ที่นี่มีเทวรูปในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพบูชา พวกเขาเชื่อกันว่าเมื่อมาขอพรที่นี่หนุ่มสาวที่ยังไม่แต่งงานจะได้พบเนื้อคู่ที่ดี คนที่แต่งงานแล้วจะได้รับการประทานบุตร ดังนั้นในทุกๆ วันมีคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อสักการะขอพร

เฉียนซูเหยาลงจากรถม้าแล้วยังต้องเดินขึ้นบันไดอีกเป็นร้อยขั้นกว่าจะได้พบเทวรูปในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ นางอาศัยความทรงจำเดิมตรงไปยังโถงสักการะเพื่อสวดมนต์ เสร็จแล้วจึงค่อยเดินกลับมายังจุดที่ผู้คนนิยมที่สุด หญิงสาวมองดูเทวรูปสูงตระหง่านเท่าคนจริงที่ถูกต้นไม้โอบล้อม เมื่อพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ก็รู้สึกว่านี่คือประติมากรรมชั้นสูง เป็นงานศิลปะที่ประเมินค่าไม่ได้ เชื่อเถอะว่าหากอยู่ในยุคสมัยที่นางจากมาจะต้องถูกประมูลในราคาที่สูงมากแน่ๆ

ส่วนของใบหน้านั้นงดงามราวอิสตรี หากรูปร่างมีความอ่อนช้อยแต่ก็ทรงพลัง ไม่มีใครระบุเอาไว้ว่าท่านเทพเป็นเพศอะไร มีเพียงตำนานที่เล่าขานมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับหญิงสาวยากจนคนหนึ่งที่ได้รับพรจากเทวรูปที่ถูกห่อหุ้มด้วยต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ นางกลายเป็นสตรีที่ยิ่งใหญ่ ได้รับความรักที่ดี หลังจากนั้นจึงได้สร้างอารามนี้ขึ้นมา ทำนุบำรุงมาหลายรุ่นจนกระทั่งผ่านมาหลายร้อยปี

เฉียนซูเหยารอจนไร้ผู้คนจึงค่อยพนมมือ กล่าวคำอธิษฐานด้วยน้ำเสียงใสกังวาน "ท่านเซียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซูเหยาได้ยินมาว่าท่านสามารถมอบพรให้พบเนื้อคู่ที่ดี ดังนั้นได้โปรดส่งบุรุษที่เหมาะสมให้ข้าสักคน ข้อแม้นั้นมีไม่มากเจ้าค่ะ ขอเพียงให้เขาหน้าตาดี สง่าหล่อเหลา รูปร่างกำยำทว่าสูงโปร่ง บุคลิกเงียบขรึมพูดน้อย ฐานะปานกลางค่อนไปทางร่ำรวย มีการงานที่มั่นคง มีบ้านและทรัพย์สมบัติไม่ลำบาก ที่สำคัญต้องเป็นคนฉลาดทันเล่ห์สตรี เรือนหลังไม่วุ่นวายถ้าเป็นบุตรกำพร้าจะดีมาก แต่งกับข้าจะต้องรักและตามใจข้า ต้องอ่อนโยนรู้จักรักหยกถนอมบุปผา ไม่มีสามภรรยาสี่อนุ ต้องมีข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น"

คำขอของนางทำเอาชายหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลแค่นหัวเราะออกมา "รายงานของเจ้าถูกต้องแน่หรือ"

"แน่สิขอรับ ผู้คนต่างกล่าวขานว่านางเป็นสตรีร้ายกาจ อารมณ์ร้าย สาวใช้ที่เราสงสัยว่าเป็นคุณหนูเหม่ยถิง อยู่กับนางได้รับความลำบากไม่น้อย" ฉือจวิ้นรายงานเสียงเบา

"ต่อไปข่าวลือพวกนั้นเจ้าฟังให้น้อยๆ หน่อย จากที่ข้าเห็น สตรีนางนั้นก็ไม่ได้ดูร้ายกาจอะไร" ผู้ที่ดูเหมือนเจ้านายกล่าวจบแล้วก็ถอยออกมา

เฉียนซูเหยาไม่รู้ตัวเลยว่าคำขอพรยาวเหยียดที่นางเอ่ยปากขอ จะช่วยให้ทัศนคติที่คนผู้หนึ่งมีต่อตัวนางเปลี่ยนไป ตอนที่หญิงสาวกล่าวจบนางยังหันมาบอกสาวใช้ตัวน้อยข้างกาย

"เสี่ยวถิงถิงก็ขอด้วยสิ เจ้าใกล้จะอายุสิบห้าแล้วมิใช่หรือ ลองขอพรจากท่านเซียนดู เผื่อว่าเจ้าจะได้สมปรารถนา"

ถิงถิงเขินอายจนสองแก้มแดงเรื่อ แต่ก็รู้ฐานะของตัวเองดีจึงกล่าว "บ่าวเป็นทาสสัญญาตาย ไม่อาจไถ่ตัวได้ จะแต่งงานได้อย่างไรเจ้าคะ"

"ทาสสัญญาตายหรือ" เฉียนซูเหยาเคยได้ยินคำนี้จากในนิยายเรื่องชะตารักดอกบัวขาวเช่นกัน จึงได้เข้าใจความหมายของถิงถิงเป็นอย่างดี ในนิยายกล่าวว่านี่เป็นสัญญาที่เขียนขึ้นจากโรงค้าทาสให้ผู้ซื้อ บ่าวรับใช้ที่มาจากที่นี่ไม่มีสิทธิ์ไถ่ตัวเพราะเป็นคนที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนครัวเรือน บ้างเป็นคนต่างแคว้นบ้างก็เป็นเด็กกำพร้าไร้ครอบครัว ต่างจากคนที่ขายตัวเองกับเจ้านายโดยตรง คนเหล่านั้นเป็นชาวบ้านทั่วไปที่มีความเป็นอยู่ยากจน หรือบางคนก็ขายบุตรสาวเพื่อนำเงินไม่กี่ตำลึงไปใช้บุตรชายขอภรรยา เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำสัญญาเพียงไม่กี่ปี ใช้วิธีคำนวณตามจำนวนเงินที่นายจ้างซื้อมา หรือหากมีเงินมากพอก็สามารถไถ่ตัวเองออกไป

"ถิงถิงอย่าได้กังวลไป สัญญาของเจ้าอยู่ในมือของท่านแม่ข้ามิใช่หรือ ไว้ข้าจะหาโอกาสเหมาะๆ พูดเรื่องนี้กับนางดูว่าจะสามารถใช้ช่องว่างทางกฎหมายข้อใดช่วยเจ้าได้บ้าง"

สาวใช้ตัวน้อยได้ยินเช่นนั้นก็พลันดวงตาเปล่งประกาย หลายวันมานี้นางรู้สึกว่าคุณหนูใจดีมากขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่านางจะใจดีมากขนาดนี้ คุณหนูที่ไม่ลุ่มหลงในความรักเหมือนเมื่อก่อนดีอย่างนี้นี่เอง

เฉียนซูเหยามองดูใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ปิดบังความสุขไม่มิดคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

หลังจากขอพรเสร็จแล้วพวกนางนายบ่าวก็กลับมาที่รถม้า แต่เมื่อมาถึงกลับพบเพียงรถไม่พบคน ในขณะที่คิดจะออกตามหา ลุงเจียงผู้เป็นสารถีก็กลับมาพอดี มาถึงก็ทำท่าพินอบพิเทากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย "ขออภัยคุณหนู ข้าน้อยปวดท้องเบาจึงไปทำธุระมา"

"ลุงเจียงคิดมากไปแล้ว พวกเราไปกันเถอะ" รอยยิ้มและคำตอบของหญิงสาวทำเอาชายวัยกลางคนโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากบ่า เขาไม่คาดคิดมาว่าก่อนว่าตนเองจะมีวันที่ได้รับความเมตตาจากคุณหนูรองเช่นนี้ด้วย

เฉียนซูเหยาก้าวขึ้นไปบนรถม้า นางเปิดม่านและปิดลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าแตกตื่นตกใจ

"เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะคุณหนู"

ผู้เป็นนายไม่ตอบแต่กลับทำหน้าพยักพเยิดบอกให้นางขึ้นมาดูด้วยกัน ครั้นถิงถิงขึ้นมานางก็ค่อยๆ แง้มม่านเปิดดู ก่อนจะปิดลงอย่างรวดเร็ว "ใครกัน" เสียงเล็กๆ พึมพำ

"เจ้ากับข้าก็มาด้วยกัน เจ้าไม่รู้ข้าไม่รู้ยังจะมีใครที่รู้อีก" ทั้งสองพร้อมใจกันหันมองเจียงหาวเป็นตาเดียว

เจียงหาวย่อมเห็นว่ามีคนข้างในรถม้าตอนที่สาวใช้เปิดม่าน เขาเองก็ตื่นตะลึงเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้เขาประจำอยู่ที่รถม้ารอคุณหนูรองตลอด เกรงว่าคนผู้นั้นจะฉวยโอกาสตอนที่เขาไปปลดทุกข์ลอบเข้ามาในรถม้า "ข้าน้อยจะลากเขาลงมา"

เดิมเฉียนซูเหยาเห็นด้วย ทว่าภายหลังกลับลังเลเล็กน้อยเมื่อนึกบางเรื่องขึ้นมาได้ นางเปิดม่านก่อนจะมองสำรวจอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง คนผู้นั้นรูปร่างสูงกำยำจะต้องเป็นบุรุษอย่างแน่นอน เขาสวมชุดสีดำตลอดทั้งร่าง ใบหน้ายังคาดปิดอำพรางด้วยผ้าสีดำ ผิวพรรณที่โผล่พ้นอาภรณ์ขาวกระจ่างใส ดูไม่คล้ายหรือใกล้เคียงกับคำว่าโจรแม้แต่นิดเดียว

"คุณชาย คุณชาย" นางลองเรียกเขาด้วยน้ำเสียงไม่เบาไม่ดัง หากอีกฝ่ายกลับปรือตาขึ้นมามองเพียงเล็กน้อยแล้วก็หลับไป คนผู้นี้แผ่นหลังชุ่มไปด้วยโลหิต ที่ต้นแขนยังมีรอยถาก หญิงสาวใช้ผ้าเช็ดหน้าผูกห้ามเลือดที่แขนเอาไว้ ก่อนจะฉีกชายกระโปรงเผื่อนำไปผูกรัดบาดแผลที่ลำตัว

"ลุงเจียงพวกเราพาเขาไปโรงหมอที่ใกล้ที่สุด ที่สำคัญต้องเลือกที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน คนจะตายตรงหน้า เมื่อพบแล้วจะทิ้งขว้างไม่สนใจได้อย่างไร"

ใครกันละเนี่ยยยยยย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...